LCC เสนอปฎิรูป กม.แรงงาน และกระบวนการยุติธรรม – คนงาน

LCC เสนอปฎิรูป กม.แรงงาน และกระบวนการยุติธรรม – คนงาน | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : LCC เสนอปฎิรูป กม.แรงงาน , ข้อมูลเกี่ยวกับ LCC เสนอปฎิรูป กม.แรงงาน



เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2554 ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการวิกฤติแรงงาน (LCC.) ได้จัดประชุมทางวิชาการ เรื่อง การขับเคลื่อนประเด็นกระบวนการยุติธรรมด้านแรงงาน เกี่ยวเนื่องกับภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ ณ ห้องประชุมชั้น ศูนย์ช่วยเหลือฯ ซอยวัดบัวขวัญ จ.นนทบุรี สนับสนุนโดยมูลนิธิเอเชีย ซึ่งมีนักวิชาการ ทนายความ อาสาสมัครรับเรื่องร้องทุกข์จากศูนย์พื้นที่ต่างๆ ผู้นำแรงงาน กว่า  25 คน เข้าร่วมประชุม ซึ่งมีการอภิปรายสภาพปัญหาและอุปสรรค์ของการใช้สิทธิของลูกจ้างในกระบวนการ ยุติธรรม ตั้งแต่ชั้นพนักงานตรวจแรงงาน พนักงานแรงงานสัมพันธ์ การใช้สิทธิและวินิจฉัยของประกันสังคม,เงินทดแทน และการใช้สิทธิศาลแรงงาน
 
นายชฤทธิ์ มีสิทธิ์ ผู้จัดการโครงการฯและทนายความ กล่าวว่า ปัจจุบันการเข้าถึงสิทธิของคนงานค่อนข้างยากเนื่องจากกระบวนการที่ซับซ้อน ทางกฎหมาย และที่สำคัญคนงานเองไม่ค่อยรู้สิทธิหรือช่องทางการใช้สิทธิ ขบวนการยุติธรรม ยังมีปัญหา เช่น พนักงานตรวจแรงงานไม่ดำเนินการตามหน้าที่ พนักงานไกล่เกลี่ยของศาลไม่ชำนาญด้านปัญหาแรงงาน และศาลแรงงานเองก็ไม่ดำเนินขบวนการพิจารณาคดีอย่างก้าวหน้า เนื่องจากคดีแรงงานไม่ใช่คดีทางแพ่งปกติ แต่เป็นคดีที่เกี่ยวข้องไม่เฉพาะกับตัวลูกจ้างเท่านั้นแต่กระทบไปถึงครอบ ครัวหากต้องถูกเลิกจ้าง
 
นางสาวจุริสุมัย ณ หนองคาย ผู้ประสานงานฝ่ายสิทธิฯและทนายความประจำศูนย์ช่วยเหลือฯ กล่าวว่า สภาพปัญหากระบวนการยุติธรรมที่พบจากคดีที่ศูนย์ฯให้ความช่วยเหลือฯ พบว่า กรณีนายจ้างใช้เงื่อนไขการดำเนินคดีอาญาเอากับลูกจ้าง เพื่อต่อรองในคดีแรงงาน หรือการขับเคลื่อนของผู้นำแรงงาน เช่น ข้อหาลักทรัพย์นายจ้าง หน่วงเหนี่ยวกักขัง ซึ่งต้องมีการประกันตัวแต่ลูกจ้างไม่มีหลักทรัพย์ประกันตัว และในการต่อสู้คดีต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายจำนวนมาก หรือ กรณีนายจ้างอ้างเหตุขาดทุนโดยเลิกจ้างไม่จ่ายตามกฎหมายและไม่มีทรัพย์พอที่ ยึดเพื่อมาจ่ายให้แก่ลูกจ้าง ขบวนการบังคับคดีมีขั้นตอนกระบวนการยุ่งยาก และลูกจ้างต้องเสียค่าใช้จ่ายในการบังคับขายทอดตลาดเอง และกระบวนการของศาลแรงงานล่าช้า และใช้ระยะเวลานาน โดยศาลชั้นต้นใช้ระยะเวลาเฉลี่ยประมาณ 1-2 ปี และในชั้นอุทธรณ์ฎีกาจะใช้เวลาอีกประมาณ 3 ปี รวมระยะเวลาที่กว่าจะได้คำพิพากษามาใช้เวลาถึงประมาณ 5 ปี ทำให้นายจ้างอาศัยเงื่อนไขความล่าช้าดังกล่าวเป็นเงื่อนไขในการไกล่เกลี่ย หรือกดดันให้ลูกจ้างรับเงินน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือที่ควรจะได้รับหากได้ ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่
 
นายตุลา ปัจฉิมเวช ผู้ประสานงานทั่วไปศูนย์ช่วยเหลือฯ กล่าวว่า ในการร้องพนักงานตรวจแรงงานนั้น ลูกจ้างหรือผู้นำแรงงานควรจะต้องทำข้อเท็จจริงแนบไปพร้อมกับคำร้องที่ร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน (คร.7) ด้วยและให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของคำร้องนั้น ก็จะทำให้พนักงานตรวจแรงงานได้ข้อเท็จจริงที่สมบูรณ์และจะมีสิทธิหยิบยกเข้า สู้ในชั้นศาลต่อไปได้
 
นางสุนีย์ ไชยรส ที่ปรึกษาโครงการศูนย์ช่วยเหลือฯ กล่าวในการยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานหรือการไกล่เกลี่ยศาลแรงงาน ควรจะต้องให้ที่ปรึกษาเข้าร่วมไกล่เกลี่ยด้วยเพื่อรักษาสิทธิของคนงาน และศาลเองต้องวางหลักเกณฑ์ได้ด้วยว่าคดีอย่างไรที่ไกล่เกลี่ยได้ หากเป็นการละเมิดกฎหมายแรงงานซึ่งเป็นกฎหมายที่กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำที่คุ้ม ครองคนงานก็ไม่ควรใช้กระบวนการไกล่เกลี่ย
 
ซึ่งหลังจากที่ประชุมได้ร่วมกันอภิปรายแล้วมีความเห็นว่าควรจะมีคณะ ทำงานในการปฎิรูปกฎหมายแรงงานและขบวนการยุติธรรมทั้งระบบเพื่อให้เป็นไปตาม เจตนารมณ์ของการจัดตั้งศาลแรงงาน ซึ่งยึดหลัก ประหยัด สะดวก รวดเร็วและเที่ยงธรรม  และช่องทางหนึ่งที่จะผลักดันคือคณะกรรมการปฎิรูปกฎหมาย โดยตั้งเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งอยู่ในระหว่างการสรรหาเพื่อโปรดเกล้าให้ทำหน้าที่ต่อไปอาจจะเป็นความ หวังหนึ่งของขบวนการแรงงานที่จะได้รับสิทธิหรือเข้าถึงสิทธิได้ง่ายขึ้น

(นักสื่อสารแรงงาน, 22-4-2554)




ลงวันที่ 27/04/2011 10:32:09
จำนวนผู้ชม 2243 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์