กระทรวงแรงงานเร่งปล่อยสู่ตลาดอีกแพ็คเกจหนึ่ง ดูเหมือนจะหนีไม่พ้นการให้สิทธิคุ้มครองแรงงานนอกระบบ ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 24.9 ล้านคน โดยครอบคลุม กลุ่มที่ทำงานรับจ้างและมีรายได้ อาทิ รับจ้างทำงานที่บ้าน รับจ้างทำของ รับจ้างทำงานตามฤดูกาลแรงงานเกษตร และประมง รับจ้างทำงานบ้าน คนขับรถส่วนตัว เป็นต้น และ กลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระทั่วไป อาทิ คนขับรถรับจ้าง เกษตรกร หาบเร่ แผงลอย ช่างเสริมสวย ช่างตัดผม เจ้าของร้านขายของชำ ทนายความ แพทย์ เป็นต้น เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ เช่นเดียวกับแรงงานในระบบ 6 อย่าง ประกอบด้วย 1.กรณีเจ็บป่วย 2.กรณีชราภาพ 3.กรณีตาย 4.กรณีทุพพลภาพ 5.กรณีคลอดบุตร 6.กรณีสงเคราะห์บุตร
นายไพโรจน์ สุขสัมฤทธิ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวว่า กรณีเจ็บป่วยจะได้รับการดูแลรักษาตั้งแต่เจ็บป่วยฟรีจนหายป่วย การกินอยู่โรงพยาบาลรวมถึงค่าใช้จ่าย โรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง อาทิ ผ่าหัวใจ ผ่าตัดสมอง โรคไต เป็นต้น ตลอดจนกรณีฉุกเฉินอุบัติเหตุ และเงินทดแทนการหยุดงานจำนวน 500 บาท 4 เดือน กรณี ทุพพลภาพ พิการเสียแขน เสียขา ได้รับการรักษาพยาบาลครั้งละ 2,000 บาท และได้รับค่าชดเชยการขาดรายได้เดือนละ 500 บาทจนเสียชีวิต กรณีคลอดบุตรก็จะได้รับค่าคลอดแบบเหมาจ่ายรายละ 4,000 บาทต่อครั้งและค่าชดเชยการหยุดงาน 90 วันกรณีตาย ญาติพี่น้องจะได้รับค่าทำศพ 30,000 บาท กรณีสงเคราะห์บุตร โดยให้กับบุตรตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ขวบเดือนละ 200 บาทไม่เกิน 2 คน ทั้งนี้ต้องเป็นโรงงานตามบัตรเท่านั้น และคาดว่าในปี แรกนั้นจะมีแรงงานนอกระบบสมัครใจเข้าระบบประกันสังคมประมาณ 300,000 คน
สำหรับรูปแบบที่จะนำมาให้แรงงานนอกระบบเลือกมี 6 รูปแบบด้วยกัน 1.กรณีชราภาพอย่างเดียว จ่ายเงินสมทบเดือนละ 150 บาท เมื่อครบ 15 ปีจะได้รับบำนาญขั้นต่ำ 500 บาท หากส่งไม่ถึง 15 ปี ก็จะได้รับเงินบำเหน็จ ซึ่งเป็นเงินที่ส่งพร้อมดอกเบี้ยคืน 2. กรณีชราภาพและตาย จ่ายเดือนละ 200 บาท จะได้รับกรณีชราภาพเหมือนชุดที่ 1.กรณีตายจะได้รับค่าทำศพ 30,000 บาท 3.กรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ จ่ายเดือนละ 200 บาท จะได้รับการรักษาพยาบาลฟรีและได้รับเงินชดเชยการขาดรายได้ 500 บาท ปีละ ไม่เกิน 4 ครั้งคลอดบุตรได้รับครั้งละ 4,000 บาท พร้อมเงินชดเชยการหยุดงาน 500 บาท คนละไม่เกิน 2 ครั้ง กรณีทุพพลภาพได้รับการรักษาเดือนละ 2,000 บาท เงินชดเชยการขาดรายได้เดือนละ 500 บาทจนเสียชีวิต 4. กรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพและตาย จ่ายเดือนละ 250 บาท สิทธิที่จะได้รับเหมือนกรณีที่ 3 แต่เพิ่มกรณีการตายจะได้เงินค่าทำศพ 30,000 บาท
รูปแบบที่ 5. กรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตายและชราภาพจะต้องจ่ายเดือนละ 300 บาท สิทธิประโยชน์เหมือนกรณีที่ 4 เพิ่มเงินบำนาญให้กับชราภาพให้กับคนที่ส่งครบ 15 ปี เดือนละ 500 บาทและเพิ่มขึ้นปีละ 100 บาท และ 6. กรณีเจ็บป่วยคลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย ชราภาพ และสงเคราะห์บุตร ซึ่งจะต้องจ่ายเงินสมทบเดือนละ 350 บาท และจะได้รับสิทธิประโยชน์เหมือกรณีที่ 5 เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรให้กับบุตรตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ขวบเดือนละ 200 บาท ทั้งนี้จะใช้ให้บุตร 2 คนเท่านั้น
ศ.เกียรติคุณ น.พ.ประดิษฐ์ เจริญไทยทวี ประธานอนุกรรมการสิทธิแรงงาน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า สภาพปัญหาของแรงงานนอกระบบขณะ นี้ยังไม่มีกฎหมาย หรือระเบียบใด ออกมารับรองสิทธิ ดังนั้นแรงงานเหล่านี้จึงไม่มีสภาพการ จ้างที่ไม่แน่นอน ไม่มีความมั่นคง และระยะยาวการคุ้มครองสุขภาพ อนามัยจึงไม่ขยายไป ถึงแรงงานเหล่านี้มีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ และ
ความไม่ปลอดภัยในการทำงาน ไม่มีรายได้ที่แน่นอนไม่มีการรวมกลุ่มจึงขาดอำนาจการต่อรอง เป็นต้น
แหล่งข่าว : กรุงเทพธุรกิจ