ลูกจ้างถูกเตือนเรื่องการลากิจ ต่อมาลาป่วย ถือว่าเป็นคนละเรื่องกับกรณีที่ถูกเตือน

ลูกจ้างถูกเตือนเรื่องการลากิจ ต่อมาลาป่วย ถือว่าเป็นคนละเรื่องกับกรณีที่ถูกเตือน | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



คดีแดงที่  6910/2546

นายสมเกียรติ ฉกามานันท์ โจทก์
บริษัทคัลเลอร์เทคอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จำเลย

 

พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 (4)

 

การที่โจทก์เคยถูกจำเลยตักเตือนเป็นหนังสือเนื่องจากโจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานในการลากิจมาแล้วนั้น ต่อมาโจทก์ลาป่วย ไม่ว่าการลาป่วยของโจทก์ดังกล่าวจะเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือไม่ก็ตามก็เป็นคนละเรื่องกับกรณีที่โจทก์เคยถูกจำเลยตักเตือน จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยซึ่งได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว

 

…………………..……………………………………………………………..

 

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์อ้างว่าโจทก์ละทิ้งหน้าที่หรือขาดงานโดยไม่มีเหตุผล และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งไม่เป็นความจริง โจทก์ลางานโดยปฏิบัติตามระเบียบการลาของจำเลย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 30 วัน เป็นเงิน 50,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับถัดจากวันฟ้อง และจ่ายค่าชดเชยจำนวน 150,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปีนับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้ จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 150,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปีนับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2545) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่าโจทก์กระทำผิดซ้ำคำเตือนหรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายผลิต จำเลยมีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2544 จำเลยมีคำเตือนเรื่องการลาหยุดงานของพนักงานระดับผู้จัดการ เนื่องจากผู้จัดการบางคนลาหยุดงานโดยไม่แจ้งให้ผู้จัดการทั่วไปทราบ เมื่อวันที่ 26 ถึง 28 สิงหาคม 2544 โจทก์ลากิจโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้าหรือขออนุมัติต่อผู้จัดการทั่วไปหรือผู้จัดการแผนกบุคคลโดยตรง จำเลยจึงมีหนังสือเตือนโจทก์ให้ปฏิบัติตามระเบียบการลาของจำเลย ถ้าต่อไปมีการหยุดงานและไม่แจ้งให้ผู้จัดการทั่วไปหรือผู้จัดการแผนกบุคคลทราบให้ถือว่าพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานของจำเลย โจทก์ลงชื่อรับทราบหนังสือเตือนนี้แล้วตามหนังสือเตือน เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2544 โจทก์ไปทำงาน ต่อมาเวลาประมาณ 10 นาฬิกา โจทก์แจ้งผู้จัดการทั่วไปว่าปวดศีรษะขออนุญาตไปหาแพทย์ ผู้จัดการทั่วไปอนุมัติให้โจทก์ไปหาแพทย์ได้ หลังจากนั้นโจทก์หยุดงานไปจนถึงวันที่ 22 กันยายน 2544 ซึ่งเป็นเสาร์ต่อมาวันที่ 24 กันยายน2544 ซึ่งเป็นวันจันทร์โจทก์มาทำงานและแจ้งผู้จัดการทั่วไปว่าที่หยุดงานเนื่องจากป่วยและไปหาแพทย์โดยมีใบรับรองป่วยของแพทย์ และใบความเห็นแพทย์มาแสดง ผู้จัดการทั่วไปไม่อนุมัติให้โจทก์ลาป่วยเนื่องจากอนุมัติให้โจทก์ลาป่วยในวันที่ 19 กันยายน 2544 แล้ว โจทก์หยุดงานตั้งแต่วันที่ 20 ถึง 22 กันยายน 2544 โดยโจทก์มิได้แจ้งขออนุมัติต่อผู้จัดการทั่วไป เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2544 จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ตามหนังสือปลดพนักงานพิเคราะห์แล้ว ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานข้อ 5 กำหนดเรื่องวันลาและหลักเกณฑ์การลาดังนี้

"5.1 พนักงานมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง… การลาป่วยตั้งแต่ 3 วันขึ้นไปรวมถึงวันหยุด พนักงานจะต้องมีใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งหรือสถานพยาบาลของทางราชการมาแสดงด้วย ถ้าไม่สามารถแสดงใบรับรองแพทย์ได้พนักงานต้องชี้แจงเหตุผลให้ทราบโดยเร็วและรีบเขียนใบลาในวันแรกที่กลับมาปฏิบัติงาน การแจ้งลาป่วยที่เป็นเท็จถ้าบริษัทฯจับได้ให้ออกโดยไม่จ่ายค่าชดเชย…

5.2 พนักงานที่มีอายุงาน 1 ปี ขึ้นไปมีสิทธิลากิจได้ปีละไม่เกิน 5 วัน โดยต้องแจ้งการลาล่วงหน้าและต้องได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาก่อนจึงหยุดงานได้โดยได้รับค่าจ้าง การลากิจไม่อนุญาตให้ลาย้อนหลังยกเว้นกรณีฉุกเฉินให้โทรศัพท์แจ้งที่ฝ่ายบุคคลหรือผู้บังคับบัญชา" จากข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นยุติดังกล่าวข้างต้นโจทก์เคยถูกจำเลยตักเตือนเป็นหนังสือเนื่องจากโจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานในกรณีการลากิจระหว่างวันที่ 26 ถึง 28 สิงหาคม 2544 ส่วนการลาหยุดงานของโจทก์ในวันที่ 19 ถึง 22 กันยายน 2544 เป็นกรณีการลาป่วย ดังนั้น ไม่ว่าการลาป่วยของโจทก์ในวันดังกล่าวจะเป็นการฝ่าฝืนต่อข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือไม่ก็ตามก็เป็นคนละเรื่องกับกรณีที่โจทก์เคยถูกจำเลยตักเตือนดังกล่าว กรณีถือไม่ได้ว่าโจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยซึ่งจำเลยได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้วตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 (4) จำเลยย่อมไม่มีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย คำพิพากษาศาลแรงงานกลางที่ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ชอบแล้ว

พิพากษายืน.

 

(วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์ - พันธาวุธ ปาณิกบุตร - หัสดี ไกรทองสุก )

 

ศาลแรงงานกลาง - นายจักรกฤษณ์ อนันต์สุชาติกุล

ศาลอุทธรณ์ -




จำนวนผู้ชม 4133 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์