HR หัวใจมาร์เก็ตติ้ง : องค์กรเปื้อนยิ้ม ง่ายนิ้ดด...เดียว

HR หัวใจมาร์เก็ตติ้ง : องค์กรเปื้อนยิ้ม ง่ายนิ้ดด...เดียว | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



กลยุทธ์สร้างความสุขในองค์กรที่สำคัญอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นอะไรง่ายๆ ที่คุณพบเจอและได้ใช้ในทุกๆ วัน ซึ่งก็คือ “การสื่อสาร” นั่นเองครับ มันพัวพันกับชีวิตเราตั้งแต่ลืมตาตื่นจนถึงปิดตาหลับทีเดียว

ลองทบทวนดูเมื่อวานคุณตื่นขึ้นมาแล้วเปิดวิทยุฟังข่าวก่อนอาบน้ำแต่งตัว ขับรถขึ้นทางด่วนเห็นโฆษณาบนป้าย Billboard ขึ้นรถไฟฟ้าก็เห็นภาพในจอทีวีบนรถ ถึงที่ทำงานก็ชงกาแฟอ่านหนังสือพิมพ์ คุยเรื่องงาน ประชุมทีม สั่งงานลูกน้อง ฟังเพื่อนนินทานาย (OOPs! อันนี้ไม่ดีนะครับ) อ่าน e-mail เล่น MSN ใส่ภาพใน Hi5 เลิกงานรีบกลับบ้านเพื่อไม่พลาดดูตอนจบของจำเลยรัก และอ่านหนังสือสักเล่มก่อนเข้านอน

ทำไมเราจึงไม่นำสิ่งเหล่านี้มาปรับใช้ในองค์กรให้เจาะลึกเข้าเป็นชีวิตประจำวันในสังคมที่ทำงานบ้างล่ะ! ถ้าทำได้ก็จะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ขึ้นภายใน เกิดความรักและภูมิใจที่ได้ทำงานในองค์กร ซึมซาบวัฒนธรรมขององค์กร และเกิดความสุขในการทำงาน

“แต่จะทำอย่างไรให้เขาสนใจติดตามดีล่ะ” คำตอบคือ เริ่มต้นที่รูปแบบครับ

การสื่อสารแบบทางเดียวจากยอดเขาสู่เบื้องล่างน่ะ Out ไปแล้ว เอะอะก็เริ่มต้นด้วยประกาศ คำสั่ง หนังสือเวียนน่ะไม่ได้แล้ว ลองถามใจตัวเองดูสิว่าชอบไหม

ผมว่าวันนี้ควรสื่อสารได้ทั้งบนลงล่าง ล่างขึ้นบน ตะแคงซ้าย ตะแคงขวา เปิดโอกาสให้สื่อสารกันได้สะดวกตลอดเวลาอย่าไปตั้งจำกัดช่วงเวลาโปรโมชั่น ฟังเขาบ้าง เขาฟังเราบ้าง มีความจริงใจทุกครั้งสื่อสาร แต่จริงใจแล้วไม่จริงจังก็ไม่ได้นะครับ

ภายใต้คำว่า “การสื่อสาร” ก็จะพบคำว่า “โฆษณา” ตามมาด้วย ผมว่าโฆษณาทุกวันนี้มีบทบาทต่อการคิด และตัดสินใจของคนเราอย่างมาก

HR ต้องทำตัวเป็นเอเยนซีโฆษณา และหาทีมมาทำหน้าที่เป็น AE (Account Executive) มีคนทำด้าน Creative คอยสร้างสรรค์โฆษณาให้กระทบถึงใจ มี Art Director ช่วยใส่สีสันให้กับเนื้องานให้ไม่น่าเบื่อ และมีคนทำ Planning มาวางแผนช่องทางการใช้สื่อให้ทะลุทะลวงเข้าถึงพนักงาน

เราสมมติให้องค์กรเป็นสินค้ามีแบรนด์ และคิดว่าพนักงานเป็นผู้บริโภค ให้เอเยนซีช่วยกันทำให้

แบรนด์กับผู้บริโภครู้จักกัน ให้ถึงขั้นด้วยรักและผูกพัน รู้ใจกัน

เลียนแบบบริษัทเอเยนซีโฆษณาดูว่าเขาใช้วิธีไหนเราก็ใช้วิธีนั้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นวิธี 3D หรือ3 Dimensions ที่เป็นเครื่องมือผสมผสานปั่นให้แบรนด์กับกลุ่มเป้าหมายเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน เริ่มที่ D1 เป็นการวิเคราะห์ทำเข้าใจในแบรนด์เรา ทั้งวัฒนธรรม และความหมายของแบรนด์ เพื่อสร้างความศรัทธาในแบรนด์ให้แข็งแรงชัดเจนในใจกลุ่มเป้าหมาย

