นายสง่า ธนสงวนวงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงความคืบหน้าในการเอาผิดบริษัทจัดหางานที่จัดส่งแรงงานไทยไปทำงานที่ อิสราเอล ซึ่งเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงานต่างประเทศสูงเกินกว่ากฎหมาย กำหนด ว่า ขณะนี้ได้รับรายงานจากนายประวิทย์ เคียงผล อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) ว่า ได้สั่งพักใบอนุญาตบริษัทจัดหางานไปแล้วจำนวน 20 บริษัท จาก 35 บริษัท และจะมีการแจ้งความดำเนินคดีต่อไป รวมขณะนี้ได้มีการเอาผิดแล้ว 27 บริษัท อย่างไรก็ตาม ได้มีบริษัทจัดหางาน 3 บริษัท จาก 7 บริษัทแรก ที่ถูกกรมการจัดหางานพักใบอนุญาตและแจ้งความเอาผิดก่อนหน้านี้ ได้ยื่นอุทธรณ์ ต่อ นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยให้เหตุผลว่าทางบริษัทได้ปฏิบัติตามที่เจ้าหน้าที่บอก ซึ่งทางบริษัทจัดหางานจะต้องไปหาหลักฐานมายืนยัน และยื่นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อจะได้พิจารณาว่าจะให้บริษัทจัดหางานยื่นอุทธรณ์ต่อได้หรือไม่ อย่างไรก็ตามขณะนี้สิ่งที่เป็นห่วงคือข้าราชการ เพราะไม่ต้องการให้ข้าราชการเดือดร้อน หรือตกเป็นเครื่องมือของผู้หวังผลประโยชน์จากการเรียกรับเงินค่าหัวคิวของ แรงงานไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศ โดยจะแก้ปัญหาด้วยการจัดอบรมให้คำแนะนำเจ้าหน้าที่ ให้เข้าใจถึงข้อกฎหมายและสามารถนำไปชี้แจงกับบริษัทจัดหางานให้ปฏิบัติตาม ข้อกฎหมายได้อย่างถูกต้อง
เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวอีกว่า ส่วนบริษัทจัดหางานที่เหลืออีก 8 แห่ง จาก 35 บริษัทที่ยังไม่ได้สั่งพักใบอนุญาตนั้น ได้มอบหมายให้อธิบดีกรมการจัดหางาน เร่งหาหลักฐานเอาผิดกับบริษัทเหล่านี้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถเอาผิดกับบริษัททั้ง 35 แห่ง ได้ทั้งหมดในสัปดาห์หน้านี้
(สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์, 8-8-2555)