วิวัฒนาการของเส้นทาง HR ช่วงแรกจะเน้นงานธุรการ ที่เจ้าหน้าฝ่ายบุคคลและธุรการ จะต้องให้ความช่วยเหลือหน่วยงานต่างๆ รับมือและแก้ไขปัญหาจิปาถะ ต่อมาช่วงