ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ


ความสามารถที่จำเป็น และความจำเป็นในการฝึกอบรม : ทำอย่างไรให้สอดคล้องกับ ISO 9001:2008 (ตอนที่ 1)

ความสามารถที่จำเป็น และความจำเป็นในการฝึกอบรม : ทำอย่างไรให้สอดคล้องกับ ISO 9001:2008 (ตอนที่ 1) | ข้อมูลเกี่ยวกับการฝึกอบรม สัมมนา โดย SIAMHRM.COM , ข้อมูลเกี่ยวกับ ความสามารถที่จำเป็น และความจำเป็นในการฝึกอบรม : ทำอย่างไรให้สอดคล้องกับ ISO 9001:2008 (ตอนที่ 1), ตัวอย่าง ความสามารถที่จำเป็น และความจำเป็นในการฝึกอบรม : ทำอย่างไรให้สอดคล้องกับ ISO 9001:2008 (ตอนที่ 1), บทความ ความสามารถที่จำเป็น และความจำเป็นในการฝึกอบรม : ทำอย่างไรให้สอดคล้องกับ ISO 9001:2008 (ตอนที่ 1)



นับตั้งแต่ ISO 9001:2008 ประกาศบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 พย 2551 เป็นต้นมา มีหลายองค์กรจะต้องปรับเปลี่ยนระบบการบริหารคุณภาพ ISO 9001:2000 ไปสู่ ISO 9001:2008 โดยเร็ว ภายในวันที่ 15 พย 2553 เป็นอย่างช้า ดังนั้น ผู้เขียนจึงขอแนะนำให้องค์กรที่ประสงค์จะปรับเปลี่ยนระบบ ISO 9001 ควรวางแผนดำเนินงานให้เหมาะสม แต่หากท่านมีเอกสารจำนวนมาก เกรงว่าจะปรับเปลี่ยนไม่ทันการณ์ควรจะดำเนินการอย่างไร กรณีดังกล่าวผู้เขียนขอแนะนำให้ท่านควรดำเนินการดังนี้

