บันทึกข้อตกลงโอนสิทธิการรับเงินค่าจ้าง

บันทึกข้อตกลงโอนสิทธิการรับเงินค่าจ้าง | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง

ป.พ.พ. มาตรา 205, 303, 306, 368, 587

 

            โจทก์กับห้างหุ้นส่วนจำกัด ท. ทำบันทึกข้อตกลงโอนสิทธิการรับเงินค่าจ้างตามสัญญารับจ้างก่อสร้างซึ่งเป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ โดยระบุว่ามีการโอนสิทธิการรับเงินตามจำนวนที่ผู้โอนสิทธิจะได้รับตามสัญญาเป็นเงิน 28,000,000 บาท ซึ่งเป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ ซึ่งหมายความว่าสัญญาดังกล่าวอาจมีการพิจารณาเงินเพิ่มหรือลดราคาค่างานจากราคาที่ผู้รับจ้างทำสัญญาตกลงกับผู้ว่าจ้างได้ เงินที่ได้เพิ่มหรือลดลงจากราคาค่างานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้างของสัญญาจ้างที่กำหนดให้ถือราคาเหมารวมเป็นเกณฑ์ แม้โจทก์และห้างหุ้นส่วนจำกัด ท. จะไม่ได้กำหนดสิทธิเรียกร้องในเงินส่วนนี้ไว้อย่างชัดเจนในบันทึกข้อตกลงโอนสิทธิฯ ก็ต้องถือว่าสิทธิในการรับเงินค่าชดเชยค่างานก่อสร้าง (ค่าเค) ดังกล่าวตามมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับมาตรการและแนวทางปฏิบัติในการช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพงานก่อสร้างและผู้ประกอบอาชีพงานอื่นกับทางราชการที่ได้รับผลกระทบจากการปรับปรุงระบบการแลกเปลี่ยนเงินตรา ซึ่งถือเป็นเงินเพิ่มที่โจทก์และห้างหุ้นส่วนจำกัด ท. ประสงค์จะโอนให้แก่กันด้วย จำเลยที่ 1 จึงไม่มีสิทธิอายัดเงินซึ่งเป็นสิทธิของโจทก์ได้

 

________________________________

 


โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้เพิกถอนคำสั่งอายัดที่ 1582/2542 ลงวันที่ 5 สิงหาคม 2542 และคำสั่งอายัดที่ (ส.ภ.1) 612/2542 (ที่ถูก 613/2542) วันที่ 5 เมษายน 2542 และคำสั่งอายัดที่ (ส.ภ.1) 898/2542 ลงวันที่ 1 มิถุนายน 2542 เฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับโจทก์ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 2,952,781 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

          จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง

          ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งอายัดของจำเลยที่ 1 ที่ (ส.ภ.1) 613/2542 วันที่ 5 เมษายน 2542 เฉพาะที่ระบุว่า “ตามสัญญาจ้างเลขที่ 23/2539 ลงวันที่ 30 กันยายน 2539 ก่อสร้างวิทยาลัยการอาชีพศรีสัชนาลัยอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ในเงินค่าชดเชยค่างานก่อสร้าง (ค่าเค) เป็นจำนวนเงิน 2,293,098.52 บาท” คำสั่งอายัดที่ (ส.ภ.1) 898/2542 วันที่ 1 มิถุนายน 2542 เฉพาะที่ระบุว่า “1. เงินค่าชดเชยค่างานก่อสร้าง (ค่าเค) ตามสัญญาจ้างเลขที่ 23/2539 ลงวันที่ 30 กันยายน 2539 จำนวนเงิน 2,293,098.52 บาท ทั้งจำนวน 2. เงินค่าปรับที่ห้างจะได้รับจากการขอคืนเงินค่าปรับในการรับจ้างก่อสร้างวิทยาลัยการอาชีพศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัยจังหวัดสุโขทัย ตามสัญญาจ้างเลขที่ 23/2539 ลงวันที่ 30 กันยายน 2539 จำนวนเงิน 672,000 บาท ทั้งจำนวน” คำสั่งอายัดที่ 1582/2542 ลงวันที่ 5 สิงหาคม 2542 ให้จำเลยที่ 1 ส่งคืนเงินตามจำนวนที่ระบุในคำสั่งทั้งหมดข้างต้นเฉพาะที่ถูกเพิกถอนแก่จำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินจำนวน 2,952,781 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ศาลพิพากษา (วันที่ 27 ธันวาคม 2545) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ กำหนดค่าทนายความให้ 10,000 บาท จำเลยที่ 3 ให้ยกฟ้อง ค่าธรรมเนียมในส่วนของจำเลยที่ 3 ให้เป็นพับ (ที่ถูกให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 ให้เป็นพับ) คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

          จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์

          ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ไม่แก้อุทธรณ์ จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้

          จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา

            ศาลฎีกาคณะคดีปกครองพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดทองปากน้ำเอ็นจิเนียริ่ง ทำสัญญารับจ้างก่อสร้างอาคาร ณ วิทยาลัยการอาชีพศรีสัชนาลัย กับจำเลยที่ 2 สัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ ต่อมาห้างหุ้นส่วนจำกัด ทองปากน้ำเอ็นจิเนียริ่ง ทำบันทึกข้อตกลงโอนสิทธิการรับเงินค่าจ้างตามสัญญานั้นให้แก่โจทก์ตามบันทึกข้อตกลงฯ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ทองปากน้ำเอ็นจิเนียริ่ง มีหนังสือแจ้งการโอนสิทธิการรับเงินค่าจ้างตามสัญญาดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 2 ทราบแล้ว ตามสำเนาหนังสือแจ้งการโอนสิทธิเรียกร้อง ต่อมาจำเลยที่ 2 จ่ายเงินค่างวดค่าก่อสร้างตามสัญญาจ้างให้แก่โจทก์ ซึ่งโจทก์ได้ออกใบเสร็จรับเงินให้แก่จำเลยที่ 2 ต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการและแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพงานก่อสร้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด ทองปากน้ำเอ็นจิเนียริ่ง โดยนายสมศักดิ์ ผู้จัดการโครงการและเป็นกรรมการของโจทก์ มีหนังสือขอเบิกเงินช่วยเหลือดังกล่าวจากจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 มีหนังสือถึงสำนักงบประมาณขอเบิกเงินช่วยเหลือนั้น สำนักงบประมาณตรวจสอบแล้วอนุมัติให้จ่ายเงินค่าชดเชยค่างานก่อสร้าง (ค่าเค) เป็นเงินจำนวน 2,280,781 บาท และห้างหุ้นส่วนจำกัด ทองปากน้ำเอ็นจิเนียริ่ง ยังมีสิทธิได้รับเงินค่าปรับคืนอีกจำนวน 672,000 บาท แต่ก่อนที่จำเลยที่ 2 จะจ่ายเงินดังกล่าวให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัด ทองปากน้ำเอ็นจิเนียริ่ง จำเลยที่ 1 ตรวจพบว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดทองปากน้ำเอ็นจิเนียริ่ง ค้างชำระค่าภาษีอากร จำเลยที่ 1 จึงมีคำสั่งอายัดเงินทั้งสองจำนวนดังกล่าวไปยังจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 2 ได้ส่งเงินทั้งสองจำนวนนั้นให้แก่จำเลยที่ 1 ชั้นฎีกา จำเลยที่ 1 และที่ 2 ติดใจฎีกาเฉพาะประเด็นเรื่องสิทธิของโจทก์ในการได้รับเงินค่าชดเชยค่างานก่อสร้าง (ค่าเค) และดอกเบี้ยในเงินค่าชดเชยค่างานก่อสร้างและค่าปรับเท่านั้น โดยมิได้ฎีกาประเด็นเรื่องสิทธิของโจทก์ในเงินค่าปรับด้วย ประเด็นนี้จึงยุติไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ว่า โจทก์มีสิทธิได้รับเงินค่าชดเชยค่างานก่อสร้าง (ค่าเค) หรือไม่ เห็นว่า โจทก์กับห้างหุ้นส่วนจำกัด