กลยุทธ์จูงใจพนักงานด้วยหัวใจ

กลยุทธ์จูงใจพนักงานด้วยหัวใจ | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



กลยุทธ์จูงใจพนักงานด้วยหัวใจ

ผู้บริหารหลายท่านคงเคยประสบ ปัญหาในการจูงใจพนักงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา ที่แม้ว่าจะมีทฤษฎีแรงจูงใจมากมายหลากหลายทฤษฎีให้เลือกนำมาลองประยุกต์ใช้ ปฏิบัติกันได้ตามอัธยาศัย แต่ปัญหาเหล่านี้ก็ยังไม่หมดไป จนหลายคนถึงกับท้อและต้องบ่นออกมาว่า “มากคนก็มากความ”   ยิ่งมีลูกน้องมากเท่าไหร่ การบริหารจัดการก็จะยิ่งยากและซับซ้อนมากขึ้นไปอีก ด้วยความที่คนเราแต่ละคนก็มีความแตกต่างกันไป เรียกได้ว่าไม่มีใครที่จะเหมือนกันไปเสียทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของจิตใจที่ยากแท้จะหยั่งถึง ซ้ำยังไม่สามารถวัดและสังเกตได้ด้วยตาเปล่าทำให้ไม่สามารถคาดเดาหรือตอบสนองได้ถูกต้องโดยอาศัยข้อมูลจากการสังเกตหรือประเมินแค่เพียงผิวเผิน ผู้บริหารหลายท่านคงต้องอาศัยเวลาและประสบการณ์รวมถึงการค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมซักหน่อยเกี่ยวกับวิธีการจูงใจพนักงานในแบบต่างๆ

จึงจะสามารถตัดสินใจเลือกนำทฤษฎีที่เกี่ยวกับการจูงใจมาใช้ให้ถูกต้องเหมาะสม ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงตัวช่วยอีกตัวหนึ่งที่ทำให้การจูงใจพนักงานประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น รวมถึงส่งผลในระยะยาวอย่างยั่งยืนมากขึ้นด้วย

 กลยุทธ์แบบ Heart by Heart

เป็นวิธีที่ผู้เขียนมองว่า คนไทยน่าจะเป็นชนชาติที่ได้เปรียบในการประยุกต์ใช้ เพราะโดยนิสัยของคนไทยนั้นจริงใจ ยิ้มง่าย มีสัมมาคารวะ นึกถึงบุญคุณ นึกถึงใจเขาใจเรากันอยู่แล้ว เพียงแต่อาจจะละเลยหรือหลงลืมทิ้งให้ลักษณะนิสัยดีๆแบบนี้ตกตะกอนอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจส่วนลึกกันไปบ้าง วันนี้เรามากวนตะกอนดีๆแบบนี้ขึ้นมาให้คุกรุ่นอยู่ในหัวใจคนไทยกันอีกครั้ง กันดีกว่า ผู้เขียนขอเรียกกลยุทธ์การจูงใจแบบนี้ว่าวิธีแบบ heart by heart นั่นก็คือใช้หัวใจ แลกหัวใจนั่นเอง แท้จริงแล้วมันก็ไม่ใช่วิธีที่แปลกใหม่อะไร

 

สิ่งที่จำเป็นสำหรับกลยุทธ์ HEART BY HEART ก็คือ ความเข้าใจ!!


ในที่นี้คือความเข้าใจ ถึงหัวอกของพนักงาน เข้าใจถึงความต้องการ ความรู้สึกนึกคิดของพวกเขาว่ารู้สึกอย่างไร ต้องการอะไร เป็นการหยิบยื่นความรู้สึกดีๆให้แก่เขา ผู้บริหารบางท่านอาจจะมีแนวคิดที่ยึดถือปฏิบัติกันอยู่แล้วว่าจะใช้อะไรหรือสิ่งใดเป็นเครื่องมือจูงใจพนักงาน เช่น ใช้สวัสดิการที่ดี ใช้การออกแบบงานที่มีประสิทธิภาพ แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีการแบบใดก็ดูเหมือนจะยังมีช่องโหว่อยู่เสมอ เหมือนกับวิธีการเหล่านั้นไม่สามารถเข้าถึงพนักงานได้อย่างแท้จริงกลยุทธ์ heart by heart จะสามารถเข้ามาช่วยให้ช่องว่างที่มีอยู่นั้นลดลงไปได้ โดยการที่ผู้บริหารย้อนกลับไปมองถึงจุดเริ่มต้นนั่นก็คือตัวพนักงานเอง มองถึงลักษณะนิสัย บุคลิกภาพและความต้องการของพนักงานว่า เขาต้องการอะไร สิ่งใดบ้างที่จะสามารถจูงใจพนักงานได้ ใช้ความรู้สึกมากขึ้นกว่าเดิม มิได้ใช้เพียงแค่เหตุผลหรือวัตถุเพียงอย่างเดียว ซึ่งสามารถใช้ควบคู่ไปกับกลยุทธ์การจูงใจได้ทุกแบบ ตัวอย่างเช่นเมื่อใช้ควบคู่กับทฤษฎีแรงจูงใจยอดฮิตอย่าง Porter - Lawler Model ที่กล่าวว่าความพึงพอใจในการทำงานของพนักงานจะได้มาจาก


