กระทรวงแรงงานแจกของขวัญปีใหม่ให้ผู้ประกันตน บัตรประกันสังคมซื้อสินค้าลด 10% กว่า 5,000 ร้าน โรงแรมลด 50% ส.ว.ชี้เลียนแบบเซเว่นฯ ทำงานซ้ำซ้อนขาดแบบแผน สปส.ทำพิลึกกันเงิน 5,000-10,000 ล้านให้ผู้ประกอบการไปสร้างบ้านขายให้ผู้ประกันตน
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ว่าสำนักงานประกันสังคม(สปส.) ได้จัดโครงการ "เพิ่มมูลค่าบัตรประกันสังคม" ในช่วงเทศกาลปีใหม่ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2548-3 มกราคม 2549 เพื่อเป็นของขวัญวันปีใหม่ให้กับผู้ประกันตนจำนวน 8.5 ล้านคน โดยนำบัตรประกันสังคมไปเป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าหรือท่องเที่ยวกว่า 5,000 แห่ง ประมาณ 10% โรงแรมจะให้ส่วนลด 30-50% นอกจากนี้ยังมีการประกันส่วนลด ถ้าร้านค้าไม่ให้ส่วนลดตามที่แจ้งไว้ สปส.จะประกันส่วนต่างให้ คาดว่าผู้ประกันตนจะประหยัดค่าใช้จ่าย 1,100 บาทต่อคนต่อปี
แหล่งข่าวจากสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า สปส.ยังมีแผนการลงทุนโครงการขนาดใหญ่(เมกะโปรเจ็คต์) สร้างบ้าน สปส. 1506 ให้กับผู้ประกันตน โดยขณะนี้บอร์ดประกันสังคมอนุมัติเงิน 3,000 ล้านบาท เพื่อมาลงทุนในโครงการดังกล่าว แต่เบื้องต้นจะนำเงิน 1,000 ล้านบาท ไปฝากไว้กับธนาคาร จากนั้นให้ธนาคารนำไปปล่อยกู้ให้ผู้ประกอบการในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.5% คงที่ 5 ปี เพื่อนำเงินไปสร้างบ้านแล้วนำมาขายให้กับผู้ประกันตน ซึ่งมั่นใจว่าโครงการดังกล่าวจะได้รับการตอบรับอย่างดี
"นอกจากนี้ สปส.เตรียมเงินอีก 5,000-10,000 ล้านบาท ไว้ให้เจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์สร้างบ้านขายให้กับผู้ประกันตน ตามแผนงาน สปส.ที่ประกาศให้ปี 2549 เป็นปีที่อยู่อาศัยของผู้ประกันตน ส่วนธนาคารแรงงานที่จะใช้เงิน 8,000 ล้านบาท นายสมศักดิ์ได้ตั้งคณะทำงานศึกษารูปแบบโครงสร้างธนาคารแรงงานแล้ว" แหล่งข่าวระบุ
แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า สปส.จะเดินหน้าโครงการติดตั้งเพื่อวางระบบคอมพิวเตอร์เชื่อมโยงเครือข่ายระบบข้อมูล 5 กรมในกระทรวงแรงงานวงเงิน 2,900 ล้านบาทด้วย ซึ่งขั้นตอนอยู่ระหว่างการร่างสัญญาใกล้จะแล้วเสร็จ ปี 2549 เป็นปีแห่งการลงทุนของ สปส.ครั้งใหญ่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแง่สิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนและระบบการทำงานของหน่วยราชการอย่างมีประสิทธิภาพ
วันเดียวกัน ที่สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายจอน อึ๊งภากรณ์ ส.ว.กรุงเทพฯ และประธานอนุกรรมาธิการหลักประกันทางสังคม ในคณะกรรมาธิการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วุฒิสภา กล่าวในงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ โครงการความร่วมมือในการทำงานร่วมกันระหว่างคณะทำงานการพัฒนาคุณภาพชีวิต สาธารณสุขและคุ้มครองผู้บริโภคกับองค์การเครือข่ายภาคี ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องถ้า สปส.จะนำเงินกองทุนไปใช้ประโยชน์ในการลดราคาสินค้า 5-10% เพราะจะดูคล้ายกับบริษัทเอกชนที่จัดทำโปรโมชั่นให้กับลูกค้า เช่น ร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น แจกแสตมป์สะสมคูปอง แนวคิดแบบนี้น่าจะหวังผลหาเสียงมากกว่า สิ่งที่ผู้ประกันตนต้องการจริงๆ คือระบบสวัสดิการอย่างทั่วถึง เช่น การรักษาพยาบาล ค่าชดเชยการว่างงาน การเลี้ยงดูบุตร เป็นต้น รัฐบาลควรมีแผนแม่บทในด้านสวัสดิการสุขภาพ ควรมีรัฐสวัสดิการควบคู่ไปกับเศรษฐกิจพอเพียง
"ทุกคนควรจะได้รับการคุ้มครองเท่าๆ กัน ไม่ใช่ให้ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบ แต่กองทุน 30 บาทกลับไม่ต้อง ดังนั้น รัฐบาลควรจะโอนระบบประกันสุขภาพมาอยู่ในหมวดเดียวกัน และควรจัดให้มีระบบสวัสดิการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งชราภาพ ทุพพลภาพและการเลี้ยงดูบุตร รวมถึงกลุ่มแรงงานต่างด้าวและบุคคลที่ไม่ได้รับสัญชาติไทย" นายจอนกล่าว
แหล่งข่าว : เครือมติชน