HR ต้องอยู่กับความไม่เป็นรูปธรรมได้

HR ต้องอยู่กับความไม่เป็นรูปธรรมได้ | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



กพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เก่งๆ จำนวนมิใช่น้อยที่ไม่ได้จบด้าน Human Resource (HR) โดยตรง

"ศุภวรรณ ธนพัฒน์เจริญ" ผู้จัดการฝ่าย Learning&Development ( L&D) บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ก็เช่นเดียวกัน

เธอจบด้านไฟแนนซ์มา และไม่เคยรู้สึกชอบงานด้าน HR แม้แต่น้อย เพราะเธอคิดว่าเป็นงานรูทีนที่น่าเบื่อ

แต่ทว่า...วันหนึ่งความรู้สึกนี้ได้เปลี่ยนไป

หลังจากที่เธอทำงานไฟแนนซ์ได้ประมาณ 3 ปี ได้มีโอกาสไปศึกษาต่อ เอ็มบีเอด้าน quality management อันเป็นจังหวะเดียวกับที่ภาพลักษณ์ของ HR เริ่มโดดเด่นขึ้นมา

เธอจึงเข้ามาจับงานด้าน organization development ยิ่งได้เข้าไปทำงานด้านลีดเดอร์ชิปกับบริษัทของสวีเดนเธอก็ยิ่งรู้สึกสนุก และพาเธอมาลงตัวในงานด้าน HRD (Human Resource development) ที่ บริษัท ยูโนแคลไทยแลนด์ จำกัด

"ทำงาน HR มากว่า 6 ปีแล้ว ยอมรับว่า HR ยุคใหม่เปลี่ยนไปเยอะ ทั้งผู้บริหารระดับสูงขององค์กรต่างให้การสนับสนุนชัดเจน พนักงานในองค์กรก็พูดถึงฝ่าย HR มากขึ้น ภารกิจของงานมีฟังก์ชันที่เด่นชัดมากขึ้นไม่ใช่งานรูทีนเหมือนก่อน"

เพราะบรรยากาศงาน HR ในยุคปัจจุบันไม่ใช่แค่ดูแลเรื่องแค่ขาด ลา มาสายเท่านั้น แต่ต้องสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานในองค์กร รวมไปถึงการพัฒนาบุคลากร การบริหารจัดการบุคลากรภายในองค์กร และภารกิจงานหลายด้านที่ต้องรับผิดชอบนี่เองทำให้บรรยากาศการทำงานด้าน HR เปลี่ยนจากความน่าเบื่อเป็นความท้าทายขึ้นมาทันที

เมื่อตั้งคำถามว่าเธอมีเทคนิคในการดูแลคนเก่งในเชฟรอนอย่างไร "ศุภวรรณ" ได้โค้ดคำพูดของ "ดร.ณัฐวุฒิ พงษ์สิริ" ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ที่ได้พูดไว้ว่า การจะกระตุ้นให้คนเก่งอยากทำงาน คือ ต้องให้คนเก่งมีโอกาสอยู่กับคนเก่ง เพราะเมื่อคนเก่งได้อยู่กับคนเก่งจะเกิดการต่อยอด ด้วยเหตุนี้การสร้างบรรยากาศในการทำงานที่เอื้อให้คนกลุ่มนี้ได้ทำงานด้วยกันจึงเป็นเรื่องสำคัญและเป็นหลักยึด ในการปฏิบัติงานตลอดมา

อีกประการหนึ่งเชฟรอนถือได้ว่าเป็นองค์กรแห่งเทคโนโลยี เป็นบริษัทชั้นนำในกลุ่มธุรกิจพลังงาน การจะจูงใจให้คนที่มีคุณภาพ คนเก่งๆ อยากอยู่กับองค์กร HR จะต้องดูแลในเรื่องของเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เป็นพื้นฐานให้ก้าวล้ำคนอื่นๆ

ในฐานะที่ดูแลงานด้าน L&D จะดูเรื่อง core business ของบริษัทเป็นหลักว่ามีฟังก์ชันอะไรบ้าง จากนั้นจะน้ำหนักการเทรนนิ่งไปทางด้านนั้น โดยผู้จัดการเข้ามามีบทบาทในเรื่องการพัฒนาคนให้ก้าวขึ้นมาสู่การเป็น professional

คำว่า professional ในที่นี้ หมายถึง สามารถปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงได้ มีความรับผิดชอบต่อภาระงานสูง เพราะฉะนั้นการจัดโปรแกรมการพัฒนาในระดับองค์กรจึงไม่เคยหยุดนิ่ง จะพยายามหาช่องทางตอบสนองความต้องการของบุคลากรให้ได้มากที่สุด เพราะคนคือสิ่งที่สำคัญที่สุดขององค์กร ถ้าคนไม่พัฒนา กระบวนการอื่นๆ จะไม่มีคุณภาพตามไปด้วย

งานทุกอย่างมีความท้าทายอยู่ในตัว "ศุภวรรณ" โชคดีที่ได้เข้ามาทำงานในช่วงที่ 2 องค์กร(ยูโนแคล-เชฟรอน) เมิร์จเข้าด้วยกัน จึงได้มีโอกาสเฝ้ามองการรวมตัวของสององค์กรอย่างใกล้ชิด

"จากที่เคยทำงานมาหลายธุรกิจตั้งแต่สายการบิน ก้าวเข้าสู่วงการอสังหาริมทรัพย์ แล้วมาจับงานด้านที่ปรึกษาแล้วลงท้ายด้วยธุรกิจพลังงาน ทุกธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก โดยส่วนตัวจึงสามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้เร็ว แต่พอมาอยู่องค์กรแห่งนี้รู้สึกว่า ตัวเองสปีดช้ามาก แต่สักพักหนึ่งจึงปรับตัวได้เพราะระบบที่ดีทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้ดี"

นั่นเพราะเธอเปลี่ยนแปลงตัวเอง

"ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง เราต้องเปลี่ยนตัวเองก่อน เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอย่าไปยึดติดกับเวลา มีปัญหาอะไรให้นิ่งไว้ก่อนเพื่อที่จะดูว่าอะไรที่เวิร์กที่สุด ทั้งในแง่ส่วนตัวและองค์กร เพราะเราต้องเป็น ผู้ถ่ายทอดสิ่งต่างๆ ออกไปสู่พนักงาน การสื่อสารถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากในช่วงของการเปลี่ยนแปลง"

ประสบการณ์ที่ท้าทายครั้งนั้นถือว่าเป็นทุนที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับนักบริหารทรัพยากรมนุษย์หน้าใหม่อย่างเธอ

สำหรับ "ศุภวรรณ" แล้วการเป็น HR ที่ดีนั้นคุณสมบัติข้อแรกที่ต้องมีคือความมีมนุษยสัมพันธ์ มีความน่าเชื่อถือ แม้ว่าทุกอย่างจะมีข้อยกเว้น แต่หลักการต้องมี จึงจะเรียกความไว้วางใจจากพนักงานได้

ที่เชฟรอนแม้ว่า corporate culture จะแข็งแรงมาก ทำให้การจัดการต่างๆ ง่ายขึ้น แต่ความท้าทายในการทำงานก็ยังมีอยู่

"เมื่อทุกคนมีเบสิกเหมือนกันหมดทำอย่างไรจะต่อยอดจากตรงนั้นขึ้นไปอีก ตรงนี้เป็นเรื่องที่ยาก ทุกครั้งที่มีโอกาสจะพยายามเปิดโลกทัศน์ให้กับพนักงาน ทุกคนจะได้อยู่ในบรรยากาศของการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา"

เพราะงาน HR คือการจัดการความไม่เป็นรูปธรรม !

"การเทรนนิ่งหรือการพัฒนาคนผลจะไม่ออกมาทันทีที่จบหลักสูตร งานบางอย่างต้องหวังผลระยะยาว ฉะนั้นคนที่ทำงานตรงนี้ต้องมีใจรักในงานพอสมควร ใจเย็นและอยู่กับความไม่เป็นรูปธรรมได้ และต้องสามารถทำความไม่เป็นรูปธรรมให้เป็นรูปธรรมได้ โดยเฉพาะในองค์กรที่มีวิศวกรอยู่เยอะ ฝ่าย HR มักจะเจอคำถามอยู่ตลอดเวลาว่า กระบวนการเป็นอย่างไร ผลเป็นอย่างไร ฉะนั้นต้องทำงานอย่างมีสติเข้าใจธรรมชาติของงานและธรรมชาติของคน"

"ศุภวรรณ" จัดเป็นสาวอารมณ์ดีที่น่าสนใจอีกคนหนึ่ง เพราะวันนี้เธออายุสามสิบกว่าปีแต่ก็สามารถก้าวขึ้นเป็นหัวหน้างาน L&D ในองค์กรต่างชาติได้

ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากมุมคิดเล็กๆ ที่เธอใช้ในชีวิตการทำงานมาตลอด

"การจะทำงานอะไรก็ตาม ต้องเริ่มต้นทำงานที่ตัวเองทำแล้วมีความสุข ก็จะสามารถทำงานได้เยอะและผลออกมาดี แต่ถ้าช่วงไหนที่ทำงานแล้วรู้สึกไม่แฮปปี้ก็จะตั้งสติว่าที่ไม่แฮปปี้นั้นเป็นเรื่องงานหรือว่าเรื่องคน แล้วให้เวลากับตัวเองจัดการกับปัญหานั้น ทุกอย่างก็จะเดินต่อไปได้ดี"

และงาน HRD ได้ทำให้ศุภวรรณได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ทั้งการพัฒนาคน การต่อยอดทัศนคติที่ดีให้กับพนักงาน แต่ความท้าทายในชีวิตของเธอยังไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ ในวันข้างหน้า "ศุภวรรณ" มุ่งมั่นว่าจะเติบโตไปเป็น HR professional ที่มีคุณภาพต่อไป

หน้า 38

คอลัมน์ HR YOUNG BLOOD

โดย เอื้อมพร สิงหกาญจน์ [email protected]

ที่มา : matichon.co.th





จำนวนผู้ชม 4299 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์