1. คุณค่าของรางวัล ? เมื่อผู้บริหารจะให้รางวัลใดๆแก่พนักงานควรจะให้รางวัลที่มีคุณค่าต่อพนักงานซึ่งหมายรวมถึงคุณค่าทางจิตใจด้วย โดยเป็นสิ่งที่เขาต้องการและรู้สึกว่าของสิ่งนั้นมีค่าเพียงพอที่เขาจะใช้ความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้มา ผู้บริหารจึงควรเอาใจใส่ดูแลตรวจสอบว่าผู้ใต้บังคับบัญชาของเรามีความต้องการอย่างไร มิใช่มองแค่เพียงผิวเผินว่าทุกคน คงจะอยากได้แค่เงินเท่านั้น


2. โอกาสที่ความพยายามนั้นจะทำให้ได้รางวัล ? พยายามแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงว่าเขาทำอะไรแล้วจะได้อะไร ข้อนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องรักษาสัญญา ไม่บิดพริ้ว เมื่อต้องการความซื่อสัตย์จากพนักงานเราก็ต้องซื่อสัตย์กับเขาก่อน


3. ตัวที่ 1และ  2 จะนำมาซึ่งความพยายาม? หมายความว่าหากผู้บริหารให้ใจ ในการสำรวจความต้องการ และรักษาคำพูด พนักงานจะเกิดความพยายามในการที่จะทำงานนั้นๆให้สำเร็จ เพราะเขารู้ว่าเขาจะได้สิ่งที่ต้องการจริงๆ


4. ก่อนที่จะเกิดผลสำเร็จของงานพนักงานจะต้องอาศัย  2 ปัจจัยได้แก่ ความสามารถและคุณลักษณะ ? ผู้บริหารอาจเข้าช่วยโดยการส่งไปอบรม หรือคัดเลือกบุคลากรให้ทำงานที่ตรงกับลักษณะความสนใจ ความถนัดของเขา โดยต้องไม่ได้มองเพียงแค่ว่าทำไปเพื่อเพิ่มกำไรให้บริษัทแต่ต้องทำเพื่อความสุข และคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ดีของพนักงานอย่างแท้จริง และอีกตัวหนึ่งก็คือการรับรู้ในบทบาท ? ผู้บริหารอาจต้องให้ความไว้วางใจพนักงานให้เขาได้มีโอกาสตัดสินใจเองบ้าง เพราะเมื่อเขาเลือกที่จะทำอะไรเองนั้นเขาจะรู้สึกว่าไม่ได้ถูกสั่ง ไม่ถูกบังคับ รู้สึกภาคภูมิใจในตนเองและยอมรับในบทบาทของเขา ว่าเขาเป็นใครมีหน้าที่อะไร แล้วเขาก็จะทำมันอย่างเต็มที่


5. เมื่อผลงานสำเร็จลุล่วงแล้ว จะนำมาซึ่งรางวัล ซึ่งสามารถแยกได้เป็น รางวัลภายใน ? อันนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องมาจากตัวพนักงานรู้สึกภูมิใจในตัวเองที่เขาทำสิ่งนั้นๆได้สำเร็จลุล่วง ผู้บริหารมีหน้าที่ให้ตัวถัดมานั่นคือ รางวัลภายนอก ? เช่น คำชมเชย ใบประกาศเกียรติคุณ โบนัส เงินพิเศษ ฯลฯ ในที่นี้ผู้บริหารจะต้องให้ตามที่สัญญาไว้ หรือเกินกว่าที่สัญญาไว้ โดยย้อนกลับไปพิจารณาตามข้อ1 และ 2 มิใช่สักแต่ว่าให้แต่จะต้องใส่ใจและพิถีพิถันในการพิจารณา


6. รางวัลที่ให้นั้นจะต้องมีความยุติธรรม ? ผู้บริหารต้องคำนึงว่า ความยุติธรรมเป็นเรื่องของความรู้สึก จะต้องทำให้พนักงานทุกคนรับรู้ว่า บริษัทไม่ได้ลำเอียง และทำทุกอย่างอย่างมีมาตรฐานไม่ได้เลือกปฏิบัติ มิฉะนั้นอาจจะเกิดคำครหา หรือลุกลามใหญ่โตไปจนเกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย กลายเป็นความขัดแย้งระหว่างคนในองค์กรไปได้ในที่สุด

น.ส.สุธินี  อุทัยวงศ์
ปริญญาโทสาขาจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ



ไฟล์ประกอบ : มีไฟล์ดาวน์โหลดประกอบ Download File: โหลดไฟล์ ประกอบ ที่นี่




จำนวนผู้ชม 7843 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์