รักษาพยาบาลนอกเครือข่ายจะได้รับสิทธิหรือไม่

รักษาพยาบาลนอกเครือข่ายจะได้รับสิทธิหรือไม่ | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM

ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม ลูกจ้างซึ่งส่งเงินสมทบตามเงื่อนไขเวลาย่อมก่อให้เกิดสิทธิตามที่กฎหมายกำหนด หากลูกจ้างผู้ประกันตนนั้นได้ไปใช้สิทธิที่โรงพยาบาลตามสิทธิ และโรงพยาบาลที่อยู่ในเครือข่าย แต่ปัญหามีว่าหากไปรักษาตัวนอกโรงพยาบาลตามสิทธิ หรือนอกเครือข่ายที่กำหนด หากลูกจ้างได้ทดลองจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลไปแล้ว ลูกจ้างผู้ประกันตนจะสามารถเบิกเงินที่ได้ทดลองจ่ายไปแล้วได้หรือไม่ คดีนี้เป็นกรณีที่ลูกจ้างผู้ประกันตนยื่นฟ้องสำนักงานประกันสังคม เพื่อเรียกร้องเงินที่ตนได้ทดลองจ่ายไปแล้ว  ศาลฎีกาวางแนวคำพิพากษาเอาไว้อย่างไร ลองติดตามครับ
 
 โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของบริษัท ยิ่งมิตร จำกัด และเป็นผู้ประกันตนที่ได้จ่ายเงินสมทบครบตามเงื่อนไขเวลาที่จะก่อให้เกิดสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนจากกองทุนประกันสังคม จึงมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีประสบอันตราย หรือเจ็บ-ป่วยอันมิใช่เนื่องมาจากการทำงาน จำเลยกำหนดโรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นสถานพยาบาลให้โจทก์ได้รับบริการทางการแพทย์ โจทก์ประสบอันตรายถูกรถเฉี่ยวชนขณะขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านพัก มีผู้นำโจทก์ส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช แล้วส่งตัวโจทก์ต่อไปที่โรงพยาบาลพุทธชินราช แพทย์ผู้ตรวจอาการ ส่งตัวโจทก์เข้าตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง แล้วส่งเข้าห้องผ่าตัดเพื่อดามกระดูก และตกแต่งแผล แต่ได้รักษาเกี่ยวกับอาการทางสมอง

 โจทก์ถูกนำออกจากห้องผ่าตัดในภาวะไม่รู้สึกตัว อาการของโจทก์อยู่ในขั้นวิกฤตเหมือนเดิม โดยไม่มีแพทย์ทางสมองเตรียมการผ่าตัด และไม่มีแพทย์ทางสมองมาพบกับญาติของโจทก์เพื่อแจ้งอาการ และการรักษา ทั้ง ๆ ที่โจทก์มีอาการหนัก ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินอย่างยิ่งที่โจทก์จะต้องได้รับการรักษาที่เหมาะสมอย่างเร่งด่วน แต่ไม่มีประสาทศัลย-แพทย์มาตรวจรักษาแต่อย่างใด ญาติของโจทก์เห็นว่าโจทก์ตกอยู่ในภาวะฉุกเฉินเป็นอันตรายต่อชีวิต จึงตัดสินใจให้โจทก์ได้รับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการแพทย์ โดยนำโจทก์ไปรักษาที่โรงพยาบาลพิษณุเวช  ซึ่งเป็นสถานพยาบาลเอกชนทำการผ่าตัดสมอง

 
โจทก์จ่ายค่ารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลพิษณุเวช 227,268 บาท และทดลองจ่ายค่าเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองที่โรงพยาบาลพุทธชินราช ส่งโจทก์ไปตรวจที่โรงพยาบาลรวมแพทย์ อันเป็นสถานพยาบาลเอกชน เป็นเงิน 4,000 บาท  คำสั่งสำนักงานประกันสังคม จังหวัดตากที่ 01/339/43 และคำวินิจฉัยคณะกรรมการอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1136/2543 ที่ปฏิเสธการจ่ายค่ารักษาพยาบาลแก่โจทก์ไม่ถูกต้อง ขอให้เพิกถอนคำสั่ง และคำวินิจฉัยดังกล่าว ให้จำเลยจ่ายเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ตามที่โจทก์มีสิทธิได้รับตามกฎหมาย เป็นเงิน 231,268 บาท  แก่โจทก์
 
