ไขปัญหาสุดฮิต ยุคเจเนอเรชั่นมิกซ์ ป่วน...เอชอาร์

ไขปัญหาสุดฮิต ยุคเจเนอเรชั่นมิกซ์ ป่วน...เอชอาร์ | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



๐ ''ทาวเวอร์ส วัทสัน'' ที่ปรึกษาเอชอาร์มือโปรตอบโจทย์
      
       ๐ ไขปัญหายอดฮิตขององค์กรต่างๆ ในยุคเจเนอเรชั่นมิกซ์
      
       ๐ ใช้ประสบการณ์ แนะทางออกที่ปฏิบัติได้จริง
      
       ๐ พบวิธีจัดการดาวเด่นที่องค์กรไม่ควรพลาด
      
       การทำงานในองค์กรหรือบริษัทต่างๆ ณ วันนี้ มีประเด็นที่เรียกว่า “Generation Mix” เป็นโจทย์ให้องค์กรต้องจัดการ เพราะมีคนหลากหลายวัยอยู่ในองค์กร โดยเฉพาะ เจนเอ๊กซ์ และเจนวาย ซึ่งเป็นคนสองวัยที่เป็นคนกลุ่มใหญ่ในองค์กร แต่มีแบ๊กกราวน์ต่างกัน ความต่างของคนสองรุ่นเริ่มเป็นปัญหาที่มีการพูดถึงมากขึ้นในองค์กรว่าจะบริหารจัดการอย่างไร
      
       ๐ แนะทางออก ปฏิบัติได้จริง
      
       พิชญ์พจี สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทาวเวอร์ส วัทสัน จำกัด ที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการบุคคลและการพัฒนาองค์กร กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า คำถามในประเด็นนี้ที่องค์รกส่วนมากต้องการคำตอบ เพราะผู้บริหารส่วนมากซึ่งอยู่ในกลุ่มเบบี้บูมและกลุ่มเจนเอ๊กซ์ เริ่มตั้งแต่ “จะทำอย่างไรกับเจนวาย ?” ซึ่งคำตอบที่นำไปปฎิบัติได้จริงก็คือ การให้เขาทำงานให้เต็มที่ในช่วงเวลาที่เขาอยู่กับเรา และอย่าไปคาดหวังว่าเขาจะอยู่นาน เพราะถ้าบริษัทสามารถรักษาคนเจนวายไว้ได้ครึ่งหนึ่งของที่รับมาให้อยู่ได้นานถึง 4-5 ปีก็ถือว่าสำเร็จแล้ว เพราะเจนวายมักจะอยู่ที่ใดที่หนึ่งไม่นาน และจากการเป็นที่ปรึกษาในเรื่องนี้ก็พบว่าเป็นคำแนะนำที่ตรงกับความคิดของผู้บริหารที่มีประสบการณ์ตรงซึ่งยอมรับว่าพยายามแก้ปัญหานี้ด้วยแนวทางอื่นๆ แล้ว แต่ไม่ได้ผล
      
       ต้องเข้าใจว่าเจนวายเขาเกิดมาในยุคนี้และเป็นแบบนี้ เขาไม่สนใจเรื่องอาวุโส หรือให้ความสำคัญกับความเป็นเจ้านาย เพราะเจนวายเรียนรู้จากกูเกิลไม่ต้องเรียนจากรุ่นพี่ ต่างจากเจนเอ๊กซ์ที่มีนายช่วยฝึกสอน จึงมีความเคารพนับถือ ดังนั้น ต้องใช้วิธีไปดูว่าอะไรที่กูเกิลให้เขาไม่ได้ หรือเรียกว่าเป็น soft skill เช่น จะบริหารจัดการคนอย่างไร บริหารจัดการลูกค้าอย่างไร หรือจะมีทักษะในการเจรจาต่อรองอย่างไร? ซึ่งกูเกิลบอกไม่ได้ขนาดนั้น
      
