เราจะรับมือกับความเครียดได้อย่างไร ?

เราจะรับมือกับความเครียดได้อย่างไร ? | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



บทนำ

เมื่อพูดถึงคำว่า “ความเครียด” ทุก ๆ ท่านคงทราบกันดีนะครับว่ามีพิษสงขนาดไหน ถามว่ามีใครอยากจะให้ความเครียดมาอยู่กับตัวบ้าง ก็ตอบว่าถ้าเลือกได้ก็คงไม่เลือกเอาเจ้าตัวเครียดมาอยู่กับเราแน่ ๆ แต่ทำยังไงได้ครับหลายครั้งที่ความเครียดเข้ามาหาเราอย่างเงียบ ๆ โดยที่เราไม่ทันรู้ตัวเองด้วยซ้ำว่ากำลังเริ่มเครียดอยู่ลึก ๆ ในจิตใจ ในขณะที่บ่อยครั้งที่เรารู้ตัวเองดีเลยว่านี่ฉันกำลังเริ่มเครียดแล้วนะ

สรุปได้ว่าเจ้าความเครียดนี่จะเข้ามาหาเราทั้งรู้ตัวและไม่รู้ตัวเลยครับ!!


อิทธิพลของความเครียด

ความเครียดนี่มีอิทธิพลกับมนุษย์อย่างมากมายนะครับ แต่คนเรามักจะไปมองแต่อิทธิพลในด้านลบเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งโดยหลักสมดุลของโลกแล้วของทุกสิ่งย่อมมีสองด้านใหญ่ ๆ คือด้านดี (หรือด้านบวก) กับด้านไม่ดี (หรือด้านลบ) เรามาลองดูกันนะครับว่าด้านบวกและลบของความเครียดมีอะไรกันบ้าง

1.อิทธิพลของความเครียดในด้านบวกก็คือ เจ้าความเครียดนี้จะเป็นตัวช่วยควบคุมการปฏิบัติหรือการกระทำของมนุษย์ให้มีความกระตือรือร้น มีความตื่นเต้น กับงานหรือสิ่งที่ต้องการจะทำให้สำเร็จลง และเมื่อสามารถทำงานหรือภารกิจนั้นให้สำเร็จลงได้ตามแรงกระตุ้นของความเครียดนั้นแล้ว ก็จะรู้สึกสบายใจ โล่งใจ มีความสุข

ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ที่เพิ่งผ่านไปก็คือนักกีฬาทีมชาติทั้งประเภทยกน้ำหนัก เทควนโด้ มวยสากล ของเราที่ไปแข่งขันในกีฬาโอลิมปิก กรุงเอเธนส์ ที่ผ่านมาไงครับ ก่อนแข่งขันทุก ๆ คนจะมีความเครียดสูงเพราะมุ่งหวังต่อผลสำเร็จคือชัยชนะ ทุกคนมีความตื่นเต้น กระตือรือร้นที่จะแข่งขันให้ได้เหรียญเพื่อนำกลับสู่ประเทศไทยให้ได้ บางคนถึงกับกินอะไรไม่ค่อยลงเมื่อก่อนแข่งขันเชียวนะครับ แต่พอหลังจากการแข่งขันประสบความสำเร็จแล้ว ทุกคนจะมีความสุขที่ผ่านเหตุการณ์นั้นมาได้โดยเฉพาะคนที่สามารถคว้าเหรียญติดมือกลับมาได้จะรู้สึกว่าคุ้มค่ากับที่ต้องอดทนกับความเครียดจนกระทั่งประสบความสำเร็จในที่สุด

นี่แหละครับอิทธิพลของความเครียดในด้านบวก

2. อิทธิพลของความเครียดในด้านลบ ในเรื่องนี้จะกลับกันกับข้อ 1 ครับ นั่นก็คือผลของความเครียดที่เกิดกับมนุษย์นั้น หากมีความหนักหนามาก หรือคนที่ได้รับความเครียดมีภูมิต้านทานความเครียดไม่เพียงพอ ก็อาจจะเกิดอาการต่าง ๆ แสดงออกมาให้เห็นได้เช่น ปวดท้อง , เป็นโรคกระเพาะอาหารหรือลำไส้อักเสบ , เป็นลม , นอนไม่หลับ , เป็นแผลพุพอง (ร้อนใน) ในปาก ฯลฯ พูดง่าย ๆ ว่าอิทธิพลของความเครียดในทางลบนี้จะมีผลกระทบต่อสุขภาพของคนโดยตรงครับ ซึ่งหากคน ๆ นั้นไม่รู้จักวิธีที่จะลดความเครียดลง แล้วปล่อยให้เกิดความเครียดสะสมเป็นเวลานาน ๆ แล้วสุขภาพก็จะพลอยแย่ลงไปตามลำดับครับ

เพราะไม่ว่าจะเรื่องใด ๆ เช่น การสูญเสียคนที่เป็นที่รักไป , การเปลี่ยนแปลงในเรื่องงาน , การได้ลูกคนใหม่ , การได้พบเพื่อนใหม่ , การได้พบคู่แข่งรายใหม่ ฯลฯ ก็ล้วนแต่ทำให้เกิดความเครียดได้ ดังนั้น การบริหารจัดการกับความเครียดจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกคน

ต้นเหตุของความเครียด

เรามาลองดูกันสิครับว่าต้นเหตุหลัก ๆ ของความเครียดมีอะไรกันบ้าง ดังนี้ครับ
1. ความต้องการเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น (Survival Stress) เมื่อมีเหตุการณ์ที่มีแนวโน้มที่จะเป็นภัยต่อคนแล้ว โดยทั่วไปคนก็จะมีการโต้ตอบกับภัยในสถานการณ์นั้น แบบง่าย ๆ คือ “สู้หรือหนี” เช่น เราเดินถนนอยู่ดี ๆ ก็มีคนหน้าตาดุดันมาเอามีดจี้แล้วขอเงิน ซึ่งหากเป็นกรณีกะทันหันก็จะมีฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่เรียกว่าอะดรีนาลีน หลั่งออกมาโดยอัตโนมัติ เจ้าฮอร์โมนที่ว่านี่แหละครับที่ทำให้คนตกใจมีกำลังมากกว่าปกติ เช่น วิ่งเร็วกว่าปกติ หรือ มีแรงยกของหนักกว่าปกติที่เวลาทั่วไปทำไม่ได้ ซึ่งอะดรีนาลีนนี้หากคงอยู่ในร่างกายบ่อย ๆ หรือนาน ๆ ก็จะมีผลเสียต่อร่างกายด้วยครับ


2. ความเครียดที่เกิดจากภายในตนเอง (Internally Generated Stress – Anxiety
Stress) สาเหตุของความเครียดแบบนี้จะเกิดจากภายในของคนแต่ละคนเป็นผู้สร้างขึ้นมาครับ เพราะแต่ละคนจะมีภูมิต้านทานความเครียดไม่เท่ากัน บางคนเป็นคนเครียดง่ายคิดมาก อ่อนไหวง่าย แถมไม่สามารถควบคุมความคิดของตัวเองได้เสียอีก เป็นต้นว่าใครพูดอะไรที่ตัวเองไม่ชอบก็จะเก็บเอามาคิดมาเครียดอยู่เป็นวัน ๆ คิดวนไปวนมาเหมือนพายเรือในอ่าง ซึ่งมักจะเกิดกับคนที่เป็นประเภทใครติไม่ได้หรือศัพท์เทคนิคเรียกว่าพวก Perfectionism ไงครับ


