นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่าขณะนี้คณะกรรมการสปส.อยู่ระหว่างการหารือเพื่อแยกค่าใช้จ่ายโรค ร้ายแรงออกมาจากค่าเหมาจ่ายรายหัวปีละประมาณ 2,000 บาทที่ต้องจ่ายให้โรงพยาบาลในสังกัด เนื่องจากที่ผ่านมามีผู้ร้องเรียนเรื่องการรักษาโรคร้ายแรงเป็นระยะ เช่น โรงพยาบาลบ่ายเบี่ยงไม่รับรักษาหรือรับรักษาแต่ไม่ยอมส่งตัวไปยังโรงพยาบาล ที่มีความพร้อมกว่า เนื่องจากการรักษาโรคร้ายแรงมีค่าใช้จ่ายสูงไม่คุ้มกับเงินเหมาจ่ายที่ได้ รับ
“วิธีการคือแยกค่ารักษาโรคร้าย แรงออกมาโดยค่าเหมาจ่ายรายหัวจะครอบคลุม เฉพาะการรักษาผู้ป่วยนอกแต่ผู้ป่วยโรคร้ายแรงจะแยกจ่ายค่ารักษาต่างหากโดย กำหนดมาตรฐานค่ารักษาไว้ล่วงหน้า”นพ.สมเกียรติกล่าว
ทั้งนี้จากการประชุมสมัชชาแรงงาน ในหัวข้อ “ปฎิรูปประกันสังคมกับคุณภาพแรงงาน : ประกันสังคมถ้วนหน้า อิสระและโปร่งใส”เมื่อวันที่ 13 ม.ค. ที่ผ่านมามีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงคุณภาพการบริการที่ได้รับจากการใช้สิทธิ ประกันสังคมว่ายังด้อยกว่าบัตรทองและโรงพยาบาลไม่เต็มใจรักษาผู้ป่วย
นายชาลี ลอยสูง ประธานสมาพันธ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเลคทรอนิค ยานยนต์และโลหะแห่งประเทศไทย กล่าวว่าผู้ประกันตนควรได้รับการรักษาทุกโรงพยาบาลแต่วันนี้ยังถูกจำกัด สิทธิ ไม่ว่าผู้ประกันตนอยู่สท่วนไหนของประเทศควรที่จะเข้าโรงพยาบาลในสังกัด ประกันสังคมได้โดยเฉพาะตอนนี้กำลังมีการขยายไปยังภาคประชาชนทั่วประเทศจึง ควรแก้ไขในเรื่องนี้
นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข เปิดเผยว่าจากการวิจัยเปรียบเทียบสิทธิประโยชน์ระหว่างระบบประกันสังคม (สปส.) และระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (สปสช.) พบว่าผู้ประกันตนกับประกันสังคมได้รับสิทธิประโยชน์ในการรักษาพยาบาลน้อย กว่าผู้ใช้สิทธิบัตรทองกว่า 11 รายการ เช่น การบริการในลักษณะของการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเป็นสิ่งที่ผู้ใช้บัตร ทองได้รับแต่ผู้ประกันตนไม่ได้รับ หรือแม้แต่บริการส่งตัวผู้ป่วยด้วยเฮลิคอปเตอร์ก็เป็นสิ่งที่ผู้ประกันตนไม่ มีสิทธิแต่ผู้ใช้บัตรทองมีสิทธิ
(โพสต์ทูเดย์, 17-1-2554)