นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี พ.ศ. 2553 มีแรงงานนอกระบบอยู่จำนวน 24.1 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 62.3 ของผู้มีงานทำทั้งสิ้น 38.7 ล้านคน กระทรวงแรงงานได้ตระหนักและเห็นถึงความสำคัญในการให้ความคุ้มครองและการให้ หลักประกันทางสังคมแก่แรงงานกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นแรงงานที่ไม่ใช่ลูกจ้างในสถานประกอบการ
เช่น กลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน กลุ่มผู้ขับรถรับจ้าง แท็กซี่ รถตุ๊กตุ๊ก มอเตอร์ไซค์รับจ้าง แรงงานรับจ้างทางการเกษตร หาบเร่แผงลอย คนทำงานบ้าน แรงงานรับจ้างทั่วไป รวมถึงบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้ทำงานอยู่ในกลุ่มสาขาอาชีพต่าง ๆ จะได้มีหลักประกันและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคมจึงได้เปิดโอกาสให้แรงงานกลุ่มนี้สามารถสมัครใจเข้า สู่ระบบประกันสังคมตามมาตรา 40 ได้ โดยมีหลักเกณฑ์ที่สำคัญคือ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ มีบัตรประจำตัวประชาชน โดยสามารถสมัครได้ที่สำนักงานประกันสังคม/หน่วยบริการเคลื่อนที่หรือสมัคร ผ่านตัวแทนที่ได้รับการอบรมจากสำนักงานประกันสังคมแล้วเท่านั้น
แรงงานนอกระบบที่สนใจจะสมัครเข้าสู่ระบบประกันสังคมตามมาตรา 40 นั้น สามารถเลือกสิทธิประโยชน์ได้ใน 2 ทางเลือก คือ ทางเลือกที่ 1 จ่ายเงินสมทบ 100 บาทต่อเดือน จะได้รับสิทธิประโยชน์ 3 กรณี ได้แก่ 1. กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ เมื่อเป็นผู้ป่วยในและนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ตั้งแต่ 2 วันขึ้นไป 200 บาทต่อวัน ไม่เกิน 20 วันต่อปี 2. กรณีทุพพลภาพ ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 500 – 1,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 15 ปี 3. กรณีเสียชีวิต ได้รับค่าทำศพ 20,000 บาท
ทางเลือกที่ 2 จ่ายเงินสมทบ 150 บาทต่อเดือน ได้รับสิทธิประโยชน์ใน 4 กรณี ได้แก่ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ เมื่อเป็นผู้ป่วยในและนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ตั้งแต่ 2 วันขึ้นไป 200 บาทต่อวัน ไม่เกิน 20 วันต่อปี กรณีทุพพลภาพ ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 500 – 1,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 15 ปี กรณีเสียชีวิต ได้รับค่าทำศพ 20,000 บาท และกรณีชราภาพ ได้รับเงินก้อนสำหรับวัยหลังเกษียณ นายเผดิมชัยฯกล่าว
(มติชน, 9-4-2555)