กฎหมายแรงงาน : วันหยุดพักผ่อนประจำปี

กฎหมายแรงงาน : วันหยุดพักผ่อนประจำปี | การบริหารงานทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



กฎหมายแรงงาน : วันหยุดพักผ่อนประจำปี
 
มาตรา 30  ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาแล้วครบหนึ่งปีมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ปีหนึ่งไม่น้อยกว่าหกวันทำงานโดยให้นายจ้างเป็นผู้กำหนดวันหยุดดังกล่าวให้แก่ลูกจ้างล่วงหน้าหรือกำหนดให้ตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน
 
ในปีต่อมานายจ้างอาจกำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่ลูกจ้างมากกว่าหกวันทำงานก็ได้
 
นายจ้างและลูกจ้างอาจตกลงกันล่วงหน้าให้สะสมและเลื่อนวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังมิได้หยุดในปีนั้นรวมเข้ากับปีต่อๆไปได้
 
สำหรับลูกจ้างซึ่งทำงานยังไม่ครบหนึ่งปี นายจ้างอาจกำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้สำหรับลูกจ้างโดยคำนวณให้ตามสัดส่วน
 
มาตรา 67 ในกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างโดยลูกจ้างมิได้มีความผิดตามมาตรา 119 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีในปีที่เลิกจ้างตามส่วนของวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิ และรวมทั้งวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมตามมาตรา 30
 
บทบัญญัติข้างต้นให้หลักการคุ้มครองลูกจ้างว่า นายจ้างจะต้องจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดพักผ่อนประจำปี ปีหนึ่งไม่น้อยกว่า 6 วันทำงา แต่ลูกจ้างจะมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้จะต้องทำงานในปีแรกครบ 1 ปีแล้ว เมื่อครบ 1 ปี แล้วก็จะมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ 6 วันทำงานในต้นปีที่สองส่วนปีที่สองนั้นลูกจ้างไม่จำเป็นต้องทำงานให้ครบ 1ปีอีก ปีที่สองลูกจ้างจึงมีสิทธิหยุดหรือนายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างหยุด 12 วันทำงาน ดังนั้น เพื่อมิให้เกิดปัญหาดังกล่าวนายจ้างจึงควรจัดให้ลูกจ้างหยุดพักผ่อนประจำปีในปีแรกโดยไม่ต้องมีเงื่อนไขเรื่องการทำงานให้ครบ 1 ปีก่อน
 
นายจ้างส่วนใหญ่มักจะกำหนดเรื่องการหยุดพักผ่อนประจำปีไว้ในหมวดหมู่เกี่ยวกับการลาแล้วเรียกว่า ลาพักผ่อนประจำปี หรือลาพักร้อน โดยกำหนดให้ลูกจ้างยื่นใบลาเมื่อนายจ้างเห็นสมควรให้หยุดก็จะอนุมัติให้หยุด หากลูกจ้างยื่นใบลาในจำนวนวันที่ครบถ้วนตามกฎหมายและนายจ้างอนุมัติก็ถือว่านายจ้างได้จัดให้ลูกจ้างหยุดพักผ่อนประจำปีแล้ว แต่ถ้าลูกจ้างไม่ลาก็ต้องถือว่านายจ้างยังไม่ปฏิบัติตามมาตรานี้ เมื่อยังไม่ได้จัดให้ลูกจ้างหยุดนายจ้างจะต้องจ่ายค่าทำงานในวันหยุดตามมาตรา 64 ให้แก่ลูกจ้างนั้น นายจ้างหลายรายมีข้อบังคับระบุไว้ว่า ถ้าลูกจ้างไม่ลา ให้ละสมวันหยุดได้ไม่เกินกี่วัน หรือให้ถือว่าสละสิทธิ ข้อบังคับดังกล่าวย่อมขัดต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
 
ในกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยลูกจ้างมิได้มีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119  และลูกจ้างนั้นยังมีวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามสิทธิของตนเหลืออยู่ในวันที่ถูกเลิกจ้าง นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีในปีที่เลิกจ้างให้ตามส่วนของวันหยุดที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิได้รับ  หรือต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมให้แก่ลูกจ้างนั้น แล้วแต่กรณี
 
นายจ้างที่ไม่ได้กำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่ลูกจ้างมีความผิดและโทษทางอาญาตามมาตรา 146 และในขณะเดียวกันก็ต้องจ่ายค่าทำงานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวันหยุดตามมาตรา 64 ดังกล่าวข้างต้นด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้นายจ้างก็ควรจะจัดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้ถูกต้องครบถ้วน กรณีที่ลูกจ้างคนใดไม่ลาหยุดพักผ่อนประจำปี นายจ้างก็ควรจะจ่ายเป็นค่าทำงานในวันหยุดตามมาตรา 64 ให้ถูกต้องในแต่ละปีหรือรวมไว้จ่ายเป็นค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามมาตรา 67 ให้แก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้างก็ได้
 
 
 
 
ตัวอย่าง
 
 
ลูกจ้างทำร้ายร่างกายผู้บังคับบัญชา เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานในกรณีร้ายแรง นายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้างโดยไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่ลูกจ้างทั้งสิ้นไม่ว่าปีใด
 
คำพิพากษาฎีกาที่ 2030/2528
 
 
ในการคำนวณค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ลูกจ้างไม่ได้หยุดนั้น เมื่อมีการสะสมและเลื่อนวันหยุดพักผ่อนประจำปีไปรวมหยุดในปีที่เลิกจ้าง ลูกจ้างก็ย่อมมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีสำหรับวันที่สะสมมาในปีที่เลิกจ้างได้เมื่อลูกจ้างไม่ได้หยุดพักผ่อนประจำปีและถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด นายจ้างก็มีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีโดยคำนวณจากค่าจ้างในปีที่เลิกจ้างให้แก่ลูกจ้างนั้น
 
 
คำพิพากษาฎีกาที่ 2519-6529/2531
 
 
 
 
 




จำนวนผู้ชม 10948 ครั้ง




ข้อมูลบทเรียนออนไลน์ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์