 จำเลยให้การว่า  คำสั่งสำนักงานประกันสังคม และคำวินิจฉัยคณะกรรมการอุทธรณ์ ที่ให้จ่ายเงินทดแทนขาดรายได้ กรณีหยุดพักรักษาตัว 90 วัน เป็นเงิน 4,972.50 บาท แก่โจทก์ และปฏิเสธจ่ายค่ารักษาพยาบาลนั้นชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ถูกส่งเข้าโรง-พยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  ซึ่งเป็นโรงพยาบาลตามสิทธิ และส่งเข้ารักษาต่อเนื่องที่โรงพยาบาลพุทธชินราช  จังหวัดพิษณุโลก  อันเป็นโรงพยาบาลเครือข่ายระดับบน ได้รับการรักษาถูกต้องตามหลักวิชาการแพทย์แล้ว ทั้งเป็นสถานพยาบาลที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ที่สามารถให้การรักษาได้ การที่ญาติของโจทก์ย้ายโจทก์ไปรักษาที่โรงพยาบาลพิษณุเวช ซึ่งไม่ใช่โรงพยาบาลตามสิทธิ เป็นความประสงค์ที่ไม่ใช้สิทธิประกันสังคม

 
โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ตามฟ้อง กรณีเจ็บป่วยและรับบริการทางการแพทย์จะได้รับเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์นั้น ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ซึ่งทางราชการกำหนดไว้ เมื่อญาติโจทก์ย้ายโจทก์ออกจากโรงพยาบาลตามสิทธิ และโรงพยาบาลที่อยู่ในเครือข่ายออกไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชน ย่อมรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิได้รับค่าทดแทนค่าบริการทางการแพทย์จากจำเลย ถือว่าโจทก์เต็มใจ และจงใจจะไม่ใช้สิทธิประกันสังคม ขอให้ยกฟ้อง
 
 ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้แก้ไขคำสั่งสำนักงานประกันสังคมจังหวัดตาก เลขที่ 01/339/43 และคำวินิจฉัยคณะกรรมการอุทธรณ์ที่ 1136/2543 เฉพาะส่วนที่ปฏิเสธการจ่ายเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์แก่โจทก์ ให้จำเลยจ่ายเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ เป็นเงิน 231,268 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

 ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางว่า  เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2543 เวลาประมาณ 17 นาฬิกา โจทก์ถูกรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนขณะที่โจทก์ขี่จักรยานยนต์กลับบ้านพัก เป็นเหตุให้โจทก์ตกจากรถจักรยานยนต์ ศีรษะฟาดพื้น และหมดสติไป โจทก์ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช แพทย์ตรวจพบว่ากะโหลกศีรษะร้าว แขนขวาและขาขวาหัก โจทก์ไม่รู้สึกตัวต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ อาการของโจทก์หนักมาก จึงถูกส่งตัวไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลพุทธชินราช เมื่อเวลา 21 นาฬิกา  ของวันเดียวกัน และถูกส่งตัวไปเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองที่โรงพยาบาลรวมแพทย์ พบว่ามีเลือดออกในสมอง วันรุ่งขึ้น โจทก์ได้รับการผ่าตัดที่ขา แต่ไม่ได้รับการรักษาอาการเลือดออกทางสมอง อาการของโจทก์จึงทรุดลงเรื่อย ๆ ต่อมาญาติโจทก์จึงตัดสินใจย้ายโจทก์ไปรักษาที่โรงพยาบาลพิษณุเวช ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชน และมีศัลยแพทย์ทางสมอง

 
โจทก์ได้รับการผ่าตัดเอาเลือดคั่งในสมองออก โจทก์มีอาการดีขึ้นตามลำดับ โจทก์เสียค่ารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลพิษณุเวช 227,268 บาท และค่าทดลองจ่ายเอกซ์เรย์ 4,000 บาท  โจทก์ยื่นคำร้องต่อสำนักงานประกันสังคม จังหวัดตาก แต่ถูกปฏิเสธไม่จ่ายค่ารักษาพยาบาลดังกล่าว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยข้อแรกว่า การที่โจทก์เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพิษณุเวช ถือว่าโจทก์สละสิทธิ์หรือไม่ประสงค์จะใช้สิทธิประกันสังคมหรือไม่ เห็นว่าการที่โจทก์เข้ารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลพิษณุเวช ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนเนื่องจากโรงพยาบาลดังกล่าวมีศัลยแพทย์ทางสมองประจำอยู่ 

 หากโจทก์ไม่ได้รับการรักษาอาจได้รับอันตรายถึงชีวิต และการผ่าตัดสมองมีความจำเป็นเพื่อรักษาชีวิตโจทก์  อีกทั้งในเบื้องต้นโจทก์ก็เข้ารับการักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  ซึ่งเป็นโรงพยาบาลตามสิทธิ  แต่โจทก์มีอาการหนักจึงถูกย้ายไปอยู่โรงพยาบาลพุทธชินราช และโจทก์อยู่โรงพยาบาลดังกล่าว 16 ชั่วโมง ก็มิได้รับการบำบัดเลือดคั่งในสมอง จนอาการทรุดลงเรื่อย ๆ ญาติโจทก์จึงตัดสินใจย้ายโจทก์ไปรักษาที่โรงพยาบาลพิษณุเวช ซึ่งแพทย์ได้ทำการผ่าตัดสมองทันที โจทก์จึงมีชีวิตรอดมาได้ กรณีจึงเป็นเรื่องที่โจทก์เข้ารับการรักษาพยาบาลตามสิทธิแล้ว กรณียังถือไม่ได้ว่า โจทก์สละสิทธิ์ หรือไม่ประสงค์จะใช้สิทธิประกันสังคมดังที่จำเลยอ้าง
 
 
มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปว่า โจทก์ชอบที่จะได้รับเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์เพียงใด เห็นว่า ตามประกาศของจำเลย เรื่อง กำหนดจำนวนเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ (ฉบับที่ 2) ระบุไว้ในข้อ 4.2 ว่า "กรณีจำเป็นต้องได้รับบริการทางการแพทย์เพราะเกิดอุบัติเหตุ จ่ายเงินเป็นค่าบริการทางการแพทย์เฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงตามความจำเป็น ภายในระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่ผู้ประกันตนเข้ารับบริการทางการแพทย์ครั้งแรก..."

 ฉะนั้น เมื่อเงินที่โจทก์ขอให้จำเลยจ่าย เป็นเงินที่โจทก์ทดลองจ่ายเป็นค่าเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองที่โรงพยาบาลรวมแพทย์ ซึ่งโรงพยาบาลพุทธชินราชส่ง โจทก์ไปตรวจเป็นเงิน 4,000 บาท และเงินค่ารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลพิษณุเวช ซึ่งโจทก์ได้รับการผ่าตัดสมองภายหลังที่โจทก์ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  เงินจำนวนดังกล่าว จึงเป็นเงินเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงตามความจำเป็น ภายในระยะเวลา 72 ชั่วโมง นับแต่เวลาผู้ประกันตนเข้ารับการบริการทางการแพทย์ครั้งแรก ตามความหมายประกาศของจำเลย ข้อ 4.2 แล้ว  โจทก์จึงมีสิทธิได้รับเงินทดแทนตามที่โจทก์ขอ (ทั้งนี้  ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 6934/2546)


ที่มา: H.R. Law นิตยสาร Recruit Update ฉบับที่ 418 วันที่ 16-31  มกราคม  2548




จำนวนผู้ชม 2488 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์