เผยแรงงานข้ามชาติซื้อประกันสุขภาพแค่ 1 ใน 3 แนะรัฐปรับนโยบายเปิดขายตลอดทั้งปี

เผยแรงงานข้ามชาติซื้อประกันสุขภาพแค่ 1 ใน 3 แนะรัฐปรับนโยบายเปิดขายตลอดทั้งปี | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : เผยแรงงานข้ามชาติซื้อประกันสุขภาพแค่ 1 ใน 3 แนะรัฐปรับนโยบายเปิดขายตลอดทั้งปี , ข้อมูลเกี่ยวกับ เผยแรงงานข้ามชาติซื้อประกันสุขภาพแค่ 1 ใน 3 แนะรัฐปรับนโยบายเปิดขายตลอดทั้งปี



ผู้จัดการมูลนิธิศุภนิมิต ชี้มีแรงงานข้ามชาติแค่ 1 ใน 3 ที่มีบัตรประกันสุขภาพ แนะรัฐปรับนโยบายเปิดขายประกันตลอดทั้งปีและไม่ควรผูกกับใบอนุญาตทำงาน ส่วนกลุ่มที่โดนนายจ้างหลบเลี่ยงไม่ขึ้นทะเบียนประกันสังคม ให้ใช้โรงพยาบาลเป็นจุดคัดกรอง 

7 ก.ย. 2560 รายงานข่าวระบุว่า ชูวงศ์ แสงคง ผู้จัดการมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย จ.ระนอง เปิดเผยว่า จากประสบการณ์ในการทำงานกับแรงงานต่างด้าวพบว่ายังมีแรงงานอีกจำนวนมากที่ยังปัญหาในการเข้าถึงบริการสุขภาพ โดยในส่วนของแรงงานที่อยู่ในข่ายต้องเข้าระบบประกันสังคมพบว่ามีนายจ้างจำนวนหนึ่งที่หลบเลี่ยงไม่ยอมขึ้นทะเบียนให้กับลูกจ้างเนื่องจากไม่ต้องการจ่ายเงินสมทบ ขณะที่แรงงานในอุตสาหกรรมที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเข้าประกันสังคม ก็มีเพียง 1 ใน 3 ของจำนวนทั้งหมดที่ซื้อประกันสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข

ชูวงศ์ กล่าวว่า สาเหตุที่มีแรงงานเพียง 1 ใน 3 ที่ซื้อบัตรประกันสุขภาพ เนื่องจากการขายประกันสุขภาพจะเปิดขายเป็นช่วงๆ เช่นรอบล่าสุดมีเวลาให้ซื้อ 2-3 เดือน ทำให้คนที่เข้าประเทศหลังจากนั้นไม่สามารถซื้อได้ ต่อให้อยากซื้อโรงพยาบาลก็ไม่ขายให้ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการซื้อบัตรประกันสุขภาพรอบล่าสุดถือว่าแพงสำหรับแรงงานต่างด้าว และหลายโรงพยาบาลใช้วิธีว่าถ้าจะซื้อต้องซื้อทั้งครอบครัว ดังนั้นหากครอบครัวมี 2-3 คน ก็ถือเป็นเงินก้อนใหญ่จนไม่สามารถซื้อได้ ซึ่งกลุ่มที่ไม่มีบัตรประกันสุขภาพนี้ต้องจ่ายเงินเองเมื่อเข้ารับบริการ และในกรณีไม่มีเงินเพียงพอก็จะเป็นปัญหาที่โรงพยาบาลต้องแบกรับค่าใช้จ่าย  

ชูวงศ์ กล่าวอีกว่า โมเดลที่มูลนิธิศุนิมิตใช้ทำงานกับแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ จ.ระนอง จ.พังงา จ.ภูเก็ต และ อ.แม่สอด จ.ตาก จะใช้การตั้งกลุ่มออมทรัพย์หรือ Saving Group ในกลุ่มแรงงานข้ามชาติไว้ หากเกิดกรณีมีแรงงานที่ไม่มีหลักประกันสุขภาพอะไรเลยและไม่สามารถจ่ายเงินค่ารักษาได้ ก็จะใช้วิธีการเจรจากับกลุ่มงานด้านสังคมสงเคราะห์ของโรงพยาบาลให้มีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด และค่าใช้จ่ายที่เหลือหากแรงงานยังจ่ายไม่ได้อีก ก็จะกลับมาที่ Saving Group เพื่อนำเงินนี้ไปช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่าย

“Saving Group เป็นอีกหนึ่งโมเดลหนึ่งในการแก้ปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ซึ่งเราก็เคยหารือแนวคิดนี้กับเอ็นจีโอที่ทำงานในพื้นที่อื่นๆ แต่ปัญหาคือเรื่องนี้ต้องใช้เวลาและอาศัยการเกาะติดพื้นที่ของคนทำงาน รวมทั้งต้องศึกษาวิธีคิดของกลุ่มแรงงานในพื้นที่ อย่างในพื้นที่ที่เราทำงานจะใช้ชื่อว่า “กองบุญ” เพราะคนพม่าชอบทำบุญ เราก็เปลี่ยนวิธีว่าแทนที่จะไปทำบุญกับวัดก็มาออมเงินออมบุญไว้ช่วยคนได้ไหม” ชูวงศ์ กล่าว

ชูวงศ์ กล่าวอีกว่า เพื่อให้แรงงานต่างด้าวมีการเข้าถึงบริการและมีหลักประกันด้านสุขภาพมากขึ้น อยากจะเสนอให้รัฐปรับปรุงนโยบายบางประการ โดยในส่วนของแรงงานที่ต้องเข้าระบบประกันสังคมนั้น  ควรใช้โรงพยาบาลเป็นจุดสแกน กล่าวคือหากมีแรงงานมารับบริการที่โรงพยาบาลแล้วพบว่านายจ้างหลีกเลี่ยงไม่ขึ้นทะเบียนประกันสังคมให้ ก็ให้เรียกนายจ้างมาลงโทษและให้ลูกจ้างเริ่มนับหนึ่งเข้าระบบประกันสังคมเสียเลย

ขณะเดียวกัน ในส่วนของกลุ่มที่ไม่เข้าข่ายในการขึ้นทะเบียนประกันสังคมและต้องซื้อประกันสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุขนั้น อยากเสนอว่าการขายประกันสุขภาพไม่ควรผูกติดกับใบอนุญาตทำงาน ไม่ควรผูกติดกับสถานภาพทางกฎหมาย เพราะถึงอย่างไรแรงงานเหล่านี้ก็เข้ามาอยู่ในประเทศไทยแล้ว นอกจากนี้การเปิดขายประกันสุขภาพ ควรเปิดขายได้ตลอด เพราะหากจำกัดว่าซื้อได้แค่ช่วงเดียว คนที่เข้าเมืองมาทีหลังก็ซื้อไม่ได้ รวมทั้งควรยืดหยุ่นในการจ่าย เช่น อาจให้ผ่อนจ่าย หรือขายประกันสุขภาพที่คุ้มครอง 3-6 เดือน เพื่อให้มีค่าใช้จ่ายถูกลงและตัวแรงงานมีกำลังซื้อได้

 

อ้างอิง : https://prachatai.com/journal/2017/09/73129




ลงวันที่ 09/09/2017 10:58:20
จำนวนผู้ชม 1222 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์