หลักในการเขียนข้อบังคับการทำงานสำหรับนายจ้าง ตอนที่ 5

หลักในการเขียนข้อบังคับการทำงานสำหรับนายจ้าง ตอนที่ 5 | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM


หลักในการเขียนข้อบังคับการทำงานสำหรับนายจ้าง
ตอนที่ 5
 
6. คงอำนาจการจัดการของนายจ้างให้มากที่สุด
 
            หัวข้อนี้จะเป็นหัวข้อที่มีความสำคัญมากที่สุดของบทความนี้ ถือว่าเป็นหัวใจของบทความนี้ก็ว่าได้ คำว่าอำนาจจัดการภาษาอังกฤษใช้คำว่า MANAGEMENT RIGHT อาจเรียกว่าเป็นอำนาจปกครองบังคับบัญชาก็ได้ ซึ่งก็คืออำนาจของนายจ้างในการสั่งเกี่ยวกับการทำงาน การควบคุม การติดตามงานและการให้คุณให้โทษต่อลูกจ้าง ซึ่งเป็นพื้นฐานหลักของความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง หากนายจ้างไม่มีอำนาจบังคับบัญชาเหนือลูกจ้างแล้วไซร้ไม่ถือว่ามีนิติสัมพันธ์ตามสัญญาจ้างแรงงาน การสั่งดังกล่าวต้ออยู่ในขอบเขตของงาน เช่น คำสั่งเกี่ยวกับวิธีการทำงาน คำสั่งกำหนดวันเวลาและสถานที่ทำงาน (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 255/2528 การให้ลูกจ้างปฏิบัติหน้าที่เป็นอำนาจของนายจ้างและผู้บังคับบัญชาที่จะสั่งตามความเป็นจริงและตามสมควรแก่กรณี ลูกจ้างไม่มีสิทธิจะเลือกเวลาทำงานได้ตามความพอใจของตนเอง) ความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการทำงาน ความปลอดภัยในการทำงาน ประสิทธิภาพประสิทธิผลในการทำงาน ในขอบเขตของข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 330/2525) ด้วย และยังต้องเป็นคำสั่งที่เป็นธรรม (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1896/2543 วินิจฉัยว่า การที่ผู้บังคับบัญชาให้ลูกจ้างซึ่งปกติมีหน้าที่รับ-ส่ง บรรจุน้ำมันลงถังไปตักน้ำมันและไขน้ำมันจากท่อรวมในโรงงานซึ่งมีน้ำมันสกปรกไหลผ่าน จึงเป็นกาสรสั่งให้ทำงานนอกหน้าที่ของลูกจ้าง ลายจ้างไม่เคยสั่งให้ผู้อื่นทำมาก่อน คำสั่งของผู้บังคับบัญชาจึงเป็นการกลั่นแกล้งลูกจ้างและเป็นคำสั่งที่ไม่เป็นธรรม) ทั้งต้องเป็นคำสั่งที่ไม่พ้นวิสัยที่คนธรรมดาทั่วไปสมารถปฏิบัติตามได้ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2950/2523 วินิจฉัยว่า คำสั่งให้ลูกจ้างเรียงอิฐให้ได้วันละ 8 คันรถเป็นการเกินความสามารถที่ลูกจ้างจะทำได้จึงมิใช่กรณีที่ลูกจ้างจงใจฝ่าฝืนคำสั่ง นายจ้างจึงไม่มีสิทธิเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างได้) ส่วนอำนาจในการให้ความดีความชอบ (PROMOTION AND REWARD) เช่นการเลื่อนขั้นเงินเดือน หรือการให้เงินโบนัสหรือรางวัลในการทำงาน เป็นต้น ล้วนแต่เป็นอำนาจเฉพาะของนายจ้างทั้งสิ้น ลูกจ้างจะก้าวล่วงในอำนาจดังกล่าวไม่ได้(คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 723/2528, 3823/2531) การสั่งที่อยู่นอกเหนือจากขอบเขตของงานหรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างถือว่าเป็นการไม่ชอบ หากลูกจ้างไม่ปฏิบัติตามจะถือว่าจงใจขัดคำสั่งนายจ้างไม่ได้ เช่นการสั่งให้ลูกจ้างไปรับใช้นายจ้างส่วนตัวก็ดี (ฎีกาที่ 2695/2529) การให้ไปเบิกความเป็นพยานที่ศาลก็ดี (ฎีกาที่ 2828-2528/2525) การออกคำสั่งต่อลูกจ้างให้กระทำหรือไม่กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งเป็นสิทธิส่วนบุคคลของลูกจ้างก็ดี (ฎีกาที่ 319/2531) ถือเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายทั้งสิ้น ในการพิจารณาว่านายจ้างมีอำนาจบังคับบัญชาลูกจ้างหรือไม่ให้ดูว่านายจ้างมีข้อบังคับการทำงาน ระเบียบคำสั่ง กำหนดให้ลูกจ้างทำงานตามวัน เวลา ที่กำหนดหรือไม่ ถ้าไม่มาตามกำหนดวันเวลานั้น ต้องลากิจ ลาป่วยหรือลาลักษณะอื่นๆ หรือไม่ และหากลูกจ้างกระทำผิดระเบียบข้อบังคับการทำงานนายจ้างมีอำนาจลงโทษหรือไม่ ถ้าในระหว่างนายจ้างและลูกจ้างมีในสิ่งต่างๆ ที่กล่าวมาแล้วถือได้ว่านายจ้างมีอำนาจบังคับบัญชาเหนือลูกจ้างเป็นความสัมพันธ์ตามสัญญาจ้างแรงงานอย่างแน่นอน ในการเขียนข้อบังคับการทำงานที่ดีจะเป็นประโยชน์ต่อนายจ้างมากที่สุดก็คือ การเขียนให้นายจ้างมีอำนาจการจัดการหรืออำนาจปกครองบังคับบัญชาอย่างเต็มที่เพ่อประโยชน์แก่การบริหารเงินนั่นเอง
 
 
 
ที่มา : สมบัติ ลีกัล
 
 
แหล่งที่มา :  เรื่องโดย ....เกรียงไกร   เจียมบุญศรี
 



จำนวนผู้ชม 3702 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์