ฟ้องตัวแทนหางานในประเทศไทย

ฟ้องตัวแทนหางานในประเทศไทย | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM


คำวินิจฉัยของอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางที่ 26/2547
 
ตัวกลางอยู่ต่างประเทศ-ตัวแทนจัดหาคนงานในประเทศ- ค่าล่วงเวลา-ค่าทำงานในวันหยุด-ค่าเสียหายจากการเลิกสัญญา – ค่าบริการค่าใช้จ่าย
 
      โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 23 เมษายน 254 จำเลยในฐานะตัวแทน บริษัท เอ็ม นายจ้างตัวการซึ่งอยู่ประเทศบรูไน ตกลงจัดส่งโจทก์ไปทำงานกับนายจ้างที่ประเทศบรูไน ทำหน้าที่ช่างประกอบท่อมีระยะเวลาจ้าง 2 ปี ตามสัญญาจ้างกำหนดให้โจทก์ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง วันอาทิตย์เป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ แต่นายจ้างมีคำสั่งให้โจทก์ทำงานเกินกว่า 8 ชั่วโมง และให้ทำงานโดยไม่มีวันหยุด กับนำโจทก์ไปตรวจโรคทำให้โจทก์ไม่ได้ทำงานขาดรายได้ โจทก์จึงมีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุดประจำสัปดาห์ และค่าเสียหายจากการขาดรายได้ การที่นายจ้างเลิกจ้างโจทก์ก่อนครบกำหนดสัญญา โดยที่โจทก์ไม่ได้กระทำความผิดทำให้โจทก์เสียหาย จึงขอบังคับจำเลยจ่ายค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุดประจำสัปดาห์ ค่าเสียหายจากการขาดรายได้ และค่าเสียหายจากการเลิกจ้าง และให้จำเลยคืนเงินค่าบริการและค่าใช้จ่ายจำนวน 45,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามคำขอท้ายฟ้องแก่โจทก์
 
      จำเลยยังไม่ได้ให้การระหว่างพิจารณา ศาลแรงงานกลางเห็นว่า กรณีมีปัญหาว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงานหรือไม่ และส่งสำนวนให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางวินิจฉัย
     
      อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางวินิจฉัยพิจารณาแล้วเห็นว่า โจทก์ฟ้องเรียกค่าล่วงเวลาค่าทำงานในวันหยุดประจำสัปดาห์ ค่าเสียหายจากการขาดรายได้ ค่าเสียหายจากการที่นายจ้างเลิกจ้างก่อนครบกำหนดสัญญาจากจำเลยในฐานะตัวแทนบริษัท เอ็ม.  นายจ้างตัวการซึ่งอยู่ในประเทศบรูไน และเรียกค่าบริการและค่าใช้จ่ายในการจัดหางานนั้นตามคำฟ้องในส่วนที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุดประจำสัปดาห์ ค่าเสียหายจาการขาดรายได้และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างจากจำเลย โดยอ้างว่าจำเลยเป็นตัวแทนนายจ้างซึ่งอยู่ต่างประเทศ จึงเป็นการกล่าวอ้างว่าจำเลยต้องรับผิดแทนนายจ้างตัวการ ซึ่งปฏิบัติผิดหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงาน ข้อพิพาทระหว่างโจทก์และจำเลยส่วนนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงาน ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 8(1)
     
      ส่วนที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าบริการและค่าใช้จ่ายในการจัดหางานคืนจากจำเลยนั้น การฟ้องเรียกค่าบริการและค่าใช้จ่ายเป็นการใช้สิทธิเรียกร้องตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 ซึ่งเป็นกฎหมายที่รัฐมุ่งประสงค์ให้การควบคุมดูแลผู้รับอนุญาตจัดหางาน มิให้เอาเปรียบหรืหลอกลวงคนหางานโดยกำหนดมาตรการควบคุมการจัดหางาน ความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นคนหางานกับจำเลยซึ่งเป็นผู้รับอนุญาตจัดหางานเป็นไปตามสัญญาจัดหางานและพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 ทั้งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มิใช่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานและมิใช่กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ คดีพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่เรียกค่าบริการและค่าใช้จ่ายจึงไม่มีลักษณะเป็นคดีแรงงาน ตามพระราชบัญญัติพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 8
    
      วินิจฉัยว่าคดีในส่วนฟ้องเรียกค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุดประจำสัปดาห์ ค่าเสียหายจากการขาดรายได้ และค่าเสียหายจากการที่นายจ้างเลิกจ้างก่อนครบกำหนดสัญญานั้น อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงาน
 
       ส่วนคดีพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลย ที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าบริการและค่าใช้จ่ายในการจัดหางานไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงาน
 
วินิจฉัย ณ วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2547
นายประทีป อ่าววิจิตรกุล
อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงาน
 
ที่มา : สมบัติ ลีกัล



จำนวนผู้ชม 4053 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์