หัวหน้าต้องสื่อสารไม่ใช่สื่อเสีย

หัวหน้าต้องสื่อสารไม่ใช่สื่อเสีย | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM

คอลัมน์ Hr on strategy

โดย บดี ตรีสุคนธ์ ศูนย์พัฒนากลยุทธ์ทางธุรกิจ www.sbdc.co.th

ผู้เขียนได้กล่าวถึงสิ่งที่หัวหน้างานควรทำและไม่ควรทำ (do and don"t) ไว้ 2 ประการในตอนที่ผ่านมา คือ หัวหน้าต้องสร้างความเชื่อมั่นไม่ใช่ทำลายความเชื่อมั่น และหัวหน้าต้องเป็น coach ไม่ใช่เป็น cat ในตอนนี้จะกล่าวถึงสิ่งที่หัวหน้างานควรทำและไม่ควรทำในประการที่ 3 และประการที่ 4 ดังนี้

ประการที่ 3 หัวหน้าต้องสื่อสารไม่ใช่ สื่อเสีย

มีคำกล่าวที่ว่า "คนโง่พูดทุกคำที่คิด แต่คนฉลาดจะคิดทุกคำที่พูด" หรือ "ก่อนที่จะพูดเราเป็นนายคำพูด แต่หลังจากที่พูดไปแล้วคำพูดก็จะกลายเป็นนายเรา" ยิ่งในยุคสมัยนี้มีตัวอย่างให้เห็นอยู่บ่อยๆ บางคนกำลังมีอนาคตที่รุ่งโรจน์แต่ด้วยคำพูดบางอย่างที่เคยพูดในอดีต (จะตั้งใจหรือไม่ก็ไม่สามารถทราบได้) กลับมาทำให้ชีวิตต้องพบกับปัญหา

สิ่งนี้ทำให้ต้องตระหนักมากเข้าไว้ว่า การสื่อสารมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินกิจกรรมการงาน และเป็นสิ่งที่ทุกคนควรต้องเรียนรู้เพราะสามารถส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่นทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ

ปัญหาเรื่องการสื่อสาร (communi cation problem) ถือเป็นปัญหาสำคัญประการหนึ่งที่ทุกองค์กรมักเผชิญก็คือ บางครั้งการสื่อสารที่ผิดพลาดเพียงเล็กน้อย หรือการสื่อที่เข้าใจไม่ตรงกันระหว่างผู้สื่อและผู้รับสื่อ ทำให้เกิดปัญหาใหญ่ๆ ตามมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ

เราได้เรียนรู้และถูกตอกย้ำอยู่เสมอว่า การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพจะต้องเป็นการสื่อสารแบบ 2 ทาง (two ways communication) เพราะการสื่อสารแบบ 2 ทางนั้นผู้สื่อและผู้รับสื่อจะเข้าใจตรงกัน เนื่องจากทั้ง 2 ฝ่ายมีโอกาสแสดงความคิดเห็น โต้ตอบกันได้ แต่การสื่อสารแบบทางสองแพร่งนั้นผู้รับสื่อจะรู้สึกกำกวมเคลือบแคลงสงสัยเพราะไม่ทราบเจตนาของผู้สื่อว่าต้องการอะไรกันแน่ ทำให้ไม่สามารถนำสื่อที่ได้รับไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ในการปฏิบัติงานหัวหน้าจะเป็นผู้มอบหมายงานให้กับลูกน้องซึ่งต้องอาศัยการสื่อสารมาช่วยสนับสนุนให้การมอบหมายงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ดังนั้น ก่อนมอบหมายงานใดๆ ก็ตาม หัวหน้าควรเตรียมรายละเอียดที่จะสื่อสารกับลูกน้องให้ครบถ้วน ถูกต้อง เข้าใจง่าย และกระชับ เมื่อสื่อสารไปแล้วการตรวจสอบความเข้าใจของลูกน้องถือเป็นสิ่งที่ควรทำโดยเปิดโอกาสให้ลูกน้องได้ซักถามเป็นระยะๆ

ถ้าหากพบว่ามีข้อมูลใดที่ทั้งสองฝ่ายยังเข้าใจไม่ตรงกันจะได้แก้ไขได้ทันเวลา ประเด็นหนึ่งที่อยากฝากไว้

ให้หัวหน้าทั้งหลายได้พิจารณาก็คือ เมื่อสื่อสารไปแล้วลูกน้องนำคำสั่งไปปฏิบัติผิดพลาด ก่อนจะตำหนิลูกน้องขอให้มองย้อนกลับมาถามตนเองก่อนว่าได้สื่อสารดีจริงหรือ ?

