นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรับทราบและอนุมัติตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ดังนี้ 1.รับทราบการดำเนินงานคุ้มครองประกันสังคมแก่แรงงานนอกระบบ 2.อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2556 เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นวงเงินไม่เกิน 461,076,000 บาท เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย แต่ทั้งนี้แรงงานนอกระบบต้องสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 เป็นระยะเวลา 11 เดือน(พ.ย.2555-ก.ย.2556) 3.อนุมัติเงินงบประมาณ พ.ศ. 2556 งบกลางรายการเงินสำรองเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นจำนวน 46,575,400 บาท เพื่อเป็นค่าตอบแทนในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และการประชาสัมพันธ์สำหรับ การรณรงค์ให้แรงงานนอกระบบสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 แห่งพ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533
นายภักดีหาญส์ ระบุว่า สาระสำคัญของเรื่องนี้ ก็เพื่อขยายความคุ้มครองประกันสังคมแก่แรงงานนอกระบบอาชีพต่างๆเช่น เกษตรกร ผู้ขับขี่ยานพาหนะรับจ้าง ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ค้าขายหาบเร่ และแผงลอย เพื่อให้กลุ่มคนเหล่านี้มีหลักประกันความมั่นคงในชีวิต มีการกำหนดหลักเกณฑ์ และอัตราการจ่ายเงินสมทบของประโยชน์ทดแทนตามมาตรา 20 ของพระราชกฤษฎีกากำหนด ซึ่งกำหนดให้ระยะแรกเริ่มผู้ประกันตนจะต้องจ่ายเงินสมทบกองทุนในอัตราเดือน ละ 70 บาท สำหรับผู้ประกันตนที่เลือกประโยชน์ตามมาตรา 8 ต้องจ่ายเงินสมทบทุนในอัตรา100 บาทต่อเดือน
รองโฆษกฯ กล่าวต่อว่า ทางกระทรวงแรงงานได้ตั้งเป้าหมายในการดำเนินงานให้แรงงานนอกระบบได้รับความ คุ้มครองภายในเดือนกันยายน 2555 จำนวน 1.20 ล้านคน โดยวันที่ 5 กันยายน 2555 มีผู้ประกันตนฯ จำนวน 1,068,839 คน หรือร้อยละ 89.07 ของเป้าหมาย ส่วนใหญ่แรงงานนอกระบบที่ประกันตนอยู่ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล
(เนชั่นทันข่าว, 12-11-2555)
|