“Career Path” ไม่ใช่ “Career พลาด”

“Career Path” ไม่ใช่ “Career พลาด” | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



     โดย...บุปผาวดี โอวรารินท์
      
       ปัจจุบันองค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือภาคเอกชน ทั้งไทยหรือข้ามชาติ ต่างให้ความสำคัญในการสำรวจความคิดเห็นของพนักงาน ซึ่งแต่ละที่มีชื่อเรียกต่างกันออกไปไม่ว่าจะเป็น Employee Opinion Survey, Employee Satisfaction Survey หรือ Employee Engagement Survey แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ พนักงานมีความรู้สึกเกี่ยวกับองค์กร ผู้บริหารและผู้ร่วมงานอย่างไรบ้าง? อีกทั้ง มีความต้องการอะไรเพิ่มเติมที่จะทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น ?
      
       จากผลการสำรวจในปัจจุบันมักพบว่า เรื่อง “เงินเดือน” และ “ผลประโยชน์ตอบแทน” ซึ่งพนักงานให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งเสมอมา กลับได้รับความสำคัญรองลงมาจากเรื่อง “ความก้าวหน้าในสายอาชีพ” (Career Path) และเรื่อง “ภาวะผู้นำ” (Leadership) ความคิดเห็นของพนักงานสะท้อนให้ผู้บริหารทราบว่า พนักงานให้ความสำคัญต่อการทำงานกับองค์กรในระยะยาวและต้องการมีอนาคตที่สดใสในองค์กร ซึ่งต่างจากอดีตที่สนใจแต่เรื่องเงินๆ ทองๆ เท่านั้น
      
       หากพูดถึง “การพัฒนาความก้าวหน้าในสายอาชีพ” (Career Path Development) ผู้เขียนอยากจะขอร่วมแบ่งปันว่า เรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ (HR) หรือผู้บังคับบัญชาสายตรง (Line Manager) เท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ต้องวางแผนร่วมกันกับตัวพนักงานเองด้วย นั่นคือ ต้องพิจารณา3 ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้
      
       1. Organization Needs โดยมองว่า องค์กรของเรามีทิศทางดำเนินธุรกิจและมีวิสัยทัศน์อย่างไร ต้องการบุคลากรที่มีความสามารถและเชี่ยวชาญในด้านใดบ้างที่จะมาทำให้วิสัยทัศน์ขององค์กรบรรลุผลสำเร็จและสามารถแข่งขันในตลาดได้ เช่น หากองค์กรต้องขยายธุรกิจไปในกลุ่มประเทศ จีน ไต้หวัน ฮ่องกง สิ่งสำคัญคือ เรื่องของภาษาและความเข้าใจในการดำเนินธุรกิจในกลุ่มเอเชียเหนือ (North Asia) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
      
       2. Employee’s Strength ต้องรู้ว่า พนักงานของเรามีความเชี่ยวชาญชำนาญการทางด้านใดเป็นพิเศษบ้าง ในกรณีนี้หลายองค์กรมักนำความรู้ความสามารถตามตำแหน่งที่ต้องการ (Competencies) มาเป็นตัวตั้ง แล้วนำพนักงานไปเทียบกับ Competencies แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีความหลากหลายของพนักงานใน Generations ที่มีความสามารถโดดเด่นแตกต่างหลากหลายกันออกไป เราควรพิจารณาจากความเชี่ยวชาญของพนักงานเป็นตัวตั้ง และพัฒนาจุดแข็งเหล่านั้นให้เหมาะสมกับความต้องการขององค์กร
      
       3. Employee’s Aspiration คือความปรารถนาของพนักงาน เราคงต้องกลับมาตั้งคำถามว่า เราเคยสอบถามความปรารถนาของพนักงานไหมว่าเขาอยากทำอะไรหรืออยากมีการพัฒนาสายอาชีพด้านใดในองค์กร ที่ผ่านมา เรามักพบว่า ฝ่าย HR และ Line Manager เป็นคนกำหนดอนาคตของพนักงาน แต่สิ่งสำคัญเหนืออื่นใดคือ ปัจจุบันพนักงานต่างมีความเป็นปัจเจกชนที่มีหลากหลายความต้องการในการพัฒนาสายอาชีพของตนเอง พนักงานควรจะมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของตนเอง พนักงานมีความต้องการให้มีการกำหนดแผนการพัฒนาสายอาชีพออกมาเป็น Roadmap และต้องการเครื่องมือและทรัพยากรต่างๆ ที่จำเป็นต่อการทำงาน รวมถึง ต้องการคำแนะนำจากผู้บริหารและHRในการที่จะพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้าต่อไปในองค์กรอย่างยั่งยืน
      
       ผู้เขียนขอฝากปัจจัยการพัฒนา Career Path 3 ข้อข้างต้นให้พิจารณาว่า ความต้องการขององค์กรในการพัฒนาสายอาชีพของพนักงานควรได้รับการวางแผนอย่างสอดคล้องกันกับความเชี่ยวชาญของพนักงานและความปรารถนาในการพัฒนาสายอาชีพของพนักงานด้วย “Career Path” จะได้ไม่กลายเป็น “Career พลาด” ค่ะ


โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์





จำนวนผู้ชม 7109 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์