3. ความเครียดที่เกิดจากสภาพแวดล้อม (Environmental Stress) ความเครียดประเภทนี้มักเกิดจากการที่คนรู้สึกถูกรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของตนเอง เช่น สภาพแวดล้อมของบ้านที่อยู่เปลี่ยนแปลงไปด้วยมลภาวะที่มากยิ่งขึ้นเช่นมีฝุ่นละออง , รถติด , เสียงดัง ฯลฯ หรือ ในสถานที่ทำงานถูกเปลี่ยนแปลงใหม่ทำให้ไม่สะดวกสบายเหมือนแต่ก่อน หรือมีการปรับปรุงซ่อมแซมสถานทำงานทำให้เกิดมลภาวะมีฝุ่น หรือมีการทาสี ทำให้เกิดความเครียดจากสภาพแวดล้อมดังกล่าว เป็นต้น


4. ความเครียดที่เกิดจากอาหารการกิน หรือสารเคมี (Nutritional & Chemical Stress) ไม่น่าเชื่อนะครับว่าบางครั้งความเครียดก็อาจจะมาจากอาหาร หรือเครื่องดื่มที่เรารับประทาน เช่น ที่ทำงานเคยมีกาแฟเสิร์ฟตอนประชุม แต่พอวันดีคืนดีกาแฟหมดเลยมีแต่น้ำเปล่า ก็อาจจะทำให้บางคนเกิดอาการเครียดเพราะขาดคาเฟอีนเข้าไปกระตุ้นร่างกาย หรือในบางที่ทำงานที่อนุญาตให้สูบบุหรี่ในเวลามีการประชุมระดมความคิดกัน แต่บังเอิญวันนั้นเกิดมีสุภาพสตรีที่แพ้ควันบุหรี่เข้าร่วมประชุมทำให้คนที่เคยสูบบุหรี่เวลาประชุมไม่สามารถสูบบุหรี่ได้เหมือนเคย เป็นต้น ซึ่งความเครียดที่ผมว่ามานี้เกิดจากสารอาหารหรือสารเคมีทำให้มีผลต่อร่างกายครับ

ชีวิตประจำวัน และงานที่มีความสัมพันธ์กับความเครียด

ทีนี้เรามาพูดกันถึงชีวิตประจำวัน และงานของเรา ๆ ท่าน ๆ ว่ามีความสัมพันธ์กับความเครียดได้อย่างไรกันบ้างนะครับ
        1. การทำงานที่มากจนเกินไป หรือน้อยจนเกินไป
        2. ถูกกดดันด้วยเงื่อนเวลา และมีเส้นตายกำหนด
        3. ต้องรับผิดชอบต่อผู้คน , งบประมาณ หรือ อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้
        4. เกิดขัดแย้ง หรือคับข้องใจในสถานภาพของตัวเอง
        5. ความต้องการหรือความคาดหวังจากลูกค้า
        6. มีปัญหาทางด้านการเงิน หรือด้านความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง
        7. สภาพครอบครัวที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การหย่าร้าง , การแต่งงาน ฯลฯ

การจัดการกับความเครียด

อย่างที่ผมได้เล่าให้ท่านทราบในตอนต้นแล้วว่าอิทธิพลของความเครียดในด้านบวกจะมีผลดีคือทำให้คนเรามีความตื่นเต้นกับชีวิตกันบ้าง ชีวิตจะได้มีรสชาดกับเขาบ้างไม่จืดชืด ในขณะที่ความเครียดในด้านลบก็จะทำให้คนรู้สึกหดหู่ เศร้า ท้อแท้ เบื่อหน่าย ดังนั้นคนจึงต้องมีการจัดการกับความเครียดอย่างสมดุล ต้องยอมรับความจริงนะครับว่าความเครียดจะมีผลกระทบต่อชีวิตของเราซึ่งวิธีการต่อไปนี้จะเป็นแนวทางที่ช่วยให้ท่านจัดการกับความเครียดได้ดังนี้ครับ

1. พักผ่อนให้เพียงพอและนอนหลับให้สนิท ถึงแม้ว่าแต่ละคนจะต้องการ การพักผ่อนที่แตกต่างกันไป เช่น บางคนนอน 6 ชั่วโมงก็พอในขณะที่อีกคนหนึ่งอาจต้องการถึง 8 ชั่วโมง แต่อย่างไรก็ตามคนเราส่วนใหญ่ต้องการการพักผ่อนประมาณ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน ท่านลองจัดตารางการพักผ่อนนอนหลับให้เป็นเวลานะครับ เพราะบางคนพอผิดเวลาแล้วเลยพาลนอนไม่หลับ เช้าขึ้นก็จะอ่อนเพลียเพราะพักผ่อนไม่พอ ซึ่งจะทำให้มีภูมิต้านทานความเครียดลดลงได้ครับในขณะเดียวกันท่านควรจะหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์,คาเฟอีน,นิโคติน หรือการดูหนังประเภทตื่นเต้นก่อนนอนด้วยนะครับ อ้อ! การเปิดเพลงเบา ๆ ก่อนนอนจะช่วยให้ท่านหลับสนิทดียิ่งขึ้นครับ


2. ฝึกการหายใจ ในเรื่องนี้สำหรับท่านที่เคยฝึกทำสมาธิมาแล้วจะเห็นถึงประโยชน์ของการกำหนดลมหายใจได้ดีกว่าคนที่ยังไม่เคยฝึกมานะครับ โดยอย่างง่ายที่สุดก็คือเมื่อท่านรู้ตัวว่ากำลังเกิดความเครียดขึ้นแล้วให้ท่านหลับตาลง แล้วสูดลมหายใจเข้า-ออกลึก ๆ ช้า ๆ ติดต่อกันสัก 5 นาที พร้อมตั้งสติให้เป็นกลางไม่จมไปกับความเครียดนั้นชั่วคราว จะทำให้ร่างกายของท่านสบายขึ้น


3. พยายามจัดชีวิตให้สมดุลระหว่างงานกับสันทนาการหรือกิจกรรมที่ท่านชอบ โดยท่านควรจะต้องมีการหยุดพักจากงานที่ทำอยู่เสียบ้าง ไม่ใช่ว่าแม้แต่วันหยุดท่านก็ต้องนำงานกลับไปทำที่บ้านเป็น Workaholic หรือเป็นคนบ้างานแล้วจะไม่ให้เครียดยังไงไหวล่ะครับในช่วงที่ท่านหยุดพัก (ไม่ว่าจะเป็นพักร้อนหรือสุดสัปดาห์ก็ตาม) ท่านก็ควรจะทำกิจกรรมที่ท่านชอบเช่น ร้องเพลง,ไปเที่ยวชายทะเลหรือต่างจังหวัด,ทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว ฯลฯ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้ท่านมีพลังเพื่อกลับมาต่อสู้กับความเครียดในที่ทำงานได้ใหม่ครับ


4. เตรียมสุขภาพของท่านให้พร้อมรับกับความเครียด ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สัก 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยออกกำลังกายติดต่อกันครั้งละอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งเหยาะ (Jogging) , ว่ายน้ำ , แอโรบิค , เดินเร็ว ฯลฯ รวมถึงการรับประทานอาหารให้ครบหมู่ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งจะทำให้ท่านมีสภาพร่างกายพร้อมที่จะต่อสู้กับความเครียดได้ดีกว่าคนที่ไม่เคยออกกำลังกาย หรือรับประทานอาหารไม่ถูกหลัก แถมบางคนทำลายสุขภาพตัวเองด้วยการดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่ เที่ยวดึก นอนดึก ฯลฯ อย่างนี้แล้วจะรับกับความเครียดได้ยังไงล่ะครับ


