ทำอย่างไร....ให้คนดี และเก่งอยู่กับองค์กร

ทำอย่างไร....ให้คนดี และเก่งอยู่กับองค์กร | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



ก่อนเข้าเรื่อง

คงไม่มีองค์กรไหนที่ไม่อยากได้คนเก่งคนดีทำงานอยู่ด้วยใช่ไหมครับ ? แน่ะ ! พอเริ่มต้นก็ขึ้นด้วยประโยคคำถามเลย ผมว่าทุกองค์กรนะครับ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ หรือเอกชน ต่างก็อยากได้คนที่มีความรู้ความสามารถทำงานอยู่กับตัวทั้งนั้นแหละครับ

เมื่อไหร่ที่พนักงานที่ทำงานดี มีความรับผิดชอบสูง รู้ใจ มอบหมายงานอะไรไปแล้วสบายใจได้ว่าสำเร็จทุกครั้งมายื่นใบลาออกแล้วละก็ ผู้บังคับบัญชาก็ใจหล่นวูบลงไปพักหนึ่งเลยทีเดียว และก็มักจะถ่วงเวลาโดยให้คนเก่ง ๆ เหล่านั้นกลับไปคิดทบทวนใหม่เสียก่อน ค่อยมายื่นใบลาออกใหม่อีกครั้ง

ท่านเป็นแบบที่ผมพูดมานี้ใช่ไหมครับ ?

จากเหตุการณ์ที่ผมยกมานี้ จึงทำให้ผู้บริหารระดับสูงหาแนวทางหรือวิธีการที่จะธำรงรักษาพนักงานที่เรียกได้ว่าเป็นยอดหัวกระทิ ที่พร้อมจะเป็นผู้บริหารระดับสูง (Top Executive) หรือผู้นำองค์กรในอนาคต (Future leader) ให้อยู่กับองค์กรและเจริญเติบโตในหน้าที่การงานพร้อมไปกับ การวางแผนด้านสายความก้าวหน้า ตลอดจนเสริมความรู้และทักษะให้กับยอดหัวกระทิเหล่านั้น ให้มีความพร้อมและมีความภักดี (Loyalty) ต่อองค์กร ไม่คิดหนีไปไหนง่าย ๆ

จึงเป็นที่มาของคำว่า “Talent Management” ไงล่ะครับ


Talent Management คืออะไร....

คำว่า “Talent” เมื่อเปิดพจนานุกรมดูเขามักจะแปลคำ ๆ นี้ว่า หมายถึงบุคคลที่มีความสามารถเป็นพิเศษ นะครับ แต่เมื่อออกเสียงแบบไทย ๆ แล้วฟังเหมือนเป็น “ทะเล้น” ไปเสียนี่ ถ้าออกเสียงไม่ดีจะกลายเป็นคนละความหมายไปได้นะครับ
ดังนั้น Talent Management จึงหมายถึงแนวทางในการดูแลพนักงานที่มีศักยภาพ หรือมีความรู้ความสามารถที่โดดเด่นขององค์กรให้เป็นพิเศษต่างจากพนักงานอื่น ๆ ทั่วไปไงล่ะครับ
ดูแลอย่างไร ??


ปัจจุบันในหลาย ๆ องค์กรจะมีวิธีการดูแลพนักงานที่มีความสามารถหรือมีศักยภาพพิเศษนี้แตกต่างกันออกไปครับ เริ่มตั้งแต่การจัดกลุ่มของพนักงานที่ถือว่าเป็น Talent ,การทดสอบและประเมินผลว่าพนักงานนั้น ๆจะเป็น “ตัวจริง” หรือ “ตัวปลอม” ,การวางแผนพัฒนาพนักงาน “ตัวจริง” เหล่านั้น,การพิจารณาผลตอบแทนต่าง ๆ ให้กับพนักงาน “ตัวจริง” เหล่านั้น ฯลฯ


ถึงแม้จะมีวิธีการในการดูแลพนักงานกลุ่ม Talent ที่แตกต่างกันไปบ้าง แต่ในวัตถุประสงค์หลักใหญ่ ๆ ที่จะใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาก็จะคล้ายคลึงกันครับ เช่น พนักงานที่จะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Talent หรือพนักงานที่มีความสามารถหรือมีศักยภาพเป็นพิเศษนั้น ควรจะมีคุณสมบัติดังนี้

        - มีทัศนคติที่ดีต่อเรื่องต่าง ๆ เช่น การทำงาน,เพื่อนร่วมงาน,การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ฯลฯ หรือที่เรียกว่ามี Attitude หรือมี Positive thinking นั่นแหละครับ


        - เป็นที่ยอมรับ(Acceptability)ของผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชา


        - มีความสามารถในการเรียนรู้งาน (Learn ability) หรือเรื่องราวต่าง ๆ ได้รวดเร็ว


        - มีคุณสมบัติ หรือมีลักษณะเด่นอันเป็นประโยชน์ต่องานที่องค์กรคาดหวังและต้องการ (Competency)


        - มีศักยภาพ (Potential) ที่สามารถจะเติบโตเป็นผู้บริหารในอนาคต


        - มีผลการปฏิบัติงาน (Performance) ที่ดีเด่นมาโดยตลอด

ที่ผมวงเล็บภาษาอังกฤษไว้ข้างท้ายแต่ละตัวน่ะ ไม่ได้อยากที่จะใช้ภาษาไทยคำฝรั่งคำหรอกนะครับ แต่
ที่จำเป็นต้องใส่ไว้เพราะหากท่านอ่านหนังสือต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ท่านจะได้ทราบว่ามีที่มาอย่างไรน่ะครับ เพราะต้องยอมรับว่าเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้มาจากต่างประเทศทั้งนั้นแหละครับ

ขั้นตอนการทำ Talent Management

เมื่อทราบถึงคุณสมบัติของพนักงานที่เข้าข่ายที่จะเป็น Talent ขององค์กรแล้ว ขั้นต่อมาก็คือการหาว่าใครเป็นพนักงานที่มีความสามารถและมีศักยภาพสูงเหล่านั้น โดย.....

1. บางองค์กรจะให้ผู้บังคับบัญชาเสนอรายชื่อพนักงานที่มีคุณสมบัติเข้าข่ายตามที่ผมได้พูดถึงข้างต้นไปแล้วมายังฝ่ายทรัพยากรบุคคล เพื่อทำการประมวลผลและตรวจสอบคุณสมบัติว่าพนักงานที่ได้รับการเสนอชื่อนั้นเข้าข่ายหรือไม่


2. เมื่อฝ่ายทรัพยากรบุคคลพิจารณาเสร็จแล้ว ก็จะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารขององค์กรเพื่อพิจารณากันอีกครั้งหนึ่ง โดยทั่วไปแล้วพนักงานกลุ่มที่จะได้รับการคัดเลือกให้เป็น Talent มักจะมีอย่างมากไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ของพนักงานทั้งองค์กร เรียกว่าต้องผ่านตะแกรงร่อนกันมาจริง ๆ นะครับ


3. ในหลาย ๆ องค์กร โดยเฉพาะองค์กรข้ามชาติ (Multi Company) จะมีศูนย์การประเมินผลที่เรียกว่า Assessment Center สำหรับประเมินพนักงานที่ได้รับการเสนอชื่อเข้ามาอยู่ในกลุ่ม Talent โดยจะให้พนักงานกลุ่มดังกล่าว ทำแบบทดสอบซึ่งจะวัดผลในประเด็นสำคัญ ๆ เช่น วัดศักยภาพความเป็นผู้นำ (Leadership) ,บุคลิกภาพ (Personality) ,การตัดสินใจ (Decision Making) หรือ การแก้ปัญหาที่ยุ่งยากต่าง ๆ (Problem solving) เป็นต้น เพื่อเป็นการยืนยันว่าพนักงานที่มีผลการทดสอบอยู่ในระดับที่องค์กรต้องการนั้นเป็น “ตัวจริง” อย่างที่ผมเคยพูดไว้แล้วไงล่ะครับ


4. สำหรับพนักงานที่ได้รับการเสนอชื่อ แต่ไม่ผ่านการทดสอบ (พูดง่าย ๆ ว่าสอบตกนั่นแหละครับ) ก็จะเป็นพนักงานทั่วไปตามปกติ


5. ส่วนพนักงาน “ตัวจริง” ที่ผ่านการทดสอบแล้ว องค์กรถือเป็นพนักงานกลุ่มที่มีความสามารถและศักยภาพสูง ที่จะต้องมาวางแนวทางในการพัฒนาและทำกิจกรรมอื่น ๆ ต่อไปครับ


6. พนักงานที่มีศักยภาพและมีความสามารถพิเศษเหล่านี้ หลาย ๆ องค์กรยังจะมีการแบ่งกลุ่มออกเป็นแต่ละประเภทอีกนะครับ เช่น

        - กลุ่ม Young Graduate กลุ่มนี้อาจจะเป็นกลุ่มพนักงานที่เพิ่งเข้ามาใหม่ไฟแรงที่มีศักยภาพเด่นชัดเกินหน้าเกินตาพนักงานธรรมดาทั่ว ๆ ไป


        - กลุ่ม Future Leader กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ได้รับการวางตัวว่าจะเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรต่อไปในอนาคต


        - กลุ่ม Selected skill Expert เป็นกลุ่มที่มีความสามารถหรือความชำนาญในเชิงเนื้องานเฉพาะด้านที่ตัวเองดูแลรับผิดชอบอยู่ เช่นพวก Technician แต่อาจไม่มีทักษะในเชิงการบริหารจัดการก็ได้

กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับพนักงานกลุ่ม Talent

เมื่อองค์กรได้กลุ่มคนพิเศษที่ดูแล้วคล้าย ๆ กับพวก X-MEN มาแล้ว ก็จะวางแผนพัฒนา ซึ่งผมขอพูดในหลักใหญ่ ๆ ที่ทำกันดังนี้ครับ

1.  กำหนดให้เข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรที่สำคัญและจำเป็นต่อการพัฒนาในระดับที่สูงขึ้น เช่น หลักสูตรด้านการบริหารจัดการ,หลักสูตรด้านทักษะในเนื้องานด้านเทคนิคระดับสูง,การเข้าร่วมสัมมนาหรือเข้าอบรมในต่างประเทศ,การฝึกงานเฉพาะด้านในต่างประเทศ ฯลฯ


2. การโอนย้าย (Job Rotation) หรือสับเปลี่ยนหน้าที่ความรับผิดชอบเพื่อให้เรียนรู้งานในหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับความเข้าใจงานในภาพรวมตลอดจนความสัมพันธ์ของงานในองค์กร


3. จัดทำสายความก้าวหน้าในงาน (Career development) และทำผังทดแทน (Succession Plan) โดยกำหนดสายความก้าวหน้าในตำแหน่งงานของพนักงานที่เป็น Talent แต่ละคนว่าจะใช้เวลาเท่าใดในตำแหน่งนั้น ๆ เพื่อที่จะก้าวไปยังตำแหน่งต่อไป ซึ่งการในข้อนี้จะต้องสัมพันธ์กับการโอนย้ายสับเปลี่ยนหน้าที่ตามข้อ 2 ด้วยครับ


4. มีการดูแลในเรื่องของค่าตอบแทนและสวัสดิการในด้านต่าง ๆ เช่น โบนัส,การขึ้นเงินเดือน,รถประจำตำแหน่ง หรือแม้แต่การให้หุ้นของบริษัทที่มากกว่าพนักงานดีเด่นรายอื่น ๆ เพื่อเป็นแรงจูงใจด้วยทางหนึ่ง

ข้อคิด....ก่อนปิดท้ายเรื่อง

มาถึงตรงนี้คงจะพอทำให้ท่านได้เห็นแนวทางในการธำรงรักษาคนพันธุ์พิเศษขององค์กร ที่องค์กรต่าง ๆ ทั้งไทย และต่างชาติสรรหามาด้วยแนวความคิดที่ว่า การสร้างคนในองค์กรให้ขึ้นมาเป็นผู้บริหารหรือผู้ชำนาญการระดับสูงนั้น ย่อมดีกว่าการซื้อคนนอกเข้ามา เพราะหากเราซื้อเขามาด้วยเงิน วันหนึ่งข้างหน้า เขาอาจจะถูกซื้อไปอยู่องค์กรอื่นด้วยเงินเช่นเดียวกัน ซึ่งผู้บริหารหรือผู้ชำนาญการระดับสูงที่เป็นคนใน เป็นเนื้อแท้ หรือเป็นลูกหม้อขององค์กรนั้น ย่อมจะได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ใต้บังคับบัญชามากกว่าคนนอกใช่ไหมครับ


วันนี้......องค์กรของท่านมีแนวทางในการธำรงรักษาพนักงานที่เก่ง และดี แล้วหรือยังครับ ????

 


* ลงพิมพ์ในวารสาร For Quality, June 2004 Vol 11 No.80

 


Posted by ธำรงศักดิ์  ที่มา : http://www.excelexperttraining.com
Category : HR Share Knowledge





จำนวนผู้ชม 4238 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์