บทคัดย่อ : การศึกษาสถานการณ์และประเมินสภาพอันตรายเบื้องต้นในสถานประกอบการที่มีการใช้รังสี

บทคัดย่อ : การศึกษาสถานการณ์และประเมินสภาพอันตรายเบื้องต้นในสถานประกอบการที่มีการใช้รังสี | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM


การดำเนินโครงการศึกษาสถานการณ์และประเมินสภาพอันตรายเบื้องต้นในสถานประกอบการที่มีการใช้รังสี เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา ซึ่งดำเนินการโดยฝ่ายสุขศาสตร์แรงงาน สถาบันความปลอดภัยในการทำงาน ในปีงบประมาณ 2544 โดยใช้แบบสำรวจสถานประกอบการเป็นเครื่องมือหลักในการเก็บรวบรวมข้อมูล ก่อนจะนำข้อมูลที่ได้มาทำการวิเคราะห์และประเมินผลตามหัวข้อที่ทำการศึกษา และทำการสรุปผลที่ได้จากการศึกษาในครั้งนี้ รวมถึงอภิปรายผลการศึกษาและเสนอข้อแนะนำในแง่มุมต่างๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐาน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานด้านความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับรังสีในอนาคต

ในการรวมรวมข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ในเชิงลึก โดยการใช้แบบสำรวจสถานประกอบการนั้น ประกอบด้วยส่วนที่สำคัญคือ ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับสถานประกอบการ ข้อมูลการใช้/ครอบครองสารรังสีหรือเครื่องกำเนิดรังสี และข้อมูลมาตรการความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับรังสี อันรวมถึงมาตรการควบคุมป้องกัน การกำจัด และมาตรการเกี่ยวกับผู้ปฏิบัติงาน ทั้งนี้ คณะผู้จัดทำโครงการฯ ได้ดำเนินการส่งแบบสำรวจข้อมูลไปยังสถานประกอบการกลุ่มเป้าหมาย จำนวนทั้งสิ้น 549 แห่ง และได้รับการตอบแบบสำรวจกลับ จำนวน 270 ชุด (49.18 %)

ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสำรวจ พบว่าด้านข้อมูลทั่วไป สถานประกอบการส่วนใหญ่ที่มีการใช้/ครอบครองสารรังสี เป็นกลุ่มประเภทกิจการผลิต (71.97 %) กิจการสถานบริการชุมชน สังคม และส่วนบุคคล (8.33 %) กิจการขนส่ง คลังสินค้า (6.82 %) เหมืองแร่และเหมืองหิน (4.2 %) และอื่นๆ โดยเมื่อพิจารณาตามรายจังหวัด สถานประกอบการมีการกระจายตัวอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร (15.53 %) ระยอง (12.12 %) ปทุมธานี (10.98 %) สมุทรปราการ (8.33 %) ฯลฯ เมื่อจำแนกตามจำนวนลูกจ้าง พบว่าสถานประกอบการส่วนใหญ่มีลูกจ้าง 100-299 คน (27.27 %) รองลงมาคือกลุ่มที่มีลูกจ้าง 300-499 คน (16.29 %) และตั้งแต่ 1,000 คน (15.53 %) ทั้งนี้ สถานประกอบการส่วนใหญ่มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ (81.44 %) ระดับพื้นฐาน/หัวหน้างาน (81.06 %) และมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานด้านรังสี (91.29 %)

ในด้านข้อมูลเกี่ยวกับการใช้/ครอบครองสารรังสีหรือเครื่องกำเนิดรังสี พบว่า สถานประกอบการมีการใช้สารรังสี Am-241 มากที่สุด (32.20 %) รองลงมาเป็นการใช้เครื่องเอกซ์เรย์ (24.24 %) สารรังสี Cs-137 (19.70 %) Kr-85 (12.5 %) Co-60 (6.44 %) ฯลฯ โดยวัตถุประสงค์การใช้งาน พบว่ามีความหลากหลาย เช่น Am-241 ส่วนใหญ่ใช้เป็นส่วนของสายล่อฟ้า ใช้วัดระดับของเหลว ตรวจสอบคุณภาพ วัดความหนาแน่น น้ำหนัก ความชื้น ฯลฯ เครื่องเอกซ์เรย์ พบว่ามีการใช้สำหรับตรวจจับ ตรวจซ่อม ตรวจวัดปริมาณ วิเคราะห์สารเคมี คุณภาพผลิตภัณฑ์ ฯลฯ ส่วน Cs-137 มีการใช้สำหรับวัดระดับและคุณลักษณะของเหลว การปรับเทียบอุปกรณ์ ฯลฯ

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการด้านความปลอดภัยในการทำงาน พบว่าสถานประกอบการส่วนใหญ่มีการจัดทำแผนป้องกันอันตรายจากรังสี (76.89 %) แต่มีเพียงส่วนหนึ่งที่มีการฝึกซ้อมตามแผนฯ (34.09 %) สถานประกอบการมีการกำหนดมาตรการหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการใช้/ปฏิบัติงานกับรังสี (72.73 %) และมีการจัดทำแนวปฏิบัติ ข้อบังคับ หรือ กฎระเบียบด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับรังสี (75.54 %) สถานประกอบการมีการรายงานหรือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการใช้/ครอบครอง/เคลื่อนย้าย (89.02 %) มีการกำหนดพื้นที่ควบคุม/ห้าม (77.65 %) มีการจัดทำป้าย/สัญลักษณ์เตือนอันตราย (85.23 %) ในเชิงการเฝ้าระวังอันตราย สถานประกอบการมีตรวจสภาพแวดล้อมการทำงานเกี่ยวกับการแผ่รังสี (79.55 %) แต่มีส่วนหนึ่งที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดหรือเตือนภัยในการบริเวณการทำงาน (35.61 %) ในส่วนของผู้ปฏิบัติงาน สถานประกอบการส่วนใหญ่จัดให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับการป้องกันอันตรายจากรังสี (79.55 %) จัดให้มีการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่สามารถป้องกันรังสี (40.91 %) จัดให้มีการใช้อุปกรณ์บันทึกปริมาณรังสีประจำตัวบุคคลชนิดต่างๆ เช่น Film Badge, TLD, Pocket Dosimeter เพื่อวัดปริมาณรังสีสะสม (75.38 %) จัดให้มีการตรวจสุขภาพผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี (73.11 %) โดยส่วนใหญ่เป็นการตรวจปีละครั้ง

ผลการศึกษาในครั้งนี้ นำมาซึ่งข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสถานการณ์การใช้สารรังสีและเครื่องกำเนิดรังสีในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยในการทำงานที่มีอยู่ อันจะนำมาซึ่งแนวทางการดำเนินงานด้านความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับรังสีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการควบคุม ดูแล และติดตามการใช้รังสีหรือเครื่องกำเนิดรังสี เพื่อให้มีการปฏิบัติอย่างถูกต้อง เหมาะสม เกิดประโยชน์สูงสุด และมีความปลอดภัยต่อตัวผู้ปฏิบัติงานและสภาพแวดล้อมในขณะเดียวกัน ทั้งนี้ คณะผู้ศึกษาได้นำเสนอข้อเสนอแนะสำหรับฝ่ายต่างๆ ทั้งภาครัฐบาล สถานประกอบการ และตัวผู้ปฏิบัติงาน

ที่มา/ผู้ดำเนินการ :  ฝ่ายสุขศาสตร์แรงงาน สถาบันความปลอดภัยในการทำงาน โทร. 0 2448 6607



จำนวนผู้ชม 3694 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์