นพ.พูลชัย จิตอนันตวิทยา ที่ปรึกษาภาคีหมออนามัยแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การคัดกรองโรคพบว่า ร้อยละ 96 ของผู้หญิงที่อยู่ในระบบประกันสังคม (สปส.) ไม่เคยใช้สิทธิรับการตรวจคัดกรองโดยเฉพาะโรคมะเร็งปากมดลูก ส่งผลให้ปัจจุบันยังมีผู้หญิงเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก เสียชีวิตสูงถึงวันละ 15 ราย ซึ่งในปีนี้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้จัดทำโครงการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก "ในกลุ่มผู้ประกันตนทุกระบบ" จำนวน 1 ล้านราย โดยเริ่มต้นที่โรงงานอุตสาหกรรมก่อน โดยตนได้หาวิธีการตรวจเพื่อย่นระยะเวลาให้เหลือ1 นาที และลดความน่ากลัวของการตรวจซึ่งประสบผลสำเร็จ
ผลจากการตรวจคัดกรองคนงานในโรงงานย่านนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน 4,700 ราย จากการตรวจ 11,100 ราย พบว่ามี 44 รายที่อยู่ในระยะที่จะเป็นมะเร็ง อายุตั้งแต่ 26-37 และมี 3 รายที่เป็นมะเร็งในระยะเริ่มต้น ดังนั้นตนจึงได้ทำเรื่องส่งต่อไปยังรพ.เอกชน 6 แห่ง ที่ผู้ป่วยใช้สิทธิประกันตนอยู่ ซึ่งตามปกติเมื่อเอาผลตรวจไปที่รพ.ควรตรวจเพิ่มเติมแล้วเอากล้องชนิดพิเศษ ส่องเข้าไปบริเวณปากมดลูกเพื่อดูเนื้อเยื่อที่ผิดปกติแล้วใช้เครื่องมือที่ มีลักษณะเป็นขดลวดที่มีความร้อนปาดเนื้อเยื่อตรงนั้นออกมา(LEEP) แต่ 6 รพ.นี้ไม่มีเครื่องมือดังกล่าวเลยทั้งๆ ที่เป็นเครื่องมือมาตรฐานที่ใช้อยู่ และใน รพ.สังกัดกระทรวงสาธารณสุขมีอยู่ทุกแห่ง และ รพ.ยังปฏิเสธการรักษา อ้างว่าผลตรวจที่เราส่งไปใช้ไม่ได้ ถ้าให้ทาง รพ.ตรวจเอง โดยใช้เครื่องเก็บเซลล์ที่เป็นไม้ไอติมซึ่งมาตรฐานต่ำกว่าที่เราใช้ จึงไม่พบอาการผิดปกติ และไม่มีการส่งตัวรักษา แต่ผู้ป่วยพยายามขอตรวจซ้ำและเจอเซลล์มะเร็งจริงๆ ในอีก 2 เดือนถัดมา และประสบกับปัญหาน้ำท่วมพอดี
"1 ใน 3 ของผู้ที่ตรวจเจอว่าเป็นมะเร็งนั้น เมื่อ2 ปีที่แล้วเคยมาตรวจที่ รพ.เอกชนแห่งนี้แล้วพบว่าเป็นมะเร็งปากมดลูกในระยะเริ่มต้น แต่ทาง รพ.บอกว่ายังไม่รุนแรงให้รอไปก่อน ไม่กระตือรือร้นรักษาหรือหาเครื่องมือต่อมาผู้ป่วยคนเดิมมีอาการเข้าสู่ระยะ ที่ 2 ถ้า รพ.ผ่าตัด ดีอาร์จีจะเกิน 2 และเมื่อ24 เม.ย.ที่ผ่านมา กรรมการ สปส.เพิ่งจะขึ้นค่ารักษาพยาบาลโรคมะเร็งจากเดิม 50,000 เป็น 270,000 บาท ซึ่งทำให้ รพ.เบิกเงิน สปส.ได้เงินเยอะเลย" นพ.พูลชัยกล่าว และว่า กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่าไม่ใช่ 6 รพ.เอกชนไม่ได้เรื่องแต่เป็นระบบการควบคุมคุณภาพของ รพ.ใน สปส.ไม่ได้เรื่องและสะท้อนว่าระบบของ สปส.ล้าหลังกว่า สปสช.
(ไทยโพสต์, 7-6-2555)