นายไพโรจน์ สุขสัมฤทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่าตามที่กฎหมายประกันสังคมได้ให้ความคุ้มครองแก่ผู้ประกันตนทั้ง 7 กรณี
คือ เจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุ คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และกรณีว่างงานนั้น ในกรณีขอรับประโยนช์ทดแทนกรณีตาย เมื่อผู้ประกันตนเสียชีวิต สำนักงานประกันสังคมจะจ่ายเงินค่าทำศพให้ผู้จัดการศพ และเงินสงเคราะห์กรณีตายจ่ายให้แก่บุคคล ซึ่งผู้ประกันตนทำหนังสือระบุให้เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ ถ้าหากผู้ประกันตนไม่ได้ทำหนังสือระบุไว้ ก็จะนำมาเฉลี่ยจ่ายให้สามี ภรรยา บิดามารดา หรือ บุตรของผู้ประกันตนในจำนวนที่เท่ากัน
ปัจจุบันมีบุตรของผู้ประกันตนหลายรายได้มายื่นขอรับเงินสงเคราะห์กรณีตาย รวมถึงบุตรของผู้ประกันตนบางรายที่ไม่ได้เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ประกันตน เช่น บุตรที่เกิดจากบิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน กรณีดังกล่าวถือว่าไม่มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์กรณีตายกฎหมายประกันสังคมซึ่งสำนักงานประกันสังคมได้ยึดถือแนวปฏิบัติ "บุตร" ตามกฎหมายประกันสังคมนั้นหมายถึงบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น ทำให้บุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ประกันตนหลายรายไม่พอใจและได้ยื่นอุทธรณ์ขอรับเงินดังกล่าว จึงได้มีการนำเรื่องสู่ศาลเพื่อพิจารณา โดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำว่า "บุตร" ตามกฎหมายประกันสังคม ให้หมายความรวมถึงบุตรอันแท้จริงที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ประกันตนด้วย ซึ่งสอดคล้องกับการตีความของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดังนั้น บุตรที่ชอบด้วยกฎหมายหรือบุตรตามความเป็นจริงที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ประกันตนจึงเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์กรณีตายเช่นเดียวกันโดยผู้มีสิทธิจะได้รับเงินสงเคราะห์กรณีตายตามหลักเกณฑ์ คือ กรณีผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่ 3 ปี ขึ้นไป แต่ไม่ถึง 10 ปี จะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ยหนึ่งเดือนครึ่ง กรณีผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป จะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ย 5 เดือน
อย่างก็ตามเพื่อลดปัญหาข้อขัดแย้งและการยื่นอุทธรณ์ของฝ่ายผู้ประกันตน รวมถึงการบรรเทาความเดือดร้อนของครอบครัวผู้ประกันตนอย่างแท้จริง สำนักงานประกันสังคมจึงเห็นสมควรที่จะจ่ายเงินสงเคราะห์กรณีตายให้กับบุตรอันแท้จริงซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมายที่ได้ยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนไปก่อนจนกว่าจะได้มีการแก้ไขกฎหมายประกันสังคมให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น หากมีข้อสงสัยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 1 สำนักงานประกันสังคม ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ.
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ไทยโพส