จับตาแรงงานเมียนมาทะลักเข้าไทยส่อผิด กม. 1-4 ล้านคน จี้รัฐเร่งแก้ไข

จับตาแรงงานเมียนมาทะลักเข้าไทยส่อผิด กม. 1-4 ล้านคน จี้รัฐเร่งแก้ไข | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : จับตาแรงงานเมียนมาทะลักเข้าไทยส่อผิด กม. 1-4 ล้านคน จี้รัฐเร่งแก้ไข, ข้อมูลเกี่ยวกับ จับตาแรงงานเมียนมาทะลักเข้าไทยส่อผิด กม. 1-4 ล้านคน จี้รัฐเร่งแก้ไข

 

สภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตฯ ไทยจับตาแรงงานเมียนมาทะลักเข้าไทยเพิ่ม แม้ตัวเลขถูกกฎหมายจะมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นแต่ก็เริ่มมาผิดกฎหมายที่ยังตรวจสอบได้ยากอีกจำนวนนับล้านคน ตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการอาจพุ่งกว่า 4 ล้านคน รัฐต้องเร่งวางนโยบายแรงงานต่างด้าวให้ชัดเจน ชี้ช่องพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสเหตุไทยยังต้องพึ่งพิงแรงงานเหล่านี้สูงเหตุคนไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย และขาดแคลนแรงงานขณะที่คนไทยก็ไม่ทำงานหลายประเภท ย้ำดีกว่าเปิดฟรีวีซ่าให้ทุนจีนสีเทามาแย่งอาชีพคนไทยกินรวบจนไม่เหลืออะไร

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย “ECONTHAI” เปิดเผยว่า สิ่งที่น่ากังวลขณะนี้คือจากปัญหาสงครามกลางเมืองในเมียนมาที่ดำเนินมาระยะเวลาหลายเดือนและมีการเกณฑ์ทหารของรัฐบาลทำให้คนหนุ่มสาวส่วนหนึ่งมุ่งเข้ามายังประเทศไทยทำให้เกิดการทะลักเข้ามาจำนวนมากซึ่งอาจจะส่งผลต่อวิกฤตและโอกาส โดยเห็นว่าไทยควรให้ความสำคัญต่อแรงงานเมียนมาเพราะไทยได้เข้าสู่สังคมสูงอายุสมบูรณ์ (Complete Aged Society) สัดส่วนคนสูงวัยมีถึง 20% (เฉลี่ยอายุ 40 ปี 7 เดือน) ฉากทัศน์เศรษฐกิจไทยต้องเคลื่อนไป Smart Technology และ AI ขณะเดียวกันไทยยังต้องพึ่งพิงแรงงานเข้มข้นทั้งอุตสาหกรรม บริการ และเกษตรกรรม รัฐบาลจึงควรมีความชัดเจนถึงนโยบายแรงงานต่างด้าวว่าจะไปในทิศทางใดเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศสูงสุด

ปัจจุบันพบว่าแรงงานเมียนมาที่เข้ามายังไทยเป็นการติดต่อผ่านญาติ-เพื่อนที่ทํางาน มีค่าใช้จ่ายแบบ “One Stop Service” คนละประมาณ 20,000 บาทเป็นราคารับ-ส่งถึงที่อยู่ในประเทศไทยจนถึง กทม. ปัจจุบันแรงงานเมียนมาถูกกฎหมายที่อยู่ในไทยมีประมาณ 2.374 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 76.2% ของแรงงานต่างด้าวรวมกันในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาแรงงานถูกกฎหมายเมียนมาเพิ่มขึ้น 5.74 แสนคน เข้ามาตาม MOU (มาตรา 59) ประมาณ 2.742 แสนคน และตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) จํานวน 2.099 ล้านคน ในจํานวนนี้ยังไม่รวมแรงงานเมียนมาผิดกฎหมายอีกนับล้านคน อย่างไรก็ตาม บางข้อมูลมีการระบุว่ามีมากกว่า 4 ล้านคนแล้ว

“ขณะนี้แรงงานเมียนมาส่วนใหญ่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม-บริการ เช่น อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์, ชิ้นส่วนยานยนต์และผลิตยางรถ, เสื้อผ้า, ก่อสร้าง, ประมง, ร้านอาหาร-แรงงานยกเคลื่อนสินค้าในภาคโลจิสติกส์ ตลอดจนทํางานตามบ้านครัวเรือน แรงงานผิดกฎหมายส่วนใหญ่จะอยู่ในภาคเกษตรและปศุสัตว์ เช่น กรีดยางพารา, ตัดอ้อย, มันสําปะหลัง, เลี้ยงหมู-ไก่, สวนผักฯลฯ งานเหล่านี้ขาดแคลนคนและแรงงานไทยเลือกที่จะไม่ทํา แรงงานเมียนมาส่วนใหญ่อยูใน กทม. ตามด้วยจังหวัดสมุทรสาครซึ่งถือเป็นย่างกุ้งแห่งที่ 2 ในไทย ที่เหลือกระจายอยู่จังหวัดที่เป็นฐานอุตสาหกรรม เช่น สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม ฯลฯ” นายธนิตกล่าว

นอกจากนี้ ปัญหาสงครามกลางเมืองเมียนมายังทำให้เส้นทางการค้าในเมียนมาถูกตัดขาด รวมถึงผลกระทบต่อไทยนั้นชายแดนไทยจากชายแดนแม่สอดไปเมืองย่างกุ้งถนนหลักถูกทําลายต้องวนเข้าทางเก่าผ่าน "เมืองกอกาเระ" เป็นเส้นทางเสี่ยงจากอุบัติเหตุ และอยู่ในเส้นทางที่กําลังรบกัน อีกทั้งต้องอ้อมและเสียความคุ้มครองทำให้ค่าขนส่งจากศูนย์ขนส่งเมียวดีไปเมืองย่างกุ้งค่าขนส่ง (รถ 22 ล้อ) ราคา 28,000 บาทเพิ่มเป็น 60,000 บาท และจากชายแดนไทยข้ามสะพานมิตรภาพไปศูนย์ขนส่งเมียวดีระยะทาง 16 กิโลเมตร มีด่านกะเหรี่ยง 5 ด่าน เสียภาษีเถื่อนเพิ่มจากคันละ 750 บาทเป็น 1,500 บาท ส่งผลให้ปริมาณสินค้าในเมียนมาลดลงและมีราคาสูงขึ้น

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, 20/2/2567




ลงวันที่ 29/02/2024 03:20:56
จำนวนผู้ชม 340 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์