  • ควรปรับเอกสารหลัก คือ คู่มือคุณภาพ (Quality manual), ระเบียบปฏิบัติงานที่บังคับให้ทำเป็นเอกสาร (Documented procedures) จำนวน 6 ฉบับ ให้สอดคล้องกับข้อกำหนด ISO 9001:2008 ก่อน  ส่วนเอกสารอื่นๆ ให้ปรับปรุงเมื่อถึงรอบการทบทวนหรือเมื่อมีการแก้ไขเอกสาร
  • ต้องระบุการควบคุมงานจ้างทำภายนอก (Outsource control) ในระบบ ISO 9001:2008  ซึ่งผู้เขียนแนะนำให้เพิ่มกระบวนการดังกล่าวอยู่ในคู่มือคุณภาพ  โดยอาจจะอยู่ในแผนผังการเชื่อมโยงกระบวนการ (Process interaction) หรือ อาจจะจัดทำเป็นระเบียบปฏิบัติใหม่เพื่อควบคุมงานจ้างทำภายนอกก็ได้ (ถ้าจำเป็น) และควรจะอ้างอิงระเบียบปฏิบัตินั้นในคู่มือคุณภาพด้วยเช่นกัน
  • ต้องทบทวนว่าองค์กรมีข้อกำหนดด้านกฎหมายหรือข้อบังคับเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อะไรบ้าง ซึ่งผู้เขียนแนะนำว่า ถ้ามีข้อกำหนดดังกล่าว ให้จัดทำเป็นเอกสารควบคุมจากภายนอก และสำเนาแจกจ่ายไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง หากจำเป็นต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับข้อกำหนดดังกล่าว ก็ควรจัดเป็นระเบียบปฏิบัติงาน เช่น ระเบียบปฏิบัติงานการควบคุมสารเคมีตามข้อกำหนด RoHS (RoHS control procedure) เป็นต้น
  • ทวนสอบคุณสมบัติของพนักงานที่ทำงานมีผลกระทบต่อคุณภาพโดยตรงก่อน (รวมถึงพนักงานจ้างเหมาจากภายนอก-Sub contractors) เช่น ฝ่ายผลิต, ฝ่าย QC/QA, ฝ่ายวิจัยและพัฒนา เป็นต้น ให้มีคุณสมบัติด้านการศึกษา, ประสบการณ์,ทักษะและการฝึกอบรม ตรงกับลักษณะงานและความรับผิดชอบ จากนั้นค่อยขยายผลไปยังพนักงานฝ่ายสนับสนุนอื่นๆต่อไป
  • องค์กรต้องฝึกอบรมให้พนักงานตระหนักถึงจิตสำนึกด้านคุณภาพ เพื่อแสดงให้เห็นว่าพนักงานที่ไม่ว่าจะเป็นพนักงานขององค์กรหรือ sub-contractor มีส่วนร่วมทำให้วัตถุประสงค์และเป้าหมายคุณภาพของหน่วยงานบรรลุได้อย่างไร
  • องค์กรต้องระบุถึงการได้มาซึ่งความสามารถที่จำเป็น และประเมินผลการฝึกอบรมอย่างไรให้ทราบว่าการฝึกอบรมดังกล่าวบรรลุผลซึ่งความสามารถที่จำเป็นที่ได้กำหนดไว้
  • หากองค์กรมีการนำระบบสารสนเทศ (Information system) ไปประยุกต์ใช้ในการควบคุมกระบวนการ เช่น การรับคำสั่งซื้อ , การจัดซื้อ, การควบคุมสต็อกสินค้า ฯลฯ ควรจัดทำระเบียบปฏิบัติ หรือวิธีปฏิบัติงาน ในการสำรองข้อมูล การกู้คืนข้อมูล, ระบบความปลอดภัย, การบำรุงรักษาทั้ง hardware และ networking
  • ตรวจสอบกิจกรรมบริการหลังการขาย ว่าองค์กรมีการชี้บ่งไว้ ณ ที่ใด เงื่อนไขดังกล่าวแจ้งให้ลูกค้าทราบได้อย่างไร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในองค์กรดำเนินการอย่างไร
  • ทวนสอบการได้มาซึ่งความพึงพอใจของลูกค้า ว่าองค์กรกำหนดวิธีการเฝ้าติดตามข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกของลูกค้าเพื่อองค์กรจะได้ดำเนินการให้บรรลุผลตามข้อกำหนดของลูกค้าได้อย่างไร
  • องค์กรฝึกอบรมผู้ตรวจประเมินภายในให้มีความรู้ด้านระบบ ISO 9001:2008 แล้วหรือไม่ และตรวจตามข้อกำหนดใหม่ทุกประการแล้วหรือไม่ ผลลัพธ์เป็นอย่างไร
  • องค์กรดำเนินการอย่างไรกับผลหรือแนวโน้มของผลกระทบของสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด เมื่อมีการตรวจพบผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด หลังจากที่มีการส่งมอบแล้วหรือเริ่มมีการใช้งานแล้ว
  • ทบทวนแบบฟอร์มการแก้ไขและป้องกัน (CAR/PAR) ว่ามีการติดตามผลการแก้ไขหรือป้องกันนั้นหรือไม่อย่างไร มีหลักฐานแสดงถึงความมีประสิทธิผลการแก้ไขหรือป้องกันหรือไม่

รายละเอียดของทวนสอบความพร้อมขององค์กรในการปรับเปลี่ยนระบบไปสู่ ISO 9001:2008 นั้น ผู้เขียนสรุปเป็น check sheet ไว้แล้ว ขอให้ผู้อ่านที่สนใจกรุณา download หรือ คลิ๊กที่นี่ หรือ ส่งเมล์ไปที่ผู้เขียนก็ได้ครับแล้วจะส่งแบบฟอร์มดังกล่าวกลับไปให้ครับ

อย่างไรก็ตาม การฝึกอบรมควรจะปรับปรุงกระบวนการอย่างไรให้สอดคล้องกับ ISO 9001:2008  โดยเฉพาะประเด็นความสามารถที่จำเป็น (Necessary competence) ตามข้อกำหนดที่ 6.2.2 นั้น เป็นที่อภิปรายกันอย่างกว้างขวางในกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องว่า

  • จะกำหนดความสามารถที่จำเป็นอย่างไรให้เหมาะสม
  • จะยังคงใช้แบบฟอร์มหาความจำเป็นในการฝึกอบรม (Training need) ต่อไปได้หรือไม่
  • จะดำเนินการฝึกอบรมอย่างไรให้บรรลุถึงความสามารถที่จำเป็น
  • จะประเมินผลการฝึกอบรมอย่างไรให้มีประสิทธิผล
  • จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องมีการบริหารจัดการความสามารถ (Competency-based management)
  • ฯลฯ