       แต่ไม่ใช่ทุกฟังก์ชั่นจะทำอย่างนี้ได้ เช่น ตำแหน่ง System Analysis เขาอยู่กับเครื่องและเรียนรู้จากเครื่อง หัวหน้าต้องใช้วิธีดูแลอย่างใกล้ชิด สร้างความสัมพันธ์ในความเป็นมนุษย์ให้มากขึ้น ไม่ใช่ให้เขาอยู่กับเครื่องเท่านั้น นี่คือความท้าทายของคนที่เป็นนาย
      
       ๐ ''ดาวเด่น'' บริหารได้ ง่ายนิดเดียว
      
       คำถามต่อมาคือเรื่องของ Talent Management หรือการบริหารดาวเด่น ซึ่งองค์กรส่วนมาก “ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร” คำแนะนำคือ ให้ยึดหลักว่าคนในบริษัทมี 2 ประเภทคือ เก่งงานกับเก่งคน ถ้าเก่งคนเป็นเรื่องพฤติกรรม ถ้าเก่งงานเป็นเรื่องทักษะ ถ้าคนไหนมีพฤติกรรมเป็นไปอย่างที่องค์กรต้องการสูง และทักษะการทำงานเป็นไปอย่างที่องค์กรต้องการสูง คือคนที่เป็น Talent นั่นเอง
      
       แต่ “ต้องมีหลักเกณฑ์ชัดเจนว่าจะวัดอย่างไร” เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและใช้กับทุกคนเป็นภาพรวมขององค์กร ไม่ใช่การวัดตำแหน่ง ในเรื่องพฤติกรรม หรือ Core Competency เป็นเรื่องที่ซ่อนอยู่ในตัวคน ยากที่จะพัฒนา ปกติจะใช้การประเมินบุคลิกภาพ อาจจะใช้การทดสอบทางจิตวิทยา เช่น นักข่าวต้องมีมนุษยสัมพันธ์ การคิดวิเคราะห์ ส่วนเรื่องทักษะ หรือ Technical Competency อาจจะใช้ผลการประเมินการทำงานที่ผ่านมา ซึ่งวัดได้ระดับหนึ่ง เช่น นักข่าว ต้องมีความสามารถในการเขียน การสื่อสาร เป็นต้น
      
       แต่เมื่อได้คนที่เป็น Talent แล้ว “องค์กรไทยส่วนมากมักจะไม่บอกเป็นทางการว่าใครคือดาวเด่น” เพราะเป็นวัฒนธรรมหรือ ความคิดของคนไทยส่วนใหญ่รับได้ยากว่าคนอื่นเก่งกว่า ทำใจไม่ได้ ซึ่งวิธีการขององค์กรคือพัฒนาคนๆ นั้นโดยไม่ประกาศ ปล่อยให้เบลอๆ เพื่อจะไม่ให้เกิดผลเสียโดยรวมตามมา เนื่องจากวัตถุประสงค์การบริหารจัดการดาวเด่น (Talent Management) เพื่อต้องการจะรู้ว่าคนกลุ่มไหนเป็นอนาคตของบริษัท และต้องการให้เขาอยู่กับเรานานๆ เราจึงต้องทำไปตามนั้น
      
       นอกจากนี้ ต้องเข้าใจว่า “การเป็นดาวเด่นไม่ได้คงอยู่ตลอดไป” ต้องมีช่วงการประเมิน เช่น อาจจะ 2 ปีครั้ง เพราะเป็นกลุ่มที่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ทั้งในเรื่องของผลตอบแทนและการพัฒนาเพราะเขายังมีช่องว่างในเรื่องของศักยภาพเพื่อให้ไปสู่สิ่งที่ดีกว่า
      
