ชีวิตพนักงาน 2006 ความภักดีองค์กร-เงินเดือนที่คุ้มค่า ที่แทบหายากในปัจจุบัน

ชีวิตพนักงาน 2006 ความภักดีองค์กร-เงินเดือนที่คุ้มค่า ที่แทบหายากในปัจจุบัน | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



    ในช่วงภาวะวิกฤตเศรษฐกิจอันเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมที่วุ่นวายขณะนี้ ไม่เพียงส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศชาติ ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อองค์กรธุกริจด้วย

ที่ไม่เพียงจะต้องปรับตัวขนานใหญ่ หากพนักงานในองค์กรหลายคนยังจะต้องปรับตัวตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นวิธีการทำงาน การทุ่มเทในการทำงาน รวมไปถึงการเบิกจ่ายอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในสำนักงานด้วย

ยิ่งบางองค์กรเป็นองค์กรอนุรักษนิยม เป็นองค์กรขนาดเล็กหรือเป็นองค์กรที่มีพนักงานเพียงไม่กี่ร้อยกี่พันคน ยิ่งจะต้องปรับตัวขนานใหญ่

ขณะที่บางองค์กรเป็นองค์กรข้ามชาติ เป็นองค์กรที่มีพนักงานทั้งในส่วนของ back office และ front office ซึ่งรวมแล้วมีมากกว่าหลายพันคนขึ้นไป จนกระทั่งถึงหลักหมื่นอาจจะต้องปรับตัวลงมาบ้าง

โดยเฉพาะในส่วนของพนักงาน front office ที่ประจำอยู่ตามโรงงานต่างๆ

กล่าวกันว่า เหตุและปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยรวมจนทำให้พนักงานหรือลูกจ้างของบางองค์กรเริ่มไม่ค่อยมั่นใจในชีวิตพนักงานหรือลูกจ้างนั้นเป็นเพราะต้นทุนค่าใช้จ่ายของบริษัทที่เพิ่มขึ้น

ทั้งในส่วนของคอร์สการลงทุนที่ต้องเกี่ยวข้องกับการขยายการลงทุน ภาวะน้ำมัน ภาวะดอกเบี้ย รวมไปถึงปัจจัยอื่นๆ ที่อาจทำให้คอร์สการลงทุนเพิ่มขึ้น

รวมไปถึงต้นทุนเงินเดือนของพนักงานทั้งหมดด้วย

เหตุนี้เองจึงทำให้พนักงานหลายคนที่เชื่อว่าตนเองมีศักยภาพการทำงานเพียงพอ มีความสามารถและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จึงอยากที่จะเปลี่ยนงานไปยังบริษัทที่ดีกว่า

ยิ่งเฉพาะบริษัทข้ามชาติ

บริษัทที่ให้ผลตอบแทนค่อนข้างสูง

หรือบริษัทที่ให้โอกาสเติบโตในหน้าที่การงาน

ขณะเดียวกัน ก็มีพนักงานหลายคนชอบที่จะอยู่กับบริษัทขนาดเล็ก เพราะเชื่อว่า "โตในที่เล็ก ดีกว่าเล็กในที่ใหญ่" เป็นไหนๆ

เพราะฉะนั้น เมื่อมาดูข้อมูลการสำรวจของสถาบัน AMA ซึ่งเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงแห่งสหรัฐอเมริกา จึงพบข้อมูลที่น่าสนใจว่า

ผู้ตอบแบบสำรวจในเขตละตินอเมริกาส่วนใหญ่ มักชอบอยู่กับบริษัทขนาดเล็ก (มี 81.5% ของบริษัททั้งหมดที่มีพนักงานน้อยกว่า 1,000 คน)

ผู้ตอบแบบสำรวจในยุโรปตะวันตก มักจะทำงานกับบริษัทขนาดใหญ่ ที่มีพนักงานมากกว่า 10,000 คน คิดเฉลี่ยเป็น 33.2%

ถามว่าแบบสำรวจนี้เกี่ยวข้องอะไรกับพนักงานในองค์กร ?

คำตอบคือเกี่ยวข้องโดยตรงกับความเป็นผู้นำองค์กร

เพราะในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ผู้นำองค์กรจะต้องเป็นแม่ทัพในการบัญชาการรบที่จะให้องค์กรนั้นๆ ประสบความสำเร็จ

สามารถฟันฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจให้ได้

และจะต้องจัดทัพองค์กรที่ดี

เหตุนี้เองทำให้แบบสำรวจจึงลงรายละเอียดไปถึงการจำแนกตามความมั่นคงขององค์กร โดยบอกว่าบริษัทผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่มั่นคง (93.9%) และมีบริษัทที่เพิ่งเริ่มธุรกิจ 6.1% อย่างไรก็ดีในบางภูมิภาคมีจำนวนบริษัทที่เพิ่งเริ่มธุรกิจอยู่ในระดับที่สูงกว่านี้ ได้แก่ ตะวันออกกลาง (21.1%) ละตินอเมริกา (18.5%) และเอเชีย (15.0%)

ซึ่งในประเด็นนี้จะเห็นว่าบริษัทที่มั่นคงอยู่ในเอเชียเพียง 15.0% เท่านั้นเอง และส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทข้ามชาติ

หรือเป็นบริษัทลูกผสม

หรือเป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

เพราะฉะนั้น เมื่อมาดูข้อมูลอีกส่วนหนึ่งที่ทางสถาบันบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาจากแบบสำรวจเรื่อง "Employment Branding" จะพบว่า

การสำรวจประชาชนกว่า 35,600 คน จาก 16 ประเทศทั่วโลก พบว่ามีบริษัทที่มีชื่อเสียงในระดับโลกเพียง 1,317 บริษัทเท่านั้นที่พนักงานอยากทำงานด้วย

อาทิ แมคโดนัลด์, โนเกีย, วอล-มาร์ต, ธนาคารแห่งสหรัฐอเมริกา,นอร์ดสตรอม์ และบริษัทเมอร์เซเดส-เบนซ์ หรือเดมเลอร์ไครสเลอร์ในปัจจุบัน

ถามว่าเพราะเหตุใด ?

ทำไม ?

พนักงานเหล่านี้ถึงอยากทำงานกับองค์กรชั้นนำระดับโลก คำตอบคงไม่ยากเพราะองค์กรเหล่านั้นมีเงินเดือนและสวัสดิการที่ดี

มีโอกาสเติบโตในสายงาน

และมีความท้าทายซ่อนอยู่เสมอ

ที่สำคัญองค์กรเหล่านี้มีความมั่นคงในธุรกิจอย่างแข็งแรง จึงทำให้ใครก็ตามที่มีโอกาสเข้าไปทำงานยังบริษัทเหล่านี้จึงค่อนข้างที่จะหาหลักประกันกับชีวิตได้ค่อนข้างดี

ขณะที่อีกหลายร้อยหลายพันบริษัทกลับเป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจไปอย่างเรียบง่าย ไม่หวือหวา แต่กระนั้นก็ใช่ว่าจะสู้บริษัทข้ามชาติไม่ได้เลย

ตรงข้ามสู้ได้อยู่แล้ว เพียงแต่ชื่อชั้นหรือ Employment Branding อาจไม่ดึงดูดเพียงพอ ที่จะทำให้พนักงานเลือกที่จะเข้ามาทำงานในองค์กร

ฉะนั้น จึงไม่แปลกที่ปัจจุบันจึงค่อนข้างพบเห็นอยู่เสมอว่าเมื่อมีการรับโบนัสกลางปี พนักงานในระดับปฏิบัติงานที่มีอายุ 2-3 ปี หรือ 3-5 ปีจึงค่อนข้างที่จะเปลี่ยนแปลงงานค่อนข้างสูง

ขณะเดียวกัน พนักงานในระดับ Middle Management ขึ้นไปก็พยายามที่จะย้ายตัวเองไปสู่บริษัทที่ให้ผลตอบแทนสูงเช่นกัน

เพราะเขาและเธอมองเห็นแล้วว่า หากอยู่ในตำแหน่งนี้ต่อไปโอกาสก้าวหน้าในชีวิตคงไม่ถึงดวงดาว สู่ไปใหญ่ในที่อื่นคงจะดีกว่า

ฉะนั้น จึงไม่แปลกที่ภาวะเศรษฐกิจเป็นอยู่อย่างนี้ จึงอาจทำให้พนักงานบางคนเริ่มขยับขยาย เริ่มที่จะหาความหวังใหม่ให้กับชีวิตตนเอง

เพราะเขามองเห็นแล้วว่าบริษัทกำลังจะไปไม่รอด

บริษัทกำลังจะเลย์ออฟพนักงาน

และบริษัทกำลังลดการผลิต

ดังนั้น ถ้าเขาอยู่ต่อไปเขาอาจเป็นคนหนึ่งที่ถูกเฉดหัวไปเมื่อไรก็ได้ ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดเขาและเธอจึงเลือกที่จะเอาโบนัสกลางปี เลือกที่จะซุ่มหางานใหม่อย่างเงียบๆ

เพื่อรอว่าถ้ามีโอกาสเมื่อไร เขาก็พร้อมที่จะโบยบินทันที

โดยไม่มีความภักดีองค์กรหลงเหลืออยู่เลย ?

หน้า 51

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ






จำนวนผู้ชม 7951 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์