5. หาคนช่วยเมื่อยามเครียด เพราะท่านไม่ได้ทำงานอยู่คนเดียวในโลกนี่ครับ ท่านยังมีเพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งในที่ทำงาน หรือคนที่จะสามารถช่วยเหลือแม้แต่รับฟังปัญหาของท่านเมื่อยามที่ท่านเผชิญความเครียดนะครับ เพียงท่านไปพบหรือโทรศัพท์ไปปรึกษาหารือคนเหล่านั้น ก็จะทำให้ท่านได้ระบายความเครียดออกไปได้แล้วครับ เผลอ ๆ ท่านอาจจะได้รับคำชี้แนะดี ๆ ที่ช่วยแก้ปัญหาที่เป็นเหมือนเส้นผมบังภูเขาได้อีกด้วย


6. เคลื่อนไหวร่างกายเสียบ้างเมื่อท่านเครียด เพราะบางครั้งการที่ท่านนั่งจมอยู่กับเก้าอี้อยู่เฉย ๆ เมื่อพบกับความเครียดอาจเป็นสาเหตุทำให้ท่านเครียดเพิ่มมากขึ้น บ่อยครั้งที่กล้ามเนื้อบริเวณต้นคอกับไหล่ของท่านเกิดอาการเกร็งเพราะความเครียดจนรู้สึกได้ ดังนั้นการเปลี่ยนอิริยาบถ หรือออกเดินให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวเสียบ้าง เช่น ท่านอาจจะเดินไปหาเพื่อนที่หน่วยงานใกล้เคียง , หรือเดินไปชงชากาแฟเอง ก็จะมีส่วนทำให้ท่านผ่อนคลายขึ้นได้แล้วนะครับ


7. ยอมรับว่าเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ต้องยอมรับก่อนนะครับว่าทุก ๆ สิ่งในโลก(แม้แต่ตัวของเราเอง) ย่อมเปลี่ยนแปลงได้ เพราะบางคนไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงเลยนะครับ มองความเปลี่ยนแปลงเป็นลบ หรือเป็นสิ่งไม่ดีเสียหมด โธ่ ! ก็ท่านลองคิดดูสิครับว่าทั้งท่านและผมเองก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ทุก ๆ วันโดยที่ท่านไม่รู้ตัว ก็อายุหรือวัยไงครับ คนเรามีอายุมากขึ้นทุก ๆ วินาทีที่ผ่านไป ไม่มีใครอยู่ยั้งยืนยงเป็นอมตะโดยไม่แก่ไปได้หรอกครับ เรื่องอื่น ๆ ก็ทำนองเดียวกันครับ อย่าไปยึดมั่นถือมั่นฝังแน่นมากนะครับ เพราะถ้าไม่เช่นนั้นท่านก็จะจมอยู่กับความเครียดโดยไม่อาจจะแยกจากกันได้ครับ

บทสรุป

แน่นอนครับว่าความเครียดเป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญซึ่งโดยธรรมชาติของคนทุกคนแล้วไม่มีใครอยากได้ หรืออยากจะให้เกิดขึ้นกับตัวหรอกครับ แต่ก็ไม่มีใครปฏิเสธความเครียดได้หรอกครับ ไม่ว่าเขาคนนั้นจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม เพราะต่อให้ไม่ต้องทำงานอะไรเลยอยู่กับบ้านเฉย ๆ ก็ยังเกิดความเครียดขึ้นได้เลย ก็เรายังเป็นมนุษย์ปุถุชนมีกิเลส มีความรู้สึกนึกคิด มีค่านิยม ความเชื่อเป็นของแต่ละคนที่แตกต่างกันอยู่ ก็ย่อมจะเป็นสาเหตุให้เกิดความเครียดได้อยู่เสมอแหละครับ อยู่ที่ใครจะเท่าทันหรือมีการจัดการกับเจ้าความเครียดนี้ให้น้อยลงไป หรือให้หายไปได้อย่างไรเพื่อให้เกิดความสมดุลในการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงานให้มากที่สุดครับ


* ลงพิมพ์ในวารสาร For Quality, December 2004 Vol 11 No.86

 


Posted by ธำรงศักดิ์ ที่มา : http://www.excelexperttraining.com/
Category : Tips and Tools





จำนวนผู้ชม 3970 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์