ทองปากน้ำเอ็นจิเนียริ่ง ทำบันทึกข้อตกลงโอนสิทธิการรับเงิน ระบุว่า “ผู้โอนสิทธิตกลงโอนสิทธิและผู้รับโอนสิทธิตกลงรับโอนสิทธิการรับเงินตามจำนวนที่ผู้โอนสิทธิจะได้รับตามสัญญา” ซึ่งได้แก่ สัญญาที่จำเลยที่ 2 ว่าจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัด ทองปากน้ำเอ็นจิเนียริ่ง ก่อสร้างวิทยาลัยการอาชีพศรีสัชนาลัย เป็นเงิน 28,000,000 บาท ซึ่งเป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ ซึ่งหมายความว่าสัญญาดังกล่าวอาจมีการพิจารณาเงินเพิ่มหรือลดราคาค่างานจากราคาที่ผู้รับจ้างทำสัญญาตกลงกับผู้ว่าจ้างได้ ซึ่งต้องถือว่าเงินที่ได้เพิ่มหรือลดลงจากราคาค่างานดังกล่าวนั้นเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้างตามสัญญาจ้างที่กำหนดให้ถือราคาเหมารวมเป็นเกณฑ์ โดยราคาเหมารวมนั้นย่อมหมายถึง ราคาของแรงงานและวัสดุเครื่องมือเครื่องใช้ ตลอดจนอุปกรณ์ต่างๆ ที่ผู้รับจ้างต้องจัดหามาเพื่อใช้ในงานจ้างตามสัญญาจ้าง เมื่อถือว่าเงินที่ได้เพิ่มหรือลดจากการปรับราคาวัสดุหรือที่เรียกว่าค่าชดเชยค่างานก่อสร้าง (ค่าเค) เป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้างตามสัญญา แม้โจทก์และห้างหุ้นส่วนจำกัด ทองปากน้ำเอ็นจิเนียริ่ง จะไม่ได้กำหนดสิทธิเรียกร้องในเงินส่วนนี้ไว้อย่างชัดเจนในบันทึกข้อตกลงโอนสิทธิการรับเงิน ก็ต้องถือว่าสิทธิในการรับเงินค่าชดเชยค่างานก่อสร้าง (ค่าเค) ดังกล่าวตามมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับมาตรการและแนวทางปฏิบัติในการช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพงานก่อสร้างและผู้ประกอบอาชีพงานอื่นกับทางราชการที่ได้รับผลกระทบจากการปรับปรุงระบบการแลกเปลี่ยนเงินตรา ซึ่งถือเป็นเงินที่ได้เพิ่มจากการปรับราคาค่างานตามสัญญา เป็นเงินที่โจทก์และห้างหุ้นส่วนจำกัดทองปากน้ำเอ็นจิเนียริ่ง ประสงค์จะโอนให้แก่กันด้วย จำเลยที่ 1 จึงไม่มีสิทธิอายัดเงินค่าชดเชยค่างานก่อสร้าง (ค่าเค) ซึ่งเป็นสิทธิของโจทก์ได้ และกรณีไม่จำต้องวินิจฉัยว่า มติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวไม่ผูกพันสัญญาจ้างเหมาช่วงระหว่างโจทก์กับห้างหุ้นส่วนจำกัดทองปากน้ำเอ็นจิเนียริ่ง ซึ่งเป็นสัญญาระหว่างเอกชนด้วยกัน เนื่องจากได้วินิจฉัยไว้แล้วว่าสิทธิของโจทก์ในการรับเงินค่าชดเชยค่างานก่อสร้าง (ค่าเค) เป็นการใช้สิทธิตามบันทึกข้อตกลงโอนสิทธิการรับเงิน มิใช่สัญญาจ้างเหมาช่วงระหว่างโจทก์กับห้างหุ้นส่วนจำกัด ทองปากน้ำเอ็นจิเนียริ่ง

          พิพากษายืน และให้คืนค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้น จำนวน 445 บาท แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

 

 คำพิพากษาศาลฎีกาที่  4858/2553



จำนวนผู้ชม 5642 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์