ผู้เขียนขออธิบายว่า หากเรามองเฉพาะข้อกำหนดที่ 6.2.2 เป็นจุดเริ่มต้นของการกำหนดความสามารถที่จำเป็นนั้น อาจจะหลงประเด็นความสำคัญของการฝึกอบรม  โดยมองข้ามข้อกำหนดที่ 6.2.1 ซึ่งเป็นบริบทของการฝึกอบรม เพราะข้อกำหนดที่ 6.2.1 เป็นเสมือนสะพานเชื่อมโยงไปยังข้อกำหนดที่ 6.2.2 นั่นเอง

6.2.1 บททั่วไป

บุคลากรที่ทำงานซึ่งมีผลกระทบต่อความสอดคล้องกับข้อกำหนดผลิตภัณฑ์ ต้องมีความสามารถบนพื้นฐานของการศึกษา การฝึกอบรม ทักษะ และประสบการณ์ที่เหมาะสม
หมายเหตุ  ความสอดคล้องกับข้อกำหนดผลิตภัณฑ์อาจจะได้รับผลกระทบโดยตรงหรือโดยอ้อมจากบุคลากรที่ทำงานภายใต้ระบบการบริหารคุณภาพ

หากพิจารณาจากตารางข้างล่างนี้จะเห็นว่า ความสามารถบนพื้นฐานของการศึกษา การฝึกอบรม ทักษะและประสบการณ์ที่เหมาะสมนั้น เป็นการวางพื้นของการวิเคราะห์ Competency ของบุคลากร ที่จะทำงานให้บรรลุตามข้อกำหนดของลูกค้าในเบื้องต้น

ข้อกำหนด 6.2.1

Competency

คุณสมบัติพื้นฐาน

ความรู้ (Knowledge)

ทักษะ (Skill)

ความสามารถ (Ability)

การศึกษา

/

 

 

การฝึกอบรม

/

/

/

ทักษะ

 

/

 

ประสบการณ์

/

/

/

ดังนั้น จึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า หากเราจะรับพนักงานท่านใดมา แล้วมีคุณสมบัติไม่สอดคล้องกับลักษณะงานหรือความคาดหวังขององค์กร จะทำอย่างไร ? หรือ องค์กรจำเป็นต้องรับพนักงานให้มีคุณสมบัติกับความรับผิดชอบ ใช่หรือไม่ ?
ความเห็นของผู้เขียน คิดว่า แม้ว่าเราจะรับพนักงานที่มีคุณสมบัติไม่ตรงกับความรับผิดชอบของงานที่มอบหมายทั้งหมด หรือ เป็นบางส่วน เช่น การศึกษาไม่ตรงกับงาน หรือ ไม่มีประสบการณ์ เป็นต้น  ก็ไม่ใช่หมายความว่า จะเป็นข้อจำกัดที่ทำให้องค์กรปฏิเสธบุคลากรนั้น เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น จะมีสักกี่บริษัทที่สามารถ “เลือก” พนักงานตรงกับลักษณะงานได้จริง  ดังนั้น ผู้เขียนจึงเห็นว่า คุณสมบัติที่ขาดไปจะกลายเป็น “ช่องว่าง (Gap)” ที่จะนำไปสู่การฝึกอบรมพนักงาน ตามความรับผิดชอบต่อไป ซึ่งองค์กรจะดำเนินการอย่างไรนั้น ISO 9001:2008 ก็ได้แสดงแนวทางไว้ในข้อกำหนดที่ 6.2.2
มาถึงบรรทัดนี้ ผู้อ่านคงมองเห็นแล้วว่า จุดเริ่มต้นของการกำหนดความสามารถที่จำเป็นแล้วนะครับ

บทความนี้ ผู้เขียนตั้งใจเขียนให้จบภายใน 2 ตอน จึงอาจจะยาวเกินไปสักหน่อยครับ  ตอนต่อไป ผู้เขียนจะอธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถที่จำเป็น และความจำเป็นในการฝึกอบรมให้ชัดเจนมากขึ้น

หมายเหตุ : ผู้เขียนต้องขออภัยที่ไม่สะดวกจะเข้ามาตอบในเวปบอร์ดนี้ ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา และภาระงาน  หากผู้อ่านท่านใดประสงค์จะสอบถามปัญหา หรือต้องการติดต่อผู้เขียน กรุณาติดต่อไปตาม e-mail address ข้างต้นเท่านั้น  เพราะผู้เขียนย้ายที่อยู่ จึงทำให้ e-mail ที่เป็นของ truemail  ที่ผู้เขียนเคยใช้อยู่มาแต่เดิมนั้นถูกยกเลิกไปโดยปริยายครับ

 

ผู้เขียน / เรียบเรียงโดย : ปิยะชัย  จันทรวงศ์ไพศาล





จำนวนผู้ชม 6066 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์