       ๐ ไปให้ถึงเป้าหมาย
      
       ที่ปรึกษาด้านบริหารจัดการบุคคลและพัฒนาองค์กร เน้นด้วยว่า ต้องทำให้เกิดความชัดเจนว่า “เป็นบทบาทของหัวหน้าในการพัฒนาดาวเด่น” เพราะบางองค์กรหัวหน้าไม่สนใจว่าใครจะเป็นทาเล้นท์ เพราะทั้งๆ ที่ทาเล้นท์ต้องมีเวลาในการพัฒนา ขณะเดียวกันก็ต้องทำงานให้ดีด้วย ทำให้กลายเป็นว่าโปรแกรมการพัฒนาไม่ได้ผลเท่าที่ควร ดังนั้น เมื่อรู้แล้วว่าทาเล้นท์ต้องพัฒนาในเรื่องไหนบ้าง หัวหน้าโดยตรงมีหน้าที่ต้องเป็นคนพัฒนาให้ตามแผนที่วางไว้ เพื่อบังคับหัวหน้าให้รับผิดชอบการพัฒนาทาเล้นท์คนนี้ และ“ผู้บริหารระดับสูงต้องทำให้เห็นว่าเป็นนโยบายจากข้างบน” เช่น ซีอีโอต้องจัดเวลาพบปะพูดตุยกับทาเล้นท์ เพื่อให้ซีอีโอสัมผัสกลุ่มนี้ได้โดยตรง เพราะเหมือนว่าถ้าไม่มีหัวเรือก็ไปไม่ถูกทาง
      
       ส่วนในเรื่องของการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation) คำถามคือควรจะมีแนวทางอย่างไร? คำตอบคือการ ทำโครงสร้างเงินเดือนในทางเทคนิตสำหรับทาเล้นท์จะใช้ที่ P75 หมายความว่ามี 74 บริษัทที่จ่ายต่ำกว่า กับ 25 บริษัทที่สูงกว่า ส่วนคนทั่วไปจะใช้ที่ P50 หมายความว่ามี 49 บริษัทที่ต่ำกว่า กับ 49 บริษัทที่สูงกว่าจะเป็นโครงสร้างเงินเดือนที่แข่งขันได้
      
       สำหรับความก้าวหน้าในอาชีพหรือโอกาสการเติบโตในองค์กร (Career Path) สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ “เส้นทาง” แต่อยู่ที่ “หลักเกณฑ์” ในการขึ้น เพราะมักจะเป็นกรณีที่ถกเถียงกันว่าเส้นทางมีอยู่แล้ว แต่จะขึ้นเมื่อไร เพราะฉะนั้น คำตอบคือไม่ว่าจะเป็นเส้นทางไหน แต่ต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกัน เพื่อเป็นรากฐานในการเติบโตขององค์กร และทำให้ทางออกของปัญหาที่องค์กรต่างๆ พบเจอเหมือนกัน แก้ไขได้บรรลุสู่เป้าหมาย
      
       3 ปัจจัยหลัก ดึงดูดใจ
       คนสองวัย คิด-เลือกต่างกัน
      
       มีผลสำรวจพบว่าปัจจัยหลักที่ดึงดูดให้คนต่างวัยทำงานในองค์กรหนึ่งๆ ต่างกัน
      
       สำหรับ Gen X ให้ความสำคัญกับ 1. ชื่อเสียงของบริษัทหรือองค์กร 2. ความมั่นใจในผู้บริหารขององค์กร ความไว้วางใจด้านการบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความโปร่งใส ความสามารถหรือความเก่ง สุดท้ายคือจะนำองค์กรไปในทิศทางที่ดีได้หรือไม่ 3. โอกาสความก้าวหน้าของตัวเอง ค่อนข้างให้ความสำคัญกับนาย กับองค์กร
      
       ส่วน Gen Y ให้ความสำคัญกับ 1. โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพของตัวเอง มองว่าตัวเองสำคัญ 2. มีการเพิ่มรายได้ให้หรือไม่ และ3. ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้า ซึ่งอาจจะอยู่นานถ้าความสัมพันธ์ดี
      
       เมื่อเข้าใจความต่างกันของสองวัยจะทำให้รู้ว่าจะบริหารจัดการสองรุ่นนี้อย่างไร ในวันที่คนสองรุ่นนี้เป็นคนส่วนใหญ่ในองค์กรส่วนมาก

 
 
 
โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์




จำนวนผู้ชม 4572 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์