ลูกจ้าง ได้ออกเดินทางจากบ้านพักจะไปโรงกุลีหรือหน้างาน ประสบอันตรายระหว่างทาง

ลูกจ้าง ได้ออกเดินทางจากบ้านพักจะไปโรงกุลีหรือหน้างาน ประสบอันตรายระหว่างทาง | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



คดีแดงที่  697/2522

การรถไฟแห่งประเทศไทย จ.
นายสุวิทย์ ยิ่งวรพันธ์ รักษาการในตำแหน่งอธิบดีกรมแรงงาน กับพวก ล.

 

ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 103
ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2515
พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518

 

ลูกจ้างของโจทก์ออกเดินทางจากบ้านพักจะไปโรงกุสีเพื่อเอาป้ายสำหรับเดินตรวจทางซึ่งอยู่ในหน้าที่ แต่ยังเดินทางไปไม่ถึงโรงกุสีก็ถูกรถไฟชนถึงแก่ความตาย เป็นกรณีที่ผู้ตายยังมิได้เริ่มเดินตรวจทางตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากโจทก์ เพียงแต่กำลังเดินทางจะไปโรงกุลีซึ่งเท่ากับเป็นสถานที่ที่ผู้ตายจะเริ่มต้นทำงาน เมื่อผู้ตายได้รับอันตรายในขณะที่ยังเดินทางไปไม่ถึงสาถนที่ที่จะเริ่มต้นทำงานและยังมิได้ลงมือทำงานให้แก่โจทก์ จะถือว่าประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้าง หรือป้องกันรักษาประโยชน์ให้แก่นายจ้าง ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2515 ข้อ 2 (6) และประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 หาได้ไม่

 

…………………..……………………………………………………………..

 

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคล จำเลยที่ ๑ เป็นอธิบดีกรมแรงงานมีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ จำเลยที่ ๒ เป็นนิติบุคคลโดยมีจำเลยที่ ๑ กระทำการแทน เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๑๗ เวลาประมาณ ๐๔.๑๘ นาฬิกา นายประเสริฐตำแหน่งคนงานบำรุงทางชั่วคราวซึ่งเป็นลูกจ้างของโจทก์ ได้เดินทางจากบ้านพักข้างสถานีรถไฟหนองปลาดุก จะไปเอาป้ายเพื่อใช้เป็นอุปกรณ์ในการเดินตรวจทางที่หมู่ประจำที่ ๑๑ ขณะเดินทางไปถึง กม. ๖๓ + ๓๑๐.๐๐ ได้ถูกรถไฟขลวนที่ ๗๕๘ ชนศีรษะแขนและขาขาดตายคาที่โดยไม่ทราบสาเหตุ โดยที่นายประเสริฐลูกจ้างโจทก์ยังเดินทางไปไม่ถึงที่ทำงานและยังมิได้ปฏิบัติงานให้แก่โจทก์ ต่อมานางไฮ้ภริยาผู้ตายและบุตรผู้ตายได้ยื่นคำเรียกร้องเงินทดแทน พนักงานเงินทดแทน สำนักงานแรงงานจังหวัดราชบุรี สอบสวนแล้วมีคำสั่งให้โจทก์จ่ายเงินทดแทนให้แก่นางไฮ้และบุตร สำหรับกรณีที่ลูกจ้างได้ประสบอันตรายจนถึงแก่ความตายเป็นรายเดือน เดือนละ ๓๐๐ บาทเศษ มีกำหนด ๕ ปี และให้จ่ายเงินค่าทำศพด้วย โจทก์เห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบ จึงได้อุทธรณ์ต่อจำเลยที่ ๑ ต่อมาโจทก์ได้รับคำสั่งอุทธรณ์เงินทดแทนที่ ๗๓/๒๕๑๙ ลงวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๑๙ จากจำเลยที่ ๑ ซึ่งมีคำสั่งยืนให้โจทก์ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเงินทดแทน สำนักงานแรงงานจังหวัดราชบุรี โจทก์ไม่เห็นชอบด้วยเพราะนายประเสริฐถึงแก่ความตายโดยยังไปไม่ถึงที่ทำงานและยังมิได้ปฏิบัติงานให้แก่นายจ้าง จึงมิใช่ประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้างหรือป้องกันรักษาผลประโยชน์ให้แก่นายจ้าง ตามนัยแห่งประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๑๕ ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ขอให้สั่งเพิกถอนคำสั่งอุทธรณ์เงินทดแทนที่ ๗๓/๒๕๑๙ ลงวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๑๙ ของจำเลยที่ ๑

จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการ และว่าคำสั่งของพนักงานเงินทดแทน สำนักงานแรงงานจังหวัดราชบุรี และคำสั่งอุทธรณ์เงินทดแทนที่ ๗๐๓/๒๕๑๙ ดังกล่าวข้างต้นชอบแล้ว เพระานายประเสริฐประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานให้แก่โจทก์

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า นายประเสริฐออกจากบ้านพักเดินทางมุ่งตรงไปทำงานให้แก่นายจ้าง เมื่อประสบอันตรายระหว่างทาง จึงเข้าข่ายเป็นการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้าง คำสั่งอุทธรณ์เงินทดแทนชอบแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ในวันเกิดเหตุผู้ตายซึ่งเป็นลูกจ้างของโจทก์ได้ออกเดินทางจากบ้านพักจะไปโรงกุลีหรือหน้างาน เพื่อจะไปเอาป้ายสำหรับเดินตรวจทางซึ่งอยู่ในหน้าที่ แต่ผู้ตายเดินทางไปยังไม่ทันถึงโรงกุลีก็ถูกรถไฟชนศีรษะ แขน และขาขาดตายคาที่ แล้ววินิจฉัยว่า ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๐๓ ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๑๕ ข้อ ๒ (๖) และประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ เป็นที่เห็นได้ว่านายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินทดแทนให้แต่เฉพาะกรณีที่ลูกจ้างได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ หรือถึงแก่ความตาย เนื่องจากการทำงานให้แก่นายจางหรือการป้องกันรักษาประโยชน์ให้แก่นายจ้าง ตามข้อเท็จจริงในคดีนี้ผู้ตายออกเดินทางจากบ้านพักจะไปโรงกุสีเพื่อเอาป้ายสำหรับเดินตรวจทาง แสดงอยู่ในตัวว่าผู้ตายยังมิได้เริ่มเดินตรวจทางตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากนายจ้างคือโจทก์ เพียงแต่กำลังเดินทางจะไปโรงกุสี ซึ่งเท่ากับเป็นสถานที่ ที่ผู้ตายจะเริ่มทำงาน เพื่อเอาป้ายอันเป็นอุปกรณ์ในการตรวจทางแล้วจึงจะเดินตรวจทางตามหน้าที่ เมื่อปรากฏว่าผู้ตายได้รับอันตรายในขณะที่ยังเดินทางไปไม่ถึงสถานที่ที่จะเริ่มต้นทำงาน และยังมิได้ลงมือทำงานให้แก่นายจ้าง จะถือว่าประสพอันตรายเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้าง หรือการป้องกันรักษาผลประโยชน์ให้แก่นายจ้างหาได้ไม่ เทียบตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๓๗๙/๒๕๒๐ ระหว่างห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงงานแบะแซไทยเฮงฮวด โจทก์ นายลาวัลย์ อิศรางกูร ณ อยุธยา กับพวก จำเลย โจทก์จึงไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินทดแทน

พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งอุทธรณ์เงินทดแทนที่ ๗๓/๒๕๑๙

 

(จำรัส เขมะจารุ - โสทิพย์ คังคะเกตุ - ธาดา วัชรานันท์ )

 

ศาลแพ่ง - นายธรรมนิตย์ วิชญเนตินัย

ศาลอุทธรณ์ - นายสุนทร วรรณแสง




จำนวนผู้ชม 2428 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์