นัดหยุดงานไม่ชอบ ผิดอาญาด้วย // ยกข้อต่อสู้ในคำให้การ แม้ไม่กำหนดประเด็น ก็ต้องวินิจฉัย

นัดหยุดงานไม่ชอบ ผิดอาญาด้วย // ยกข้อต่อสู้ในคำให้การ แม้ไม่กำหนดประเด็น ก็ต้องวินิจฉัย | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



นัดหยุดงานไม่ชอบ ผิดอาญาด้วย // ยกข้อต่อสู้ในคำให้การ แม้ไม่กำหนดประเด็น ก็ต้องวินิจฉัย

 

 


ฎีกาที่  ๑๓๕๘๐/๒๕๕๖

 


                        ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า ผู้คัดค้านเป็นกรรมการลูกจ้าง ผู้เป็นผู้แทนเจรจาของสหภาพแรงงาน ล. เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๔๙ สหภาพแรงงาน ล. ยื่นข้อเรียกร้องต่อผู้ร้องเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ ต่อมาผู้ร้องยื่นข้อเรียกร้องเพื่อขอเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างเช่นกัน แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ นาย ท. พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานทำบันทึกและแจ้งให้ทั้งสองฝ่ายทราบโดยตลอดว่าระหว่างที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับลงวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๔๗ ยังมีผลใช้บังคับ ห้ามมิให้นัดหยุดงานหรือปิดงาน ทั้งนัดทั้งสองฝ่ายเจรจาครั้งต่อไปวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ แต่ปรากฏว่าลูกจ้างผู้ร้องนัดหยุดงานในวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ ทั้งมิได้แจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานและผู้ร้องทราบแล้ววินิจฉัยว่า การนัดหยุดงานของลูกจ้างผู้ร้องเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๘ การนัดหยุดงานไม่ชอบด้วยกฎหมาย ลูกจ้างที่นัดหยุดงานย่อมไม่ได้รับความคุ้มครอง ผู้คัดค้านเป็นผู้เข้าร่วมในการนัดหยุดงานอันมิชอบด้วยกฎหมาย หลังจากมีการนัดหยุดงานเป็นต้นมาผู้คัดค้านอ้างว่าตนเป็นผู้แทนเจรจาข้อตกลง จึงไม่จำต้องเข้าทำงานเลยซึ่งไม่ถูกต้อง พฤติกรรมของผู้คัดค้านจึงมีเหตุสมควรและเพียงพอที่จะอนุญาตเลิกจ้าง

                        คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านว่าคำพิพากษาศาลแรงงานกลางชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ผู้คัดค้านอุทธรณ์ว่า ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่าคำร้องของผู้ร้องเคลือบคลุม แต่ศาลแรงงานกลางมิได้วินิจฉัยในประเด็นนี้ เห็นว่า แม้การกำหนดประเด็นข้อพิพาทและหน้าที่นำสืบในคดีแรงงานไม่จำต้องอยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เนื่องจากพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.๒๕๒๒ ซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะบัญญัติแล้วในมาตรา ๓๙ วรรคหนึ่ง ดังนั้นแม้ศาลแรงงานจะมิได้กำหนดประเด็นข้อพิพาท แต่ศาลแรงงานย่อมต้องพิจารณาพิพากษาไปถึงประเด็นแห่งคดีความตามคำคู่ความ ผู้คัดค้ายื่นคำคัดค้านว่าคำร้องของผู้ร้องเคลือบคลุมเนื่องจากมิได้ระบุถึงความผิดของผู้คัดค้านให้ชัดเจน ทั้งมิได้ระบุความเสียหายหรือการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือการกระทำความผิดอาญาอย่างใด ทำให้ผู้คัดค้านไม่สามารถต่อสู้คดีได้ จึงเป็นกรณีที่ผู้คัดค้านยกข้อต่อสู้เรื่องคำร้องเคลือบคลุมไว้แล้ว แต่ศาลแรงงานกลางมิได้วินิจฉัยในประเด็นนี้ คำพิพากษาศาลแรงงานในส่วนนี้จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นสมควรหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเอง ผู้ร้องบรรยายคำร้องว่า สหภาพแรงงาน ล.ยื่นข้อเรียกร้องแก่ผู้ร้อง ต่อมาผู้ร้องยื่นข้อเรียกร้องต่อสหภาพแรงงาน ล. จนกระทั่งข้อเรียกร้องเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยของพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงาน ผู้คัดค้านกับพวกนัดหยุดงานไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้าง ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันควร เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๓ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๙ และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๘๓ จึงขอเลิกจ้างผู้คัดค้าน เป็นการบรรยายถึงสภาพแห่งข้อหาว่าผู้คัดค้านกระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่ผู้ร้อง ฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของผู้ร้อง ข้ออ้างอาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาคือผู้คัดค้านกับพวกนัดหยุดงานโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมีคำขอบังคับให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้าน เป็นคำร้องที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๒ วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติจัดต้องศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ ไม่เป็นคำร้องเคลือบคลุม อุทธรณ์ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น

                 มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านประการสุดท้ายว่ามีเหตุสมควรเลิกจ้างผู้คัดค้านหรือไม่ เห็นว่า การนัดหยุดงานเป็นการที่ลูกจ้างแต่ละคนที่ร่วมนัดหยุดงานต่างละทิ้งการงานตามปกติตนมีหน้าที่ปฏิบัติ ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้าง ผู้คัดค้านซึ่งเป็นลูกจ้างของผู้ร้อง เป็นกรรมการลูกจ้าง และเป็นผู้แทนเจรจาของสหภาพแรงงาน ล.เข้าร่วมในการนัดหยุดงานกับลูกจ้างอื่นของผู้ร้องซึ่งเป็นการนัดหยุดงานที่ไม่แจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานและผู้ร้องผู้เป็นนายจ้างทราบล่วงหน้าตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยมา นอกจากเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘  มาตรา ๗๔ วรรคสอง ที่บัญญัติว่า “ไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใด ห้ามมิให้นายจ้างปิดงานหรือลูกจ้างนัดหยุดงานโดยมิได้แจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานประนอมข้อพิพาทและอีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้าเป็นเวลาอย่างน้อย ยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่เวลาที่รับแจ้ง” ซึ่งผู้ฝ่าฝืนมีโทษตามมาตรา ๑๓๙ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ การที่ผู้คัดค้านเข้าร่วมในการนัดหยุดงานยังมีผลกระทบกระเทือนต่อกิจการของผู้ร้องไม่ให้ดำเนินไปได้ตามปกติ ย่อมทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย เป็นกรณีผู้คัดค้านจงใจทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหายประกอบกับผู้คัดค้านเข้าร่วมการนัดหยุดงานตั้งแต่วันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ จนถือวันฟ้อง (วันที่ ๘ ตุลาคาม ๒๕๕๑) ก็ยังไม่กลับเข้าทำงาน จึงมีเหตุสมควรที่ผู้ร้องจะเลิกจ้างผู้คัดค้านได้ ไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้คัดค้านต่อไปว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของผู้ร้องในกรณีร้ายแรงหรือไม่เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป อุทธรณ์ของผู้คัดค้านทุกข้อฟังไม่ขึ้น




จำนวนผู้ชม 3710 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์