อันตราย....องค์กรเป็นพิษ (ตอนที่ 2)

อันตราย....องค์กรเป็นพิษ (ตอนที่ 2) | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



บทนำ

 

ผมเคยเขียนเรื่อง “สัญญาณอันตราย...องค์กรเป็นพิษ” มาแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งพูดถึงลักษณะแนวโน้มที่องค์กรกำลังจะเริ่มเป็นพิษ, เงื่อนไขที่จะทำให้เกิดความเป็นพิษในองค์กร และใครบ้างที่มีส่วนทำให้องค์กรเกิดสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษไปแล้ว ท่านที่เคยอ่านผ่านตาไปแล้วคงยังพอจำกันได้นะครับ


ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าถ้าเกิดความเป็นพิษขึ้นในองค์กรใด คนที่ได้รับผลจากความเป็นพิษนั้น ก็คงไม่แคล้วพนักงานที่ทำงานในองค์กรนั้นนั่นเอง

คงไม่มีใครอยากอยู่ทำงานในองค์กรเป็นพิษเป็นแน่ !

สัญญาณเตือนการเกิดมลพิษโดยทั่วไป

ผมขอย้อนเวลากลับหลังไปไม่ต้องไกลมากนัก เอาสักแค่ 30 ปีย้อนหลังที่แล้วมา ท่านที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพเมืองฟ้าอมรของเราคงยังจำกันได้นะครับว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวกรุงเทพยังไม่มีความเป็นมลพิษเท่าในปัจจุบันนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานวันเข้า ก็เริ่มมีสัญญาณบอกเหตุมาเป็นระยะ ๆ

เช่นอะไรบ้างล่ะ ?

ท่านเริ่มเห็นยวดยานรถราที่เพิ่มมากขึ้น พร้อมกับสิ่งที่ตามมาคู่กันคือควันพิษจากท่อไอเสีย ทำให้อากาศเริ่มเกิดมลพิษทางอากาศ
เสียงของยวดยานที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดมลพิษทางเสียง
การสร้างตึกรามบ้านช่อง อาคารสูงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เกิดมลพิษในเรื่องฝุ่นละออง
นี่เป็นสัญญาณบอกเหตุเบื้องต้นนะครับ ที่เป็นตัวชี้ว่าในอนาคตกรุงเทพจะต้องมีมลพิษในเรื่องต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ย้อนกลับมาดูในองค์กรของเรา

ในองค์กรหรือบริษัทที่เราทำงานกันอยู่ทุก ๆ วันนี่ก็เช่นเดียวกันครับ ก่อนที่จะเกิดความเป็นพิษขึ้นในองค์กร ก็จะต้องมีสัญญาณอะไรบางอย่างที่ทำให้ผู้คนในองค์กรนั้น เริ่มรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ
เพื่อให้ท่านเห็นภาพชัดเจนขึ้น ผมจึงขอเปรียบเทียบระหว่างองค์กรที่เป็นพิษ กับองค์กรที่แข็งแรงดี มาสัก 20 ตัวอย่าง เพื่อให้ท่านย้อนกลับมาดูซิว่าปัจจุบันในองค์กรของท่านยังแข็งแรงดีอยู่หรือเริ่มมีอาการป่วยไข้บ้างแล้วดังนี้ครับ

20 สัญญาณอันตรายองค์กรเป็นพิษ

1.  ผู้บริหารระดับสูงไม่สนใจหรือมีส่วนร่วมกำหนดทิศทาง และเป้าหมายขององค์กร


2. เมื่อมองเห็นข้อผิดพลาด ไม่มีใครคิดเข้าไปแก้ไขเพราะคิดว่า “ธุระไม่ไช่” ทำให้ปัญหาต่าง ๆ เหมือน ขยะที่ซุกไว้ใต้ พรม


3. ไม่มีการแก้ปัญหากันเป็นทีม และมักแก้ปัญหาให้ถูกใจผู้บริหารมากกว่าให้ถูกใจลูกค้า(ตัวจริง)


4. ผู้บริหารระดับสูงควบคุมอำนาจตัดสินใจแก้ปัญหาไว้ให้มากที่สุดจนเกิด “คอขวด” ทำให้ล่าช้าเพราะ รอการตัดสินใจจากเบื้องบน


5. มีการวางแผนงานเป็นทีมเพื่อให้ปฏิบัติการสั่งงาน หรือการมอบหมายนโยบายให้ปฏิบัติ จะไม่ได้รับความสนใจจากลูกน้องหรือเพื่อนร่วมงาน


6. พนักงานที่รับผิดชอบหน้างานไม่ได้รับมอบหมายให้ตัดสินใจอะไรได้


7. พนักงานแก่งแย่งชิงดี อิจฉาริษยา ไม่ร่วมมือซึ่งกันและกันขาดการยอมรับ และไม่มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน


8. เมื่อเกิดวิกฤติการณ์ใด ๆ ผู้เกี่ยวข้องจะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ และพร้อมโยนความผิดให้คนอื่น


9. มีการเล่นการเมืองในองค์กร และพยายามเก็บความขัดแย้งต่างๆ ไว้ในใจ ไม่มีการแก้ไขความขัดแย้งอย่างจริงจัง


10.พนักงานในองค์กรไม่สนใจเรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อพัฒนาตนเอง พนักงานจะเรียนรู้เฉพาะงานที่ตนเองทำผิดพลาดเท่านั้น


11. หลีกเลี่ยงการรับฟังความคิดเห็นจากผู้อื่น


12. องค์กรเต็มไปด้วยข่าวลือ การใส่ร้ายป้ายสี ใส่หน้ากากเข้าหากัน ซุบซิบนินทา


13. ผู้บริหารไม่ยอมเปลี่ยนแปลงอะไรง่าย ๆ


14. ผู้บริหารควบคุมทุกเรื่องอย่างใกล้ชิด แม้แต่เรื่องจุกจิกปลีกย่อย

15. มีแนวความคิดว่า “ยิ่งเสี่ยงน้อย ยิ่งปลอดภัย”


16. “ใครทำให้งานนี้ผิดพลาด ?”


17. ไม่จัดการกับคนที่มีปัญหาในองค์กรอย่างจริงจัง


18.คิ ดอยู่ในกรอบ


19. ไม่ส่งเสริมให้มีบรรยากาศความคิดสร้างสรรค์ หรือหาแนวทางในการทำงานใหม่ ๆ


20. พนักงานทนกับความคับข้องใจต่าง ๆ และมักคิดว่า“ฉันคงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ หากเรือลำนี้จะล่มลง
ก็ไม่ใช่ความรับผิดชอบของฉันหรอก...โน่น..คนโน้นต่างหากที่ต้องรับผิดชอบ...”

องค์กรเข้มแข็ง

1. พนักงานทุกระดับเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง วัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์กร


2. พนักงานจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไขตั้งแต่แรกที่มองเห็นปัญหา และคิดว่าทุกปัญหา มีทางแก้ไขเสมอ


3. มีการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เข้าถึงสาเหตุของปัญหา และแก้ไขปัญหาเป็นทีมยึดความถูกต้องมากกว่าถูกใจ


4. มีการหาปัจจัย และทางเลือกในการแก้ปัญหาที่จะเป็นไปได้อย่างละเอียดรอบคอบและมีข้อมูลพร้อมตัดสินใจโดยไม่ขึ้นกับว่าคนๆ นั้นจะอยู่ในตำแหน่งใด


5. มีการวางแผนงานเป็นทีมเพื่อให้ปฏิบัติอย่างได้ผล มีความรับผิดชอบต่อผลสำเร็จ


6. พนักงานที่หน้างานได้รับมอบหมายให้ตัดสินใจแก้ปัญหาได้ในระดับที่เหมาะสม


7. พนักงานประสานความร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พนักงานเต็มใจเข้าไปมีส่วนร่วมในเรื่องต่าง ๆ ในผลสำเร็จร่วมกัน


8. เมื่อเกิดวิกฤติการณ์ใด ๆพนักงานจะประสานความร่วมมือกันอย่างรวดเร็วเพื่อแก้ไขวิกฤตินั้น ๆ


9. เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นจะถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องแก้ไขก่อนที่จะลุกลามต่อไป


10.พนักงานใฝ่หาการเรียนรู้ตลอดเวลา เต็มใจและพร้อมจะถ่ายทอดความรู้ และให้คำแนะนำเพื่อพัฒนาศักยภาพของเพื่อนพนักงานด้วยกัน


11.เปิดใจรับฟังความคิดเห็น จากผู้เกี่ยวข้องเพื่อการปรับปรุงพัฒนา


12.มีสัมพันธภาพกันแบบจริงใจ, พนักงาน รู้สึกว่ามีพี่มีเพื่อน ไม่โดดเดี่ยว สามารถ ปรึกษาหารือและไว้วางใจกันได้ มีข่าวลือน้อยในองค์กร


13.ผู้บริหารยืดหยุ่นและพร้อมเปลี่ยนแปลง


14.ผู้บริหารไว้ใจและให้อิสระพอสมควรโดยมีทัศนคติว่าพนักงานมีความรับผิดชอบ และวิจารณญาณดีว่าอะไรควรหรือไม่ควร


15.มีแนวความคิดว่า “มีความเสี่ยงที่ยอมรับได้จะทำให้องค์กรเติบโตและเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น


16.“เราได้บทเรียนอะไร จากความผิดพลาดนี้?”


17.หาแนวทางที่ชัดเจนในการรับรู้ และแก้ไขคนที่มีปัญหาในองค์กร


18.หาวิธีการคิดริเริ่มใหม่ๆ และมักตั้งคำถามว่า “วิธีการนี้ยังเหมาะสมดีอยู่หรือไม่ ?”


19.เปิดโอกาสให้พนักงานเสนอความคิดแปลก ๆ ใหม่ ๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงองค์กรหรือวิธีการทำงานให้ดีขึ้น


20.พนักงานจะคิดเสมอว่า “มันเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของฉันที่จะต้องรักษาเรือลำนี้เอาไว้ให้ได้.....”

บทสรุป

จาก 20  สัญญาณอันตรายข้างต้น ท่านลองนำมาเปรียบเทียบดูกับองค์กรที่ท่านทำงานอยู่ดูนะครับว่าปัจจุบันองค์กรของท่านจะมีน้ำหนักเอียงไปทางซ้าย(องค์กรเป็นพิษ) หรือเอียงขวา(องค์กรเข้มแข็ง)มากกว่ากัน ถ้าหากว่าองค์กรของท่านเริ่มจะมีแนวโน้มที่จะเกิดมลพิษขึ้นแล้วคงต้องเป็นหน้าที่ของพนักงานทุก ๆ คนไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร(ที่จะต้องเปิดใจยอมรับและหาทางแก้ไข) หรือพนักงานที่จะต้องร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหา เพื่อสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีบรรยากาศที่ดี คนที่ทำงานอยู่ก็รู้สึกผูกพันไม่อยากจะเสี่ยงไปหาที่ทำงานใหม่ที่ไม่รู้ว่าจะมีสภาพแวดล้อมดีเหมือนที่ปัจจุบันหรือเปล่า ในขณะที่คนนอก(ผู้สมัครงาน)ก็อยากจะเข้ามาร่วมงานเพราะได้ยินกิติศัพท์ว่าองค์กรนี้มีสภาพแวดล้อมและบรรยากาศในการทำงานที่อบอุ่นไม่ต้องถึงกับให้องค์กรของท่านเข้มแข็งเลิศเลอเพอร์เฟ็คเหมือนในอุดมคติหรอกครับ เพียงแต่ช่วยกันทำให้เกิดความเป็นพิษให้น้อยที่สุดก็พอแล้ว ลองถามตัวท่านเองดูว่า วันนี้...ท่านได้มีส่วนทำให้องค์กรของท่านลดความเป็นพิษไปบ้างแล้วหรือยัง ?


คงไม่มีใครตอบว่า “ก็ฉันจะไปทำอะไรได้มากไปกว่านี้ล่ะ ?” แน่ะ....เหมือนสัญญาณในข้อ 20 เลยไหมครับ ถ้าเหมือนข้อ 20 องค์กรเป็นพิษ ก็คงต้องใช้ข้อ 20 องค์กรเข้มแข็งเข้ามาช่วยรักษาองค์กรของเราแล้วล่ะครับ เพราะ........

เมื่อองค์กรสะสมพิษเอาไว้นาน ๆ เข้า ผู้ที่ได้รับผลกระทบก็คือคนในองค์กรทุก ๆ คนนั่นเองครับ.

 

* ลงพิมพ์ในวารสาร ส่งเสริมเทคโนโลยี ฉบับ 177 เดือน ตุลาคม-พฤศจิกายน 2547

 


Posted by ธำรงศักดิ์  ที่มา : http://www.excelexperttraining.com
Category : HR Share Knowledge





จำนวนผู้ชม 3928 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์