Benchmarking กับการปรับปรุงตนเอง

Benchmarking กับการปรับปรุงตนเอง | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



คุณเคยรู้สึกปลื้มหรือชอบนักแสดง นักร้อง นักการเมือง หรือ นักพูดคนไหนบ้างหรือไม่ แล้วคุณแสดงพฤติกรรมอย่างไร พบว่าบางคนจะซื้อรูปมาสะสมเก็บไว้จัดเป็นอัลบั๊ม บางคนเกาะติด concert แบบว่าไปดูทุกงานที่มีการแสดง บางคนถึงขนาดเลียนแบบพฤติกรรมต่าง ๆ ของคนที่คุณรู้สึกชื่นชอบ ทั้งนี้ความรู้สึกปลื้มหรือชอบนี้เองจะเกิดขึ้นจากการที่คุณคิดว่าพวกเค้ามีสิ่งที่โดดเด่นที่โดนใจหรือที่คุณเองรู้สึกประทับใจอยู่มาก โดยคุณพยายามที่จะแสดงหรือเลียนแบบบุคคลที่คุณชื่นชอบ และพยายามเปรียบเทียบตัวคุณเองกับบุคคลเหล่านั้น ซึ่งนั่นก็คือ Benchmarking

Benchmarking เป็นการกำหนดบุคคล กลุ่มคน หรือสถาบัน/องค์การที่มีลักษณะโดดเด่น หรือประสพความสำเร็จในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คุณยึดเป็นตัวอย่าง และต้องการพัฒนาให้มีลักษณะเหมือนหรือคล้ายคลึง เสมือนกับเป็นโมเดลหรือเป็นแบบอย่างที่ให้คุณเห็นและพยายามจะปรับปรุงให้มีตามแบบฉบับที่โดดเด่นนั้น

ดังนั้นการทำ Benchmarking จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้คุณปรับปรุงตนเอง (Self Improvement) ในการทำงาน และช่วยให้คุณประสพความสำเร็จในหน้าที่การงานได้เร็วขึ้น โดยวิธีการนั้นไม่ยุ่งยากและมีขั้นตอนไม่สลับซับซ้อนอะไรมากนัก ซึ่งคุณเองย่อมสามารถปฏิบัติตามได้ ดังต่อไปนี้

D - Define : กำหนดเป้าหมายในชีวิตให้ชัดเจน
การทำ Benchmarking จะไม่เกิดขึ้นได้เลย ถ้าคุณไม่มีแม่แบบหรือแบบฉบับที่คุณต้องการจะเปรียบเทียบเพื่อการปรับปรุงตนเองให้มีคุณลักษณะหรือพฤติกรรมตามแม่แบบของคุณ ทั้งนี้ก่อนเลือกบุคคลที่จะเป็นแม่แบบให้กับคุณเองนั้น คุณควรจะกำหนดเป้าหมาย (Goal) ที่คุณอยากจะเป็นหรือใฝ่ฝันว่าจะต้องทำให้เกิดขึ้นให้ได้ เพื่อว่าคุณจะได้กำหนดตัวบุคคลให้ตรงตามเป้าหมายของคุณ เช่น คุณอยากจะเป็นนักบัญชีมืออาชีพและได้รับการยอมรับจากบุคคลต่าง ๆ และเมื่อคุณเองมีเป้าหมายที่ชัดแจนแล้วขอให้คุณควรเริ่มมองหาว่าใครในปัจจุบันที่เป็นนักบัญชีที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับ ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากในการหาบุคคลที่อยู่ในสายอาชีพที่คุณอยากจะให้เค้าเป็นแบบฉบับให้กับตัวคุณเอง คุณอาจจะสอบถามจากเพื่อนร่วมงาน เพื่อนที่เป็นเครือข่ายของคุณ จากหัวหน้างาน หรือจากการสอบถามไปยังสมาคมหรือชมรมที่เกี่ยวข้อง

A - Analyze : วิเคราะห์และพิจารณาคัดเลือกแม่แบบ
หลังจากที่คุณรู้ว่าใครบ้างที่อยู่ในสายอาชีพที่คุณเองสามารถพิจารณาให้เป็นแม่แบบได้ ขอให้คุณเริ่มศึกษาชีวประวัติ แนวทางการดำเนินชีวิต และวิธีการที่จะทำให้พวกเค้าเหล่านั้นประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน รวมทั้งผลงานต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นและโดดเด่น ตลอดจนคติพจน์ประจำใจที่เป็นหลักปฏิบัติในการทำงาน ทั้งนี้เพื่อใช้เป็นข้อมูลที่ทำให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าใครที่คุณเองต้องการประพฤติและปฏิบัติตาม การคัดเลือกบุคคลที่จะเป็นแม่แบบนั้นจะขึ้นอยู่กับเกณฑ์การตัดสินใจของแต่ละคนที่แตกต่างกันไป เช่น บางคนชอบนาย ก บางคนชอบนาย ข เป็นต้น เพราะนอกเหนือจากการพิจารณาคัดเลือกแม่แบบตามผลงานของพวกเค้าแล้ว บางคนอาจจะพิจารณาเลือกจากภาพลักษณ์และบุคลิกภาพภายนอกประกอบด้วย เช่น การใช้คำพูด การวางตัว การแสดงกิริยาท่าทาง เป็นต้น