นอกจากนี้ หัวหน้าจะต้องสื่อข้อความในเชิงบวกกับลูกน้องและทีมงาน เมื่อสื่อสารไปแล้วต้องสร้างความร่วมมืออันดีระหว่างกัน

ที่กล่าวเช่นนี้ไม่ได้มีเจตนาส่งเสริมให้พูดโกหก เพียงแต่อยากเสนอให้หัวหน้าหาวิธีการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ (constructive communication) แก่ลูกน้อง ตัวอย่างเช่น ลูกน้องมาบอกหัวหน้าว่าบริษัทคู่แข่งที่รั้วติดกันจัดสวัสดิการให้พนักงานของเขาดีกว่าบริษัทของเรา ถ้าหัวหน้าสื่อสารกับลูกน้องว่า "ผมก็ทราบมาเช่นนั้นเหมือนกัน ถ้าคุณอยากได้สวัสดิการที่ดีกว่าก็หาทางย้ายไปทำงานกับบริษัทคู่แข่งซิ ผมเองถ้ามีโอกาสก็ไปเหมือนกัน"

การสื่อสารอย่างนี้เรียกว่า "สื่อเสีย" (poor communication) แต่ถ้าหัวหน้าสื่อสารว่า "ถ้าพวกเราอยากจะมีสวัสดิการที่ดีขึ้น เราต้องร่วมมือร่วมใจกันทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ พยายามหาวิธีเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ผมมั่นใจว่าหากพวกเราสามารถทำได้เช่นนี้ สวัสดิการของบริษัทก็มีโอกาสที่จะได้รับการดูแลให้ดีทัดเทียมคู่แข่งมากยิ่งขึ้น" เช่นนี้สามารถเรียกได้ว่าสื่อสารเชิงสร้างสรรค์

ประการที่ 4 หัวหน้าต้องพร้อมที่จะเสี่ยงไม่ใช่รอให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ

มีคำกล่าวว่า "high risk high return" หมายถึง ยิ่งมีความเสี่ยงสูงผลตอบแทนที่ได้รับก็จะสูงตามไปด้วย เช่น การลงทุนเล่นหุ้นมักจะให้ผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนซื้อพันธบัตรรัฐบาล

แต่ในขณะเดียวกัน การเล่นหุ้นก็มีโอกาสทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนได้มากกว่าการซื้อพันธบัตรรัฐบาลเช่นกัน การลงทุนใดๆ ก็ตามมักมีความเสี่ยงด้วยกันทั้งนั้น อยู่ที่ว่าจะมากหรือน้อย หากไม่อยากมีความเสี่ยงก็ไม่ต้องลงทุน แต่ก็จะต้องยอมรับความจริงว่าเราจะไม่ได้รับผลตอบแทนใดๆ กลับคืนมา ซึ่งคนส่วนใหญ่แล้วยังมีแนวโน้มให้ความสนใจที่จะลงทุนมากกว่าไม่ลงทุน

ด้วยเหตุนี้นักลงทุนจึงมักเลือกลงทุนในสิ่งที่เมื่อบวก ลบ คูณ หารแล้วเห็นว่าผลตอบแทนที่ได้รับมีความคุ้มค่ากับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

หลักการลงทุนประการหนึ่งก็คือ เมื่อมีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน นักลงทุนต้องตัดสินใจว่าจะลงทุนหรือไม่ ? และจะลงทุนมากน้อยเท่าไร ? ภายใต้ข้อจำกัดต่างๆ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจลงทุนดังข้อความที่มักจะได้ยินอยู่เสมอว่า "การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน" แสดงให้เห็นว่า ผู้ลงทุนจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลข่าวสารบวกกับประสบการณ์ของตนเข้ามาช่วยในการวิเคราะห์เพื่อให้การลงทุนได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าที่สุดแม้ว่าข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนั้นอาจจะไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ถึงขั้นบอกได้ว่ากำไรแน่ๆ หรือขาดทุนแน่ๆ ก็ตาม

หัวหน้าที่ไม่กล้ามอบหมายงานลูกน้องเพราะกลัวว่าลูกน้องจะทำงานผิดพลาด หัวหน้าที่ไม่กล้าตัดสินใจอะไรเมื่อลูกน้องมาขอคำแนะนำเพราะต้องรอให้ข้อมูลครบถ้วนสมบูรณ์ก่อนจึงจะตัดสินใจ กรณีที่กล่าวมาหากเกิดขึ้นบ้างก็คงไม่น่าแปลกใจอะไร แต่ถ้าเกิดขึ้นเป็นประจำสม่ำเสมอคงจะสร้างความอึดอัดใจให้กับลูกน้องแน่ๆ และถ้าหัวหน้าที่ไม่ตัดสินใจสามารถสร้างผลผลิตให้กับองค์การได้ในระดับสูงแสดงว่าปาฏิหาริย์มีจริง

สำหรับผู้เขียนแล้วเห็นว่าการให้ลูกน้องได้กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออกในขอบเขตที่เหมาะสมเป็นสิ่งที่หัวหน้าควรสนับสนุน ถึงแม้จะเสี่ยงต่อการเกิดความผิดพลาดบ้างก็ตาม เพราะลูกน้องจะได้ประสบการณ์เพื่อนำมาปรับปรุงการทำงานในครั้งต่อๆ ไปให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และจะทำให้เขาโตขึ้น แข็งแกร่งขึ้นต่อไปไม่ใช่รอให้ลูกน้องสมบูรณ์แบบแล้วจึงค่อยใช้งาน

โปรดติดตามอ่านตอนต่อไปฉบับหน้าครับ

หน้า 37

อ้างอิง matichon.co.th




จำนวนผู้ชม 8279 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์