จะอยู่หรือไป...ขึ้นกับอะไรกันแน่

จะอยู่หรือไป...ขึ้นกับอะไรกันแน่ | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



โดย...สุทธิพันธุ์ พิมลแสงสุริยา
      
       ตลาดแรงงานในปัจจุบัน นับวันการแข่งขัน ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น นักศึกษาจบใหม่ก้าวออกมาจากรั้วมหาวิทยาลัยมีเพิ่มขึ้นจนน่าใจหาย ในรุ่นผมหากได้เข้าทำงานที่ไหนแล้วก็มักจะอยู่ทน (แม้ว่าต้องทนอยู่) จะไต่เต้าจากตำแหน่งเล็กๆ แล้วก็ก้าวหน้าอยู่ในองค์กรเดิม ซึ่งนั่นก็ทำให้คนรุ่นผมรู้สึกถึงความมั่นคงในการทำงานแล้ว แต่ปัจจุบันเป็นสิ่งที่น่าแปลกใจ เมื่อผมพบว่าจะหาพนักงานที่มีประสบการณ์ในการทำงานสัก 10 ปี และทำงานอยู่ในองค์กรเดิม จะมีซักกี่คน ผมว่าถ้าไปตรวจสอบกันดูจริงๆ คงเหลืออยู่ไม่มาก คุณว่าจริงมั้ย!!
       
       องค์กรต่างๆ จึงพยายามหากลยุทธ์ในการรักษาพนักงานให้ทำงานกับองค์กรนั้นๆ ให้ยาวนานเหมือนเช่นในอดีต เพราะการสร้างพนักงานคนหนึ่ง องค์กรต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมาย หากพนักงานอยู่ไม่นาน ก็จะทำให้องค์กรเกิดต้นทุนในการสร้างคนสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ปัจจุบันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมพนักงานที่อยู่กับองค์กรนานๆ จึงเหลือน้อยลงทุกที ความภักดีที่พนักงานเคยมีให้กับองค์กรยังมีอยู่อีกหรือไม่?
       
       ผมเคยอ่านบทความ พบว่ามีการวิจัยพนักงานใหม่ ที่เข้าทำงานครั้งแรกส่วนใหญ่ตั้งใจว่าจะทำงานในองค์กรนั้นไม่เกิน 2 ปี ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น??
      
       คุณว่าเป็นเพราะพนักงานเดี๋ยวนี้มีความอดทนน้อยลงใช่หรือไม่? สำหรับผมกลับมีความเห็นว่าเราจะไปโทษพนักงานฝ่ายเดียวก็ไม่ถูกนัก สภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันระหว่างอดีตกับปัจจุบัน ก็เป็นสาเหตุด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจุบันนักเรียนนักศึกษาเพิ่มศักยภาพของตัวเองอย่างมากมาย ทั้งการเรียนพิเศษเพิ่มเติม การเรียนภาษาที่สาม สี่ ห้า รวมไปถึงกระแสโรงเรียนอินเตอร์ฯ ที่กำลังมาแรงมาก หากเด็กๆ รุ่นนี้จบและเข้าสู่ตลาดแรงงาน จะยิ่งพบกับความแตกต่างมากกว่านี้
      
       จริงอยู่การที่พนักงานจะอยู่หรือไป ส่วนหนึ่งขึ้นกับตัวพนักงาน แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้กันก็คือตัวองค์กรด้วย ในทุกองค์กรมี 2 ปัจจัยที่ส่งเสริมให้พนักงานออกไปจากองค์กรนั้น คือปัจจัยภายในองค์กรเอง กับปัจจัยภายนอก
      
       “ปัจจัยภายในองค์กร” เช่น การเข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ได้ ถูกหัวหน้าตำหนิทุกวัน งานมากเกินไป งานไม่ท้าทาย ฯลฯ ส่วน “ปัจจัยภายนอก” เช่น เงินเดือนของบริษัทอื่นมากกว่า ออกไปเรียนต่อ กลับไปช่วยกิจการที่บ้าน ฯลฯ อย่างไรก็ตาม การที่พนักงานได้รับแรงกดดันจากปัจจัยอย่างใดอย่างหนึ่ง อาจยังไม่ทำให้ตัดสินใจออกไปจากองค์กร แต่เมื่อมีแรงกดดันจากทั้ง 2 ปัจจัยเข้ามาพร้อมกัน วันนั้นอาจทำให้พนักงานตัดสินใจไปก็ได้ เช่น หากเมื่อเช้าเพิ่งทะเลาะกับเพื่อนร่วมงาน แถมยังถูกหัวหน้าเรียกไปตำหนิ ตกบ่ายเพื่อนที่อยู่ต่างองค์กรโทรมาชวนไปทำงานด้วยกัน ผมเชื่อว่าแบบนี้มีโอกาสไปมากกว่าอยู่ ทั้งๆ ที่ถ้าเพียงแต่ถูกหัวหน้าตำหนิแต่เพื่อนไม่ได้โทรมาชวน หรือว่าเพื่อนโทรมาชวน แต่ว่ายังสนุกกับงานที่ทำ เขาก็คงยังไม่ไป
      
       สิ่งที่อยากแนะนำคือปัจจัยภายนอกเราไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้น ควรให้ความสนใจกับปัจจัยภายในองค์กรมากกว่า และปกติปัจจัยภายในที่มีผลต่อการทำงานของพนักงานประกอบดัวย 3 ปัจจัยใหญ่ๆ คือ ตัวองค์กรเอง ลักษณะงานที่ทำอยู่ และหัวหน้างาน สำหรับผมเชื่อว่าปัจจัยที่มีผลทำให้พนักงานลาออกมากที่สุด คือ“ตัวหัวหน้า” นั่นเอง
       เมื่อเป็นเช่นนี้ องค์กรต้องให้ความรู้กับหัวหน้าในทุกๆ เรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการ“บริหารคน” ไม่ใช่เน้นเรื่องการ “บริหารงาน” เพียงอย่างเดียว
      
       แล้วท่านผู้อ่านหละครับ คิดว่าพนักงานจะอยู่หรือไป...ขึ้นกับอะไรกันแน่


โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์





จำนวนผู้ชม 6642 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์