บทบาทของสหภาพแรงงานในการเจรจาเมื่อมีการควบรวมกิจการตามที่ปรากฏในแหล่งข้อมูล มีความสำคัญในการคุ้มครองสิทธิและสร้างความเป็นธรรมให้กับลูกจ้าง ดังนี้
- เป็นตัวแทนเจรจาเพื่อระงับข้อขัดแย้ง: เมื่อเกิดกรณีขัดแย้งเกี่ยวกับการดำเนินการรวมกิจการและการปรับโครงสร้างองค์กร สหภาพแรงงานมีบทบาทในการเข้าเจรจาทำความเข้าใจกับนายจ้าง (โดยมีพนักงานตรวจแรงงานร่วมดำเนินการ) เพื่อหาข้อยุติที่เป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
- กำหนดหลักเกณฑ์การเลิกจ้างและการโอนย้ายงาน: สหภาพแรงงานสามารถทำข้อตกลงร่วมกับนายจ้างเพื่อวางหลักเกณฑ์การจัดการบุคลากร เช่น การตกลงร่วมกันว่านายจ้างจะเลิกจ้างเฉพาะลูกจ้างที่ไม่ประสงค์จะโอนย้ายไปทำงานยังบริษัทใหม่ที่เกิดจากการควบรวม
- รักษาผลประโยชน์และค่าชดเชย: บทบาทสำคัญคือการเจรจาเพื่อให้มั่นใจว่าลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างจะได้รับค่าชดเชยและสิทธิตามกฎหมายที่พึงมีทุกประการ
- สร้างพันธสัญญาในการปฏิบัติตามกฎหมาย: สหภาพแรงงานช่วยทำข้อตกลงเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสัญญาว่าจะปฏิบัติต่อกันตามระเบียบและขั้นตอนโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย ในระหว่างที่ลูกจ้างยังคงทำงานอยู่จนกว่าจะถึงวันเลิกจ้าง
- เป็นหลักฐานแสดงความสุจริตของการเลิกจ้าง: การที่สหภาพแรงงานบรรลุข้อตกลงกับนายจ้างเกี่ยวกับเกณฑ์การเลิกจ้าง มีส่วนสำคัญในการพิสูจน์ว่านายจ้างมิได้มีเจตนากลั่นแกล้งหรือเลือกปฏิบัติต่อลูกจ้าง ซึ่งส่งผลให้การเลิกจ้างนั้นไม่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์
โดยสรุป สหภาพแรงงานทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างองค์กร เพื่อให้มั่นใจว่าลูกจ้างจะมีทางเลือกที่ชัดเจนและได้รับสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วนตามความจำเป็นในการบริหารจัดการงานบุคคลของนายจ้าง,