แพทย์ชี้หัวใจเต้นผิดปกติอันตราย

แพทย์ชี้หัวใจเต้นผิดปกติอันตราย | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



เป็นมากอาจกระทบสมอง

อาการ ใจสั่น หวิว วูบ เป็นลมบ่อย เสี่ยงเป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ พบเป็นมากในผู้ใหญ่และคนวัยทำงานแต่มักถูกมองข้าม เมื่อปล่อยไว้นานวันยิ่งรุนแรงถึงขั้นหัวใจหยุดเต้นได้ ศ.นพ.เกียรติชัย ภูริปัญโญ ผอ.ศูนย์หัวใจและคลินิกหัวใจเต้นผิดจังหวะ รพ.เวชธานี กล่าวถึงภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะว่า หัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นโรคหัวใจที่พบได้บ่อยในผู้ใหญ่ แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ ภาวะหัวใจเต้นช้า และภาวะหัวใจเต้นเร็ว อันตรายมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับอัตราเร็วหรือช้าที่ผิดปกติ ระยะ เวลาที่เกิดรวมทั้งพยาธิสภาพของหัวใจ ซึ่งอาการ หัวใจเต้นช้าหรือเร็วเกินไปจะทำให้ความดันลดลง ส่งผลให้เลือดสูบฉีดไม่เพียงพอ ทำให้มีอาการ มึนงง หวิว วูบ หรือหมดสติ
   
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ศ.นพ.เกียรติชัย กล่าวว่า พบได้หลายรูปแบบ แยกตามลักษณะอาการคือ หัวใจเต้นช้าเกินไป, หัวใจเต้นเร็วแบบมีวงจรลัดไฟฟ้า, หัวใจเต้นสะดุด, หัวใจเต้นแบบสั่นพลิ้วที่หัวใจช่องบน, หัวใจเต้นแบบสั่นพลิ้วที่หัวใจช่องล่าง ซึ่งมีความรุนแรงกว่า สำหรับการรักษาแยกตามชนิดและความรุนแรงของโรค หัวใจช่องบนเต้นเร็วผิดปกติ รักษาด้วยการจี้หัวใจด้วยไฟฟ้าผ่านคลื่นเสียงความถี่สูงเท่าคลื่นวิทยุ การเต้นของหัวใจช้ากว่าปกติรักษาด้วยการฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจ เมื่อมีสัญญาณหัวใจเต้นผิดปกติเครื่องจะส่งกระแสไฟฟ้ากระตุ้นให้หัวใจกลับมาเป็นปกติโดยอัตโนมัติ
   
ผอ.ศูนย์หัวใจและคลินิกหัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจเต้นเร็วมากและเกิดจากหัวใจช่องล่าง ถือเป็นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดรุนแรง อาจเกิดจากหัวใจห้องล่างเต้นเร็วมากหรือเต้นพลิ้วจนความดันโลหิตต่ำคลำชีพจรไม่ได้ หรือเกิดได้หลายรูปแบบสลับไปมา หัวใจจะหยุดสูบฉีดเลือดถ้าหัวใจไม่กลับมาเต้นเป็นปกติในเวลารวดเร็ว อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในเวลาไม่กี่นาที แพทย์จะแนะนำให้รับการผ่าตัดใส่เครื่องช็อตไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติชนิดผ่าตัดฝังติดตัว เมื่อมีสัญญาณหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง เครื่องจะส่งไฟฟ้าพลังงานสูงผ่านหัวใจให้สัญญาณไฟฟ้าหัวใจผิดจังหวะกลับมาเป็นปกติในทันที
   
“ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะพบบ่อยที่สุดคือ หัวใจห้องบนเต้นพลิ้วผิดจังหวะ ผู้ป่วยมีโอกาสเกิดอัมพาตได้สูงถึง ร้อยละ 5-15 ต่อปี เนื่องจากลิ่มเลือดที่เกิดขึ้นในหัวใจจากการที่หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะจะหลุดออก ไปอุดหลอดเลือดสมอง ทำให้เกิดอัมพฤกษ์อัมพาตได้ และภาวะหัวใจอ่อนกำลังก็เป็นอีกสาเหตุของการเสียชีวิตที่สูงขึ้นเมื่อพบร่วมกับโรคเบาหวาน และหลอดเลือดหัวใจตีบตัน” ศ.นพ.เกียรติชัย กล่าว
   
ด้าน พญ.ชาดา โชติพันธุ์วิทยากุล อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด รพ.เวชธานี กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาพบว่าผู้ที่ไม่เคยมีประวัติเป็นโรคหัวใจ อาจพบความผิดปกติเกี่ยวกับจังหวะการเต้นของหัวใจได้ เนื่องจากมีปัจจัยบางอย่างมากระตุ้นให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ เช่น ยาขยายหลอดลม สารกาเฟอีนที่อยู่ในชา กาแฟ การสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า หรือหัวใจถูกกระตุ้นเพราะความแปรปรวนในระบบประสาทอัตโนมัติ เช่น เครียด กังวล กลัว คิดมาก สิ่งเหล่านี้จะกระตุ้นระบบประสาทที่ส่งผลต่อการกระตุ้นหัวใจทำให้ใจเต้นเร็ว ใจสั่น เหนื่อย หายใจไม่เต็มอิ่ม หายใจแรง เร็ว และอาจเจ็บหน้าอก อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นขณะอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ออกแรง ขณะคิดมาก เครียด โมโห กรณีนี้การรักษาด้วยยา หรือการจี้ด้วยไฟฟ้าผ่านคลื่นเสียงความถี่สูงสามารถทำให้หายเป็นปกติได้
   
ส่วนวิธีดูแลร่างกายของผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ พญ.ชาดา แนะนำว่า ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด ออกกำลังกายเป็นประจำ หลีกเลี่ยงยากระตุ้นบางชนิดที่มีผลต่อการเต้นของหัวใจ ถ้าไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาก่อนรับประทานยา.

 

ที่มา : dailynews.co.th





จำนวนผู้ชม 9471 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์