ได้ค่าชดเชย แม้ว่จะกระทำผิดซ้ำในความผิดที่ได้รับหนังสือเตือนมาก่อน

ได้ค่าชดเชย แม้ว่จะกระทำผิดซ้ำในความผิดที่ได้รับหนังสือเตือนมาก่อน | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM


แม้ว่ากฎหมายจะไม่ได้กำหนดรูปแบบของหนังสือเตือนไว้อย่างชัดแจ้ง  แต่การที่นายจ้างออกหนังสือเตือนโดยไม่มีข้อความที่มีลักษณะของการเตือนตามกฎหมาย  ก็อาจทำให้หนังสือเตือนฉบับนั้นใช้ไม่ได้   เมื่อลูกจ้างกระทำความผิดซ้ำอีก  การที่นายจ้างจะเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยและค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า  ก็อาจทำให้เป็นปัญหาได้  ดังตัวอย่างของคดีแรงงานที่น่าสนใจดังนี้

 

 

ลูกจ้างมาทำงานสายเป็นประจำ และก่อนเลิกจ้าง นายจ้างได้ทำหนังสือเตือนเรื่องการมาทำงานสายและลูกจ้างได้รับทราบการตักเตือนนั้นแล้ว  นายจ้างจึงเลิกจ้างลูกจ้างโดยไม่ได้จ่ายค่าชดเชยและค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

 

 

ลูกจ้างได้นำคดีมาสู่ศาลแรงงาน   ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาว่า การที่ลูกจ้างมาทำงานสายเป็นประจำ  อันเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับการทำงานของนายจ้าง  แม้ว่าจะไม่ใช่กรณีร้ายแรง  แต่นายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว  นายจ้างจึงไม่จำต้องจ่ายค่าชดเชย   สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมแต่อย่างใด

 

 

ลูกจ้างคนเก่ง(แต่ความประพฤติการทำงานไม่น่าภาคภูมิใจ) ได้ยื่นอุทธรณ์ไปยังศาลฎีกาว่า นายจ้างออกหนังสือเตือนไม่ถูกต้อง  จึงไม่ถือว่าเป็นหนังสือเตือนตามกฎหมาย   ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาว่า

 

 

"แม้ตามกฎหมายจะไม่ได้กำหนดแบบไว้ว่าหนังสือเตือนจะต้องมีรูปแบบและข้อความอย่างไร  แต่หนังสือเตือนนั้นจะต้องเป็นกรณีที่นายจ้างตักเตือนลูกจ้างที่ได้กระทำผิดฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้าง มิให้กระทำผิดเช่นว่านั้นซ้ำอีก หากกระทำจะต้องถูกลงโทษ  แต่เอกสารที่นายจ้างจัดทำและอ้างว่าเป็นหนังสือเตือนนั้น  คงมีข้อความระบุเพียงว่า "ลูกจ้างกระทำผิดมาทำงานสาย  เป็นการกระทำผิดระเบียบข้อบังคับเท่านั้น  มิได้มีข้อความที่เป็นคำตักเตือนของนายจ้างไม่ให้ลูกจ้างกระทำผิดเช่นนั้นซ้ำอีก  และหากกระทำอีกจะต้องถูกลงโทษไว้ด้วยแต่อย่างใด  เอกสารที่นายจ้างจัดทำเป็นหนังสือดังกล่าว  จึงถือไม่ได้ว่าเป็นหนังสือตักเตือนตามกฎหมาย  กรณีจึงไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะไม่จ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายได้"

 

 

จากหลักกฎหมายและคำพิพากษาศาลฎีกา สามารถพิจารณาได้ดังนี้

 

  1. ข้อยกเว้นที่ทำให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยในกรณีที่ลูกจ้างกระทำความผิดไม่ร้ายแรง เช่น มาทำงานสาย  ไม่ส่งใบลา  นายจ้างจะต้องตักเตือนการกระทำดังกล่าวนั้นก่อนอย่างน้อย  1  ครั้ง
  2. การตักเตือนที่จะมีผลให้นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยต้อง "ตักเตือนเป็นหนังสือ"เท่านั้น(กรณีที่ลูกจ้างมาทำงานสาย แม้นายจ้างจะตักเตือนด้วยวาจาหลายครั้ง  ก็ยังคงต้องจ่ายค่าชดเชย)
  3. "หนังสือเตือน" ที่จะมีผลเป็นหนังสือเตือน ต้องมีข้อความแสดงพฤติกรรมหรือการกระทำของลูกจ้างที่เป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง ระเบียบ หรือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และถ้อยคำทีมีลักษณะตักเตือนมิให้ลูกจ้างกระทำผิดอีก   นอกจากนี้หนังสือเตือนต้องออกหรือกระทำโดยนายจ้างหรือผู้กระทำการแทนนายจ้าง หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจเท่านั้น
  4. หนังสือเตือนควรมีข้อความต่อไปนี้
    1. สถานที่ออกหนังสือเตือน
    2. วัน เดือน ปีที่ออกหนังสือเตือน
    3. ข้อความแสดงการแจ้งต่อตัวลูกจ้างที่กระทำผิดโดยเฉพาะเจาะจง(ไม่ควรปิดประกาศหนังสือเตือน หรือกระทำการใดอันมีลักษณะเป็นการประจานลูกจ้าง หรือทำให้ลูกจ้างได้รับความอับอาย  ทั้งนี้ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวนอกจากจะเป็นผลทำให้เกิดความขัดแย้ง บาดหมางในสถานประกอบการแล้ว อาจเป็นผลให้มีคดีมาสู่ศาลอีกมากมาย)
    4. ข้อเท็จจริง หรือพฤติกรรมของลูกจ้างที่ฝ่าฝืนคำสั่ง ระเบียบ หรือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน  โดยระบุวัน เดือน ปี เวลา สถานที่ และการกระทำนั้น(เมื่อใด ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร)
    5. คำสั่ง ระเบียบ ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่กล่าวอ้างว่าการกระทำของลูกจ้างเป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง ระเบียบ หรือข้อบังคับนั้น  โดยควรระบุให้เห็นว่าการกระทำของลูกจ้างฝ่าฝืนคำสั่ง ระเบียบ ข้อบังคับฉบับใด ในข้อใด)
    6. ข้อความที่มีลักษณะเป็นการตักเตือนมิให้ลูกจ้างกระทำความผิดอีก และควรระบุว่าหากลูกจ้างกระทำความผิดซ้ำหนังสือตักเตือนอีก จะลงโทษทางวินัยอย่างไร
    7. ลายมือชื่อของนายจ้างหรือผู้ออกหนังสือเตือน (ต้องเป็นผู้มีอำนาจในการออกหนังสือเตือน)
  5. หนังสือเตือนมีผลใช้บังคับไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่ลูกจ้างกระทำความผิดเท่านั้น

 

จะเห็นว่า การเตือนที่ทำเป็นหนังสืออย่างไม่ถูกต้อง ก็ต้องจ่ายค่าชดเชยดังกล่าว  ลูกจ้างที่มาทำงานสายบ่อยครั้งแล้วได้รับค่าชดเชย เพราะนายจ้างทำหนังสือเตือนไม่ถูกต้องก็ไม่น่าภาคภูมิใจในการกระทำของตน  เพราะนอกจากจะทำให้ถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้รับค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมแล้ว  ถ้านายจ้างที่ไหนรู้ก็คงไม่อยากจะรับเข้าทำงานด้วยแน่นอน

 

ที่มา : http://www.one-stophr.com




จำนวนผู้ชม 6013 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์