D - Do : ปฏิบัติตามแบบฉบับที่เป็นแม่แบบของคุณ
การเริ่มลงมือปฏิบัติตามตัวอย่างหรือแม่แบบที่คุณต้องการ โดยคุณจะต้องเริ่มปรับปรุงตนเองและประพฤติตามแบบอย่างที่แม่แบบของคุณเองปฏิบัติ และโดยเฉพาะคติประจำใจของพวกเค้าเหล่านั้น ซึ่งคุณจะต้องเริ่มวางแผนการปฏิบัติของคุณเองว่าคุณจะเริ่มต้นอย่างไร และผลที่คุณเองคาดหวังนั้นคืออะไร ทั้งนี้ดิฉันขอยกตัวอย่างจากประสบการณ์ของตนเองที่ชื่นชอบบุคคลท่านหนึ่งและยึดถือให้เป็นแม่แบบประจำใจ ซึ่งดิฉันขอยกย่องให้เป็นแม่แบบเนื่องจากท่านเป็นนักพูดที่ดีเยี่ยมคนหนึ่ง และเป็นบุคคลที่มีเป้าหมายและประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ปัจจุบันท่านเป็นกรรมการผู้จัดการที่ทำงานเกี่ยวกับการสอนในสถาบันแห่งหนึ่ง และสิ่งที่ดิฉันพยายามมุ่งมั่นให้เป็นเสมือนอย่างที่แม่แบบ นั่นก็คือ การเป็นนักถ่ายทอดที่สามารถจูงใจคนให้มีความคิดคล้อยตามและปฏิบัติตามให้ได้ รวมทั้งการปฏิบัติตามคำสอนของบุคคลผู้นี้ นั่นก็คือ "การพูดทีละคำ ฟังทีละเสียง" เป็นความพยายามทำงานให้เสร็จเป็นอย่าง ๆ ไป ใจต้องจดจ่อต่อการทำงานที่มอบหมายเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ไม่วอกแวก หรือพูดง่าย ๆ ว่าต้องฝึกจิตให้มีสมาธิ และทุกครั้งที่ดิฉันทำงานแล้วเกิดสภาวะจิตที่ฟุ้งแล้วล่ะก็ ดิฉันจะต้องระลึกถึงคำพูดของแม่แบบเพื่อเตือนตนเองให้เกิดสถานการณ์ของ "การพูดทีละคำ ฟังทีละเสียง"

F - Follow Up : ประเมินผลอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ
คุณควรประเมินผลตนเองเป็นระยะว่าคุณประสบความสำเร็จตามแม่แบบของคุณไปมากน้อยอย่างไร ซึ่งอาจไม่ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ณ ตอนนี้ แต่ขอให้คุณอย่าท้อถอย และคิดว่าเป็นเรื่องยาก แต่จงเตือนตนเองเสมอว่าการที่จะประสบความสำเร็จตามแบบฉบับของแม่แบบที่คุณเลือกไว้นั้นอาจจะต้องใช้ระยะเวลา บางคนอาจใช้เวลา 4 ปี 5 ปี 10 ปี หรืออาจมากกว่านั้น ทั้งนี้เวลาของแต่ละคนจะไม่เท่าเทียมกัน บางคนใช้เวลาน้อย บางคนใช้เวลามาก เพียงแต่ขอให้คุณมีความพยายาม อดทน และตั้งใจแน่วแน่ว่าคุณจะเป็นผู้หนึ่งที่ประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงานเหมือนอย่างแม่แบบของคุณเอง หากคุณประเมินตนเองแล้วและพบว่ายังมีส่วนที่ตนเองยังไม่สามารถทำได้ ขอให้คุณเริ่มวางแผนชีวิตของตนเองและเริ่มต้นทำ เช่น คุณอยากเป็นนักบัญชีที่ประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับเหมือนอย่างคุณ xxxx ซึ่ง ณ ตอนนี้คุณเองอาจยังไม่มีใครรู้จักเท่าที่ควร แต่เมื่อคุณมีแม่แบบที่จะเป็นเสมือนผู้จุดประกายให้คุณมีแนวทางในการทำความฝันให้เป็นจริง คุณจะมีความหวังและสู้ใหม่โดยการประเมินเป็นระยะ เพื่อว่าสักวันหนึ่งคุณก็จะเป็นผู้หนึ่งที่ประสบความสำเร็จตามแม่แบบของคุณ

การปรับปรุงตนเองด้วยวิธีการ Benchmarking นั้น จะทำให้คุณมีบุคคลที่คอยเตือนใจเสมอ เป็นเสมือนเป้าหมาย (Goal) ของชีวิตว่าสักวันหนึ่งคุณจะต้องทำให้ได้เสมือนอย่างแม่แบบของคุณเอง แม่แบบของคุณจะทำให้คุณมีการเปรียบเทียบและถามตนเองเป็นระยะว่า คุณประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานไปมากน้อยอย่างไรบ้าง ชีวิตที่มีการเปรียบเทียบจะทำให้เกิดความกระตือรือร้น มีความมุ่งมั่นและความใฝ่ฝัน มิใช่ชีวิตที่อยู่ไปวัน ๆ แบบไร้จุดหมาย 

 แหล่งที่มา : อาภรณ์ ภู่วิทยพันธุ์ ([email protected])





จำนวนผู้ชม 4448 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์