ขอเลิกจ้างกรรมการลูกจ้าง ศาลจะพิจารณาจากอะไร

ขอเลิกจ้างกรรมการลูกจ้าง ศาลจะพิจารณาจากอะไร | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



ขอเลิกจ้างกรรมการลูกจ้าง ศาลจะพิจารณาจากอะไร

 

 

 

                  สถานประกอบการที่มีการแต่งตั้งกรรมการลูกจ้าง  ตามกฎหมายนั้นกรณีที่นายจ้างประสงค์เลิกจ้าง ลงโทษ กรรมการลูกจ้าง จะต้องร้องขอต่อศาลแรงงานเพื่อขออนุญาตจากศาลก่อน  และศาลต้องอนุญาตก่อนจึงจะสามารถดำเนินการได้  เหตุที่เป็นเช่นนี้เพื่อมิให้นายจ้างกลั่นแกล้ง บีบบังคับ กรรมการลูกจ้างเนื่องจากกรรมการลูกจ้างถือเป็นตัวแทนของลูกจ้างในสถานประกอบการนั้นๆ การดำเนินการข้างต้นกฎหมายจึงวางไว้ให้ผ่านศาลแรงงานเพื่อตรวจสอบดุลพินิจของนายจ้างก่อน

                  การพิจารณาของศาลแรงงานนั้น  จะพิจารณาโดยใช้ดุลพินิจอย่างไร ว่านายจ้างมีเหตุสมควรในการดำเนินการข้างต้นนั้นหรือไม่  พิจารณาฎีกานี้เป็นแนวทางได้ครับ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  ๒๙๙๐-๓๐๐๐/๒๕๕๕

                 ผู้คัดค้านที่ ๒ ถึงที่ ๔ ที่ ๖ ที่ ๘ ถึงที่ ๑๑ และที่ ๑๔ ถึงที่ ๑๖ อุทธรณ์ว่า อำนาจศาลแรงงานในการเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๘ มาตรา ๔๕ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๔๖ (๗) ซึ่งได้กำหนดแนวทางที่มาและจำนวนกรรมการลูกจ้างไว้ชัดแจ้ง ซึ่งในสถานประกอบการของผู้ร้องคณะกรรมการของสหภาพแรงงานเป็นผู้แต่งตั้งกรรมการลูกจ้างได้ ๑๗ ถึง ๒๑ คน กรรมการลูกจ้าง ๕ คน จาก ๑๖ คน ที่ผู้ร้องขออนุญาตเลิกจ้างยินยอมให้ผู้ร้องเลิกจ้างไปแล้ว จึงเหลือกรรมการลูกจ้างเพียง ๑๑ คน ที่ต่อสู้คดีอยู่ การเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างจะต้องยึดถือจำนวยลูกจ้างที่มีอยู่ในปัจจุบัน เมื่อผู้ร้องมีลูกจ้างเหลืออยู่ประมาณ ๔,๐๐๐ คน กรรมการลูกจ้างก็จะถูกแต่งตั้งโดยกรรมการสหภาพแรงงานเหมือนเดิม ผู้คัดค้านทั้งสิบเอ็ดคนจึงเป็นกรรมการลูกจ้างต่อไปได้และกรรมการลูกจ้างมีหน้าที่ต้องประชุมร่วมกับผู้ร้อง ทั้งผู้ร้องจะต้องส่งผู้คัดค้านทั้งสิบเอ็ดคนไปเลือกตั้งคณะกรรมการไตรภาคี ผู้ร้องควรเลิกจ้างลูกจ้างธรรมดาไปก่อน แล้วจึงเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสิบเอ็ดคนเป็นทางสุดท้าย เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๘ มาตรา ๔๕ วรรคสอง และมาตรา ๔๖(๗) นั้น เป็นบทบัญญัติที่กำหนดเรื่องการจัดตั้งคณะกรรมการลูกจ้างในสถานประกอบกิจการเกี่ยวกับลักษณะคุณสมบัติและจำนวนคณะกรรมการลูกจ้างเท่านั้น หาใช่บทบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องการเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างอันเป็นเหตุพิพาทในคดีนี้แต่อย่างใด โดยการเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างอันเป็นการคุ้มครองกรรมการลูกจ้างนั้นต้องเป็นไปตามมาตรา ๕๒ แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๘ กล่าวคือ นายจ้างจะต้องได้รับอนุญาตจากศาลแรงงานก่อนจึงจะเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างได้ ซึ่งศาลแรงงานจำต้องพิจารณาวินิจฉัยถึงมูลเหตุและความจำเป็นในการเลิกจ้างว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ตามพฤติการณ์แห่งคดีในแต่ละเรื่อง โดยพิเคราะห์ถึงพฤติกรรมการกระทำของนายจ้างและกรรมการลูกจ้างประกอบเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ก็ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายที่กำหนดไว้ว่า การเลิกจ้างจะต้องคำนึงถึงจำนวนของลูกจ้างและคณะกรรมการลูกจ้างที่คงมีอยู่ในสถานประกอบกิจการ และจะต้องเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างภายหลังลูกจ้างธรรมดา ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านทั้งสิบเอ็ดที่เป็นกรรมการลูกจ้าง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้คัดค้านที่ ๒ ถึงที่ ๔ ที่ ๖ ที่ ๘ ถึงที่ ๑๑ ที่ ๑๔ ถึงที่ ๑๖ ฟังไม่ขึ้น




จำนวนผู้ชม 3120 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์