ถ้าเราไม่รู้ว่าองค์กรเราเป็นอย่างไร สถานการณ์เป็นอย่างไร มีวัฒนธรรมอย่างไร แล้วเราจะพูดกับใครรู้เรื่องล่ะครับ

เมื่อรู้จักแล้วก็ใช้ D2 มาสร้างมิติที่ต้องฉีกแนวจากเดิม เพราะความแตกต่างจะทำให้แบรนด์โดดเด่น จดจำได้เร็ว ถ้าองค์กรเราเป็นองค์กรทันสมัย ทุกชิ้นงานต้องใส่ความทันสมัยลงไป ถ้าเป็นองค์กรแห่งความสุขก็ต้องใส่ความสุขเข้าไป แต่ ถ้าเราทำได้ฮิตแต่ไม่ใช่ภาพของแบรนด์ อาจไม่เกิดแถมกลายเป็นพวกขี้โม้ไปซะงั้น!

ช่องทางการสื่อสารไม่ควรเป็นจดหมายเวียน ประกาศ แต่น่าจะเป็นโปสเตอร์สุดฮิพ หากองค์กรออกสินค้าใหม่ก็ควรทำโปรโมชั่นภายในหมู่พนักงาน ให้เขารู้ก่อนเข้าใจก่อน เขาจะรู้สึกดี ภูมิใจ ใครถามก็ตอบได้ ไม่ใช่ไม่รู้ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องของบริษัทตัวเอง

มาถึง D3 ทำความรู้จักกับกลุ่มเป้าหมาย เราจะใช้ Consumer Insight ซุนวูบอกว่ารู้เขา รู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ถ้าเรารู้ว่าพนักงานเป็นคนแบบไหน รู้สึกอย่างไร คิดอะไร และคาดหวังอะไร เราจะสามารถทำสื่อให้เข้าถึงจิตใจได้ง่ายขึ้นจริงไหม

นอกจากนั้น เราต้องมั่นตรวจสุขภาพความสุขของกลุ่มเป้าหมายด้วย โดยใช้วิธีพูดคุยแบบตัวต่อตัวไม่เป็นทางการไม่ว่าคุยกันในทางเดิน ในห้องน้ำ หรือที่ไหนก็ได้ขอให้มีโอกาสเถอะ

หรือบางครั้งงัดแบบสอบถามมาใช้เพิ่มการชิงรางวัลเข้าไปด้วย ใครตอบก่อนรับทันทีตั๋วหนัง Honeymoon Seat อะไรประมาณนี้ หรือเปิดทางด่วนแสดงความคิดเห็น เช่นเปิด Web Board ถามได้ทุกเรื่องทุกคำถามมีคำตอบให้ทุกคน ไม่ว่าจะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่

ผลที่ได้คือสามารถสยบข่าวลือให้หยุดกระพือได้ ไม่ต้องเสียเวลาตามล้างตามเช็ด นอกจากนี้ยังจะวัดกระแส เช็คเรทติ้ง ต่างๆ ของงาน HR ได้อีกด้วย

สุดท้าย สื่อโฆษณาต้องพยายามเลือกใช้ให้หลากหลาย วิทยุ โทรทัศน์ บางทีก็คิดอะไรใหม่ๆ แปลกๆ ไปเลย เช่น ให้คนมาแต่งตัวเป็นผียืนตามป้ายรถเมล์เพื่อโฆษณาหนัง เป็นต้น

ลองมองหาสิ่งที่มีอยู่ในองค์กรของเรามาปรับเป็นช่องทางการสื่อสารดูนะครับ ซึ่งควรเป็นไปอย่างประหยัด เช่น ในองค์กรมีระบบ Microsoft Outlook ก็นำมาใช้เป็น Poster Mail ส่งถึงทุกคน เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทุกวี่ทุกวันก็ดัดแปลงหน้าจอ Wallpaper เป็น Billboard

บางโอกาสก็เชิญเพื่อนพนักงานมาแต่งตัวเป็นนางแบบ-นายแบบเดินพาเหรด เป็นการประชาสัมพันธ์ที่เข้าหาเขาถึงโต๊ะทำงาน เหมือนจัด Event ในพื้นที่ทำงานนั่นเอง

ส่งท้ายด้วยละครหลังข่าว "จำเลยรัก" ด้วยคอนเซปต์จับผิดตัว พระเอกทึกทักว่านางเอกต้องเป็นศันสนีย์ ส่วนนางเอกก็บอกว่า “ฉันพยายามบอกตั้งหลายครั้งแล้วแต่เธอไม่เคยฟัง” แล้วคุณล่ะ..เห็นการสื่อสารแบบนี้ในองค์กรบ้างไหม พบกันใหม่ฉบับหน้าครับ

 

ที่มา : ดุสิต รัชตเศรษฐนันท์





จำนวนผู้ชม 4034 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์