อดีตหน.ข่าวฟ้องโพสต์13ล.ฐานเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม

อดีตหน.ข่าวฟ้องโพสต์13ล.ฐานเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



ผู้จัดการรายวัน - อดีตหัวหน้าข่าวด้านความมมันคง บางกอกโพลต์ ฟ้องเรียกค่าเสียหาย 13 ล้าน ฐานเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม
       
       วานนี้ (20 ธ.ค.) ที่ศาลแรงงานกลาง ปทุมวัน นายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99/78 หมู่ 12 ถ.รามอินทรา แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กทม. อดีตหัวหน้าข่าวโต๊ะข่าวความมั่นคง หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ยื่นคำฟ้องบริษัทโพสต์ พับลิชชิง จำกัด(มหาชน) จำกัด เป็นจำเลยที่ 1 นายเดวิด อาร์มสตรอง จำเลยที่ 2 และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บริษัท โพสต์ พับลิชชิง จำกัด (มหาชน) ซึ่งจดทะเบียนแล้ว เป็นจำเลยที่ 3 ในข้อหาการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม
       
       ในการบรรยายฟ้องระบุว่า ว่าเมื่อวันที่ 29 ส.ค.48 บริษัท โพสต์ จำเลยที่ 1 ซึ่งมีนายสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ และนายเดวิด จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ ทำหนังสือเลิกจ้าง โดยระบุเหตุในการเลิกจ้างว่า โจทก์กระทำการโดยประมาทเลินเล่อ ในการทำข่าว ด้วยการนำเสนอข่าวเรื่อง “รอยร้าที่รันเวย์สนามบินสุวรรณภูม” และมีการนำคณะผู้ชำนาญการจากสหรัฐอเมริกาเข้ามาตรวจสอบรอยร้าว ซึ่งผลการตรวจสอบยืนยันว่า มีความเสียหายอย่างมากถึงกับต้องก่อสร้างใหม่ เพราะเป็นหลุมใหญ่จนอาจเกิดอันตรายในการลงจอดของเครื่องบิน” ต่อที่ประชุมข่าว และมีการนำเสนอข่าวลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ฉบับวันที่ 6 และ 9 ส.ค.2548
       
       ซึ่งผลจากการลงข่าวนี้ ทำให้เกิดความเสียหายต่อหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ และบริษัท โพสต์ ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียและความเชื่อถือ ทั้งยังถูกบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด ฟ้องร้องคดีอาญาและคดีแพ่งในข้อหาหมิ่นประมาท และเรียกร้องค่าเสียหาย อย่างรุนแรง บริษัท โพสต์ จึงถือว่าโจทก์เป็นผู้กระทำให้บริษัท โพสต์ ได้รับความเสียหาย โดยมีหนังสือเลิกจ้างพ้นจากสภาพการเป็นพนักงานเมื่อวันที่ 29 ส.ค.48 และลงโทษโจทก์โดยการเลิกจ้าง ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชย
       
       ซึ่งการเลิกจ้างของบริษัท โพสต์ จำเลยที่ 1 นั้นเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม และไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งโจทก์ไม่ได้กระทำการประมาทเลินเล่อในการทำงาน หาข่าวตามที่ถูกกล่าวหา เหตุผลที่แท้จริงในการเลิกจ้าง คือ จำเลยที่ 2 และนายสุทธิเกียรติ ไม่ต้องการให้โจทก์และนายชฎิล เทพวัลย์ บรรณาธิการข่าว ทำงานที่บริษัท โพสต์ อีกต่อไป
       
       คำฟ้องระบุว่า การพิจารณาลงข่าวนี้ในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์หรือไม่นั้น อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกองบรรณาธิการและจำเลยที่ 2 ส่วนโจทก์ไม่มีอำนาจ หรือหน้าที่ใดๆ ไปเกี่ยวข้องกับการลงข่าวนั้นได้ ซึ่งการเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม และไม่มีเหตุตามกฎหมายที่จะเลิกสัญญาจ้างแรงงานต่อโจทก์ ย่อมทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงและเกียรติยศ ตั้งตัวโจทก์และครอบครัว รวมทั้งวิชาชีพที่โจทก์ไม่อาจกระทำได้เหมือนเดิม แม้ว่าจำเลยที่ 1 จะยอมจ่ายเงินค่าชดเชย และค่าบอกกล่าวล่วงหน้าให้โจทก์ก็ตาม แต่จำเลยที่ 1 ยังแจ้งต่อจำเลยที่ 3 ไม่ให้จ่าย เงินสมทบที่โจทก์ควรจะได้รับอีก 623,700 บาท ซึ่งเป็นสิทธิที่โจทก์ควรได้รับ
       
       จึงฟ้องขอให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาจ้างแรงงาน หรือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน หรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง โดยจ่ายค่าเสียหายจากการผิดสัญญาจ้าง เป็นเงิน 8 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันที่ถูกเลิกจ้าง และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายที่ละเมิดต่อโจทก์ เป็นเงิน 5 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นอกจากนี้ยังขอให้จำเลยรับกลับเข้าทำงานและจ่ายเงินค่าเสียหายเดือนละ 69,768บาท ให้แก่โจทก์ นับจากวันเลิกจ้างจนกว่าจะรับโจทก์กลับเข้าทำงาน ทั้งยังต้องจ่ายเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในส่วนของเงินสมทบของจำเลยที่ 1 จำนวน 623,700 บาท พร้อมดอกเบี้ยด้วย ทั้งนี้ศาลรับคำฟ้องและนัดไกล่เกลี่ย ในเวลา 13.00 น.วันที่ 13 ก.พ.49

 

 

แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ




ลงวันที่ 21/12/2005 12:58:24
จำนวนผู้ชม 1676 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์