เอ็นจีโอไทยบางส่วนที่ถูกตำรวจฮ่องกงจับกุมขณะร่วมประท้วงการประชุมดับบลิวทีโอ ถูกปล่อยตัวกลับถึงประเทศไทยแล้ว เป็นหญิง 25 คน ส่วนที่เหลือเป็นชายอีก 62 คน กำลังเจรจาช่วยเหลือ ขณะที่รัฐมนตรีเกาหลีใต้รุดไปฮ่องกงช่วยคนของตัวเอง ด้านกรรมการสิทธิมนุษยชนเอเชีย ประณามตำรวจฮ่องกงปราศจากความเป็นมืออาชีพ ใช้กำลังรุนแรงเกินเหตุ
สมาชิกเครือข่ายสมัชชาคนจนบางส่วนที่ไปร่วมประท้วงการประชุมรัฐมนตรีประเทศสมาชิกองค์การการค้าโลกหรือ "ดับบลิวทีโอ" ที่ประเทศฮ่องกง และถูกตำรวจจับกุม ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว เมื่อเวลา 13.30 น.วานนี้ ทั้งนี้ผู้ที่ถูกปล่อยตัวล็อตแรกเป็นผู้หญิงไทยทั้งหมดมี 25 คน ขณะที่ผู้ชายยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ 62 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ชุมนุมจากประเทศไทยที่ร่วมครั้งนี้มีประมาณ 90 คนโดยทั้งหมดเป็นสมาชิกของเครือข่ายสมัชชาคนจนทั้ง 19 เครือข่าย ได้แก่ เกษตรกรชาวนาชาวประมงพื้นบ้าน แรงงานกรรมกร เครือข่ายสลัม 4 ภาค
โดยกลุ่มสมัชชาคนจนและพันธมิตร ได้มารอกลุ่มชุมนุมที่ได้รับการปล่อยตัวกลับถึงประเทศไทยที่สนามบินดอนเมือง สำหรับบรรยากาศผู้ที่มาต้อนรับต่างชูป้ายผ้าว่า “WELL DONE 100 FIGHTERS” และ“ขอต้อนรับผู้กล้าคนจน” เมื่อมาถึงทางผู้ชุมนุมที่กลับมาได้โห่ร้องกล่าวคำว่า “อองยีไซเมา” ”ดับบลิวทีโอออกไป”
นายสมควร พรหมทอง กองเลขานุการสมัชชาคนจน กล่าวว่า คนไทยที่ถูกจับประกอบด้วยผู้ชาย 62 คน ผู้หญิง 25 คน ซึ่งขณะนี้ที่ถูกส่งกลับเป็นผู้หญิงทั้งหมด โดยการช่วยเหลือที่ผ่านมาเราได้ส่งทนายความอาสาที่อยู่ในฮ่องกงเข้าช่วยเหลือเจรจาขอปล่อยตัว ซึ่งผู้ถูกจับกุมทั้งหมดนั้นไม่มีการถูกตั้งข้อหาใดๆ ทั้งนี้ จากการประสานงานทราบว่า การจับกุมได้มีการนำตัวผู้ชุมนุมของไทยแบ่งไปตามสถานีตำรวจถึง 3 แห่ง ซึ่งจะได้มีการทยอยปล่อยตัวต่อไป
นายสมควร กล่าวว่า สำหรับผู้ชุมนุมชายที่เหลือวันนี้ (20 ธ.ค.) น่าจะได้รับการส่งตัวกลับมาทั้งหมดหรืออาจจะทยอยกลับมาเรื่อยๆ อาจจะช้าเพราะต้องจัดการเกี่ยวกับเรื่องการสอบประวัติและเอกสารต่างๆ ซึ่งขณะนี้ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เข้ามาช่วยเหลือในเรื่องนี้โดยติดต่อประสานกับสถานกงสุลไทยที่ฮ่องกงให้
นางสีคำ ดอกแค ตัวแทนผู้ที่กลับจากชุมนุม กล่าวว่า ที่เราไปในครั้งนี้คือมีจุดประสงค์ในการต่อต้านคัดค้านการประชุมโดยเฉพาะในส่วนของเรื่องที่มีผลกระทบด้านเกษตร สิ่งแวดล้อม และ ความยากจน แต่การไปเราก็ไม่ได้คิดที่จะไปก่อความวุ่นวายใดๆ และไปอย่างสันติ ส่วนผู้เข้าร่วมชุมนุมนั้นมาจากหลายประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ อินเดีย บราซิล เป็นต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังจากที่ผู้ชุมนุมเดินทางมาถึงสนามบินดอนเมืองแล้ว ทางคณะที่มารับก็จะนำผู้ชุมนุมทั้งหมดไปที่หอประชุมศรีบูรพา ม.ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ เพื่อเข้าร่วมงาน “ลมหายใจแห่งชีวิต” เนื่องในวาระครบรอบ 72 ปี
ส.ศิวรักษ์ ปัญญาชนสยามโดยการร่วมงานครั้งนี้ทางผู้ชุมนุมที่กลับมาจากฮ่องกงจะได้ขึ้นเวทีเข้าร่วมเปิดเผยถึงประสบการณ์ให้กับเพื่อนเครือข่ายพันธมิตรได้รับทราบ
ขณะที่นายลี คิว ฮุง รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศเกาหลีใต้ ก็ได้เดินทางไปฮ่องกงวานนี้ (19 ธ.ค.) หวังเจรจาให้ฮ่องกงปล่อยตัวกลุ่มชาวนาเกาหลีใต้นับร้อยคนที่ถูกจับกุมระหว่างการประท้วงดับบลิวทีโอ
ก่อนหน้านี้ นายลี แฮ ชาน นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ ได้แนะนำให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินความพยายามทางการทูตอย่างดีที่สุดเพื่อให้ฮ่องกงปล่อยตัวชาวนาเกาหลีใต้
ด้านเจ้าหน้าที่ทางการทูต และนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน พากันเรียกร้องให้ฮ่องกง ซึ่งเป็นเขตปกครองพิเศษของจีน ปล่อยตัวผู้ประท้วงที่จับไป
คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนเอเชีย ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของตำรวจฮ่องกง โดยชี้ว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นพยานหลักฐานที่ชี้ชัดถึงการกระทำที่ปราศจากความเป็นมืออาชีพ มีการกระทำที่กระตุ้นให้เกินความรุนแรง และใช้กำลังอย่างรุนแรงเกินเหตุ
ขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงอีกนับสิบรายยังปักหลักอยู่หน้าสถานีตำรวจต่างๆ ในฮ่องกง พร้อมถือป้ายข้อความประท้วง และยืนยันว่าจะไม่ไปไหน จนกว่าจะมีการปล่อยตัวผู้ที่ถูกจับไป
ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกง ระบุว่า ได้ปล่อยตัวผู้ประท้วงไปแล้ว 188 ราย รวมถึงหญิงเกาหลีใต้ 150 รายตั้งแต่เมื่อคืนวันอาทิตย์ (18 ธ.ค.) โดยไม่ได้ตั้งข้อหา
แหล่งข่าว : กรุงเทพธุรกิจ