ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ


เงื่อนไขแห่งความสำเร็จ ในการฝึกอบรมพัฒนาภาวะผู้นำในองค์กร

เงื่อนไขแห่งความสำเร็จ ในการฝึกอบรมพัฒนาภาวะผู้นำในองค์กร | ข้อมูลเกี่ยวกับการฝึกอบรม สัมมนา โดย SIAMHRM.COM , ข้อมูลเกี่ยวกับ เงื่อนไขแห่งความสำเร็จ ในการฝึกอบรมพัฒนาภาวะผู้นำในองค์กร, ตัวอย่าง เงื่อนไขแห่งความสำเร็จ ในการฝึกอบรมพัฒนาภาวะผู้นำในองค์กร, บทความ เงื่อนไขแห่งความสำเร็จ ในการฝึกอบรมพัฒนาภาวะผู้นำในองค์กร



การฝึกอบรมได้ถูกใช้อย่างกว้างขวางเพื่อปรับปรุงภาวะผู้นำในองค์กร โดยโปรแกรมส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มทักษะทั่วไปและพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพในการจัดการ การจัดฝึกอบรมโดยส่วนใหญ่จะจัดสำหรับผู้บริหารระดับต้นและระดับกลาง มุ่งเน้นที่งานในปัจจุบันมากกว่าการ เตรียมตัวเพื่องานในอนาคต อย่างไรก็ตามรูปแบบการฝึกอบรมแบบเป็นครั้งๆ กำลังถูกทดแทนด้วยการจัดเป็นโปรแกรมการพัฒนาระยะยาวที่เหมาะสมสำหรับนักบริหารในระดับต่างๆ

การฝึกอบรมภาวะผู้นำสามารถจัดทำได้หลายแบบ ทั้งระยะสั้นที่เน้นทักษะแคบๆ เฉพาะด้านไปจนถึงโปรแกรมที่ใช้เวลาเป็นปีและครอบคลุมทักษะในระดับกว้าง ทั้งนี้รูปแบบของโปรแกรมการฝึกอบรมก็จะขึ้นอยู่กับการประยุกต์ทฤษฎีภาวะผู้นำในแต่ละทฤษฎี เช่น ทฤษฎีภาวะผู้นำแบบเปลี่ยนผ่าน (Transformational Theory), ทฤษฎีภาวะผู้นำตามสถานการณ์ (Situational leadership) เป็นต้น

ประสิทธิภาพในการฝึกอบรมขึ้นอยู่กับการออกแบบว่าดีแค่ไหน การออกแบบ การฝึกอบรมควรจะใช้พื้นฐานทฤษฎีการเรียนรู้ การมีวัตถุประสงค์ การเรียนรู้ที่ชัดเจน คุณลักษณะของผู้เรียน กระบวนการเรียนรู้ เทคนิคการฝึกอบรม และเงื่อนไขข้อจำกัดทางการบริหารหลักสูตรมาใช้เป็นข้อมูลในการออกแบบ ซึ่งเงื่อนไขแห่งความสำเร็จดังกล่าวสามารถสรุปได้ ดังนี้

1) มีวัตถุประสงค์การเรียนรู้ชัดเจน

วัตถุประสงค์การเรียนรู้จะบรรยายถึงพฤติกรรม, ทักษะ, หรือความรู้ที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมถูกคาดหวังว่าจะได้จากการฝึกอบรม การมีวัตถุประสงค์ที่ชัดแจ้งจะช่วยให้เป้าหมายของการฝึกอบรมกระจ่างชัด ซึ่งความชัดเจนของวัตถุ ประสงค์นี้จะไม่ได้ช่วยอธิบายแค่ว่าอะไรจะถูกเรียนรู้ แต่จะบอกว่าการฝึกอบรมนี้มีคุณค่าอย่างไรต่อ ผู้เข้ารับการอบรม และจะบอกได้ว่าจะช่วยพัฒนาประสิทธิภาพของการเป็นผู้นำได้อย่างไร

2) เนื้อหาชัดเจนและมีความหมาย

เนื้อหาการฝึกอบรมควรจะชัดเจนและมี ความหมาย ควรจะสร้างขึ้นมาบนฐานความรู้เบื้องต้นที่ผู้เข้ารับการอบรมมีอยู่ก่อนแล้ว ควร มุ่งเน้นในเรื่องที่สำคัญ ควรมีตัวอย่างที่ชัดเจน จับต้องได้มากๆ และอยู่ในประเด็นควรสรุปเป็นช่วงๆ และเน้นย้ำประเด็นสำคัญเพื่อช่วยให้เกิดความเข้าใจภาพรวมและสามารถจำเนื้อหาได้ การเรียนรู้เรื่องแนวคิดจะเกิดเพิ่มขึ้นได้โดยการใช้ระบบแบบลำดับชั้น การเปรียบเทียบ การใช้แบบจำลอง การใช้ทฤษฎีควรให้ง่ายๆ เพียงเพื่อให้เกิดความจำได้และเกี่ยวข้อง เพื่อช่วยให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้แปลความหมายประสบการณ์ของตนเองเข้ากับเนื้อหาที่ได้เรียนรู้

3) มีการจัดเรียงลำดับเนื้อหาอย่างเหมาะสม

กิจกรรมการฝึกอบรมควรจัดระบบและเรียงลำดับในทิศทางที่จะก่อให้เกิดการเรียนรู้ เช่น ควรจะเรียนแนวคิดเบื้องต้น สัญลักษณ์ กฎระเบียบ และกระบวนการ ก่อนที่จะลงมือทำสิ่งที่ต้องใช้ความรู้เหล่านี้ การฝึกอบรมควรดำเนินไปจากแนวคิดที่ง่ายๆ ไปสู่ระดับที่ซับซ้อนมากขึ้น เนื้อหาที่ซับซ้อนควรจะแบ่งแยกออกเป็นส่วนๆ ที่ง่ายแก่การเรียนรู้ทีละส่วน และควรมีการหยุดพักเพื่อหลีกเลี่ยงการเหนื่อยล้าจากการฝึกอบรม

4) วิธีในการฝึกอบรมควรมีความหลากหลาย

วิธีในการฝึกอบรมควรสอดรับกับระดับทักษะ, แรงจูงใจ, และความสามารถในความเข้าใจและจดจำข้อมูลที่สลับซับซ้อนของผู้รับการฝึกอบรมรวมถึงเหมาะสมกับความรู้, ทักษะ, ทัศนคติ, พฤติกรรม ที่ต้องการให้เกิดการเรียนรู้ เช่น การบรรยายที่เกิน 30 นาทีก็จะทำให้หมดความสนใจจึงควรสลับด้วยการพูดคุยหรือกิจกรรม

5) มีโอกาสในการฝึกปฏิบัติ

ผู้เข้ารับการฝึกอบรมควรได้ปฏิบัติสิ่งที่ได้เรียนรู้ เช่น การแสดงพฤติกรรม, การทบทวนข้อมูลที่อยู่ในความทรงจำ, การประยุกต์ใช้ หลักการเพื่อใช้ทำงาน เป็นต้น การเน้นย้ำหลักการจะช่วยทำให้ผู้เรียนรักษาและถ่ายโอนสิ่งที่ได้เรียนรู้มากกว่าการจดจำ ทั้งนี้ควรจะประยุกต์หลักการที่เรียนรู้ในสถานการณ์ที่ หลากหลาย การลงมือทำนี้ควรมีทั้งในระหว่างการฝึกอบรมและเมื่อกลับไปทำงาน

6) มีการให้ข้อมูลสะท้อนกลับอย่างทันเวลาและสอดคล้อง

ผู้เข้ารับการฝึกอบรมควรได้รับข้อมูลสะท้อนกลับจากแหล่งที่หลากหลาย การสะท้อนกลับควรถูกต้อง ถูกเวลา และสร้างสรรค์ เพื่อช่วยให้ได้ข้อมูลการประเมินผลการเรียนรู้ของตนเองอย่างต่อเนื่องและถูกต้อง

7) ทำให้ผู้รับการฝึกอบรมมีความเชื่อมั่นในตนเองสูงขึ้น

กระบวนการสอนควรทำให้ผู้เข้ารับการอบรมรู้สึกถึงผลที่ได้รับด้วยตนเอง ผู้สอนควรสื่อสารให้ทราบถึงความคาดหวังในผลสำเร็จ อดทนและสนับสนุนต่อผู้รับการอบรมบางคนที่อาจจะเข้าใจสิ่งที่สอนได้ยาก ผู้รับการอบรมควรจะได้รับทราบถึงความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของตนเอง การฝึกอบรมควรเริ่มให้ทำตามจากง่ายไปยากเพื่อให้ผู้เรียนมีความมั่นใจมาก ยิ่งขึ้น รวมถึงการให้กำลังใจเพื่อก่อให้เกิดความมั่นใจอย่างต่อเนื่อง

8) มีกิจกรรมการติดตามผลที่เหมาะสม

ทักษะที่ซับซ้อนเป็นการยากที่จะเรียนรู้ในเวลาที่จำกัดและการให้ข้อมูลสะท้อนกลับเพียงบางส่วน การเรียนรู้ในบางเรื่องจึงควรมีการติดตามผลภายหลังการฝึกอบรม เพื่อทบทวนความก้าวหน้าในการประยุกต์ใช้ทักษะใหม่ๆ ที่ได้เรียนรู้มา การพูดคุยถึงปัญหาและความสำเร็จให้สนับสนุนเพิ่มเติม รวมถึงการให้ทำโครงการที่ต้องใช้ทักษะที่เรียนรู้มาจากการฝึกอบรม นอกจากนี้อาจจัดให้มีโปรแกรมการทบทวนแบบสั้นๆ และการใช้ผู้ฝึกสอน (coach) ในระดับบุคคลเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

จากเงื่อนไขแห่งความสำเร็จในการฝึกอบรมข้างต้น จะเห็นได้ว่าการจัดฝึกอบรมเพื่อพัฒนาภาวะผู้นำในองค์กรเป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความรู้แบบบูรณาการของผู้รับผิดชอบ ตั้งแต่ความรู้ในเรื่องของทฤษฎีภาวะผู้นำ ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ ความเข้าใจในเรื่องเทคนิคการออกแบบหลักสูตร รวมถึงการคัดเลือกวิทยากรที่เหมาะสม

ซึ่งความรู้ความเข้าใจเหล่านี้จะทำให้โปรแกรมการฝึกอบรมที่จัดทำขึ้นมามีประโยชน์อย่างแท้จริงต่อองค์กรทั้งในแง่ความคุ้มค่าในการลงทุน และผลกระทบที่องค์กร บุคลากรจะได้รับภายหลังเสร็จสิ้นการฝึกอบรม

หน้า 33

 

คอลัมน์ HR Corner : matichon.co.th

โดย ปิยวัฒน์ แก้วกัณฑรัตน์ บจก.ไทย เอชอาร์เอ็ม บิสซิเนส WWW.THAIHRM.COM





จำนวนผู้ชม 4733 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์