การเลิกจ้างเป็นทางออกที่ดีแล้วหรือยัง ??

การเลิกจ้างเป็นทางออกที่ดีแล้วหรือยัง ?? | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



บทนำ

“เลิกจ้าง !!” ผมคิดว่าคำ ๆ นี้เป็นคำที่เปรียบเสมือนคำพิพากษาให้ประหารชีวิตลูกจ้างในทางการทำงาน เพราะเป็นคำสั่งให้ลูกจ้างต้องออกจากงาน ทั้ง ๆ ที่ลูกจ้างยังไม่อยากจะออก ซึ่งคงไม่มีใครที่อยากได้รับสิ่งนี้จากองค์กรใช่ไหมครับ เมื่อลูกจ้างหรือพนักงานถูกเลิกจ้างจะมีผลกระทบในชีวิตของลูกจ้างหรือพนักงานคนนั้น ๆ ติดตามมาหลาย ๆ อย่าง เช่น เขาจะต้องไปหางานใหม่ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะได้หรือไม่อย่างไร,ครอบครัวหรือบุคคลที่เขาต้องรับผิดชอบอยู่อาจจะมีปัญหาขาดเงินทองใช้สอยอย่างน้อยก็ระยะหนึ่งที่ยังหางานไม่ได้,จิตใจความรู้สึกของผู้ถูกเลิกจ้าง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นผลกระทบมาจากการถูกเลิกจ้าง


ประเภทของการเลิกจ้าง

การเลิกจ้างแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

1. เลิกจ้างเนื่องจากเหตุผล หรือนโยบาย หรือข้อสรุปจากการประชุมของผู้บริหารของทาง
บริษัท(หรือนายจ้าง) ว่าจำเป็นจะต้องมีการเลิกจ้างพนักงานเพราะ…..


    1.1  บริษัทมีความจำเป็นจะต้องปิดกิจการ เนื่องจากบริษัทมีผลประกอบการขาดทุน,บริษัทขาด
สภาพคล่องที่จะดำเนินกิจการต่อไปได้,บริษัทถูกคำพิพากษาให้ล้มละลายหรือถูกพิทักษ์ทรัพย์,บริษัทถูกคำสั่งของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองสั่งให้ปิดกิจการ(เช่นสถานบันเทิงที่เกิดเรื่องบางแห่ง) และ ฯลฯ


    1.2  เกิดภัยที่ไม่คาดฝันขึ้นกับบริษัท เช่น วันร้ายคืนร้ายมีไฟไหม้โรงงานจนเกิดความเสียหายทั้ง
หมดจนไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า การเลิกจ้างในข้อ 1 นี้ จึงเป็นการเลิกจ้างด้วยสาเหตุจากทางบริษัทเป็นปัจจัยสำคัญครับ ซึ่งการเลิกจ้างประเภทนี้นายจ้างต้องจ่ายเงินชดเชยให้ลูกจ้างครับ

2. เลิกจ้างเนื่องจากพนักงานได้ทำความผิดต่อบริษัท ซึ่งการเลิกจ้างในประเภทนี้ กฎหมายแรง
งานให้สิทธิไว้กับนายจ้างที่จะเลิกจ้างลูกจ้างได้ เมื่อลูกจ้างกระทำความผิด “ร้ายแรง” ตามมาตรา 119 ของกฎหมายแรงงาน (ลองไปเปิดดูได้ครับ) ซึ่งเป็นการเลิกจ้างโดยนายจ้างไม่ต้องจ่ายเงินชดเชย การเลิกจ้างแบบนี้มีสาเหตุจากตัวพนักงาน (โดยเฉพาะเป็นเรื่องความประพฤติที่ไม่พึงประสงค์) เป็นปัจจัยสำคัญครับ

3. การเลิกจ้างด้วยสาเหตุอื่น ๆ เช่น นายจ้างไม่ชอบขี้หน้าลูกจ้าง ,ลูกจ้างทำงานแล้วไม่ได้อย่าง
ใจนายจ้าง,ลูกจ้างเกเรความประพฤติไม่ดี ฯลฯ แต่ทั้งหมดก็ยังไม่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 119 ซะที แต่นายจ้างไม่อยากจะจ้างเอาไว้แล้วล่ะ แต่การเลิกจ้างในประเภทนี้ต้องจ่ายเงินชดเชยครับ

การเลิกจ้างเป็นทางออกที่ดีแล้วหรือยัง??

ผมว่าการจ้างงานมองไปก็คล้ายกับการอยู่กันฉันสามีภรรยา ต้องอยู่กันด้วยความรักและความเข้าใจให้เกียรติซึ่งกันและกัน ในบางครั้งอาจมีเรื่องกระทบกระทั่งกันบ้างก็ต้องพยายามหาทางปรับความเข้าใจซึ่งกันและกัน ซึ่งหากการเลิกจ้างมีสาเหตุตามข้อ 1 ก็ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัยจริง ๆ ส่วนสาเหตุการเลิกจ้างตามข้อ 2 นั้น นายจ้างควรจะต้องมีคณะกรรมการสอบสวนและดำเนินการด้วยเหตุผลและพิจารณาข้อเท็จจริงประกอบอย่างรอบคอบเป็นธรรม หากพิสูจน์ได้ว่าลูกจ้างกระทำผิดจริงก็ถือว่าการเลิกจ้างในกรณีนี้เป็นทางออกที่ดีที่สุด ส่วนกรณีตามข้อ 3 ผมคิดว่าเป็นกรณีเจ้าปัญหาที่มีโอกาสเกิดได้มากและบ่อยในองค์กร เพราะจะมีการนำเอา “ความรู้สึก” ของนายจ้างเข้ามาร่วมในการตัดสินใจเลิกจ้าง และเมื่อนายจ้างเลิกจ้างตามข้อ 3 ก็มักจะพยายามเหมารวมให้ความผิดของลูกจ้างเข้าไปอยู่ในข้อ 2 เพื่อถือโอกาสไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยเสียอีก ดังนั้นนายจ้างจึงควรคิดให้ดีก่อนจะมีการเลิกจ้างตามข้อ 3 เพื่อมิให้อารมณ์หรือความรู้สึกมาอยู่เหนือเหตุผลและพิพากษาเลิกจ้างลูกจ้างในที่สุด….

 

 

* ลงพิมพ์ในวารสาร For Quality, May 2004 Vol 11 No.79

 

 

แหล่งที่มา : http://www.excelexperttraining.com





จำนวนผู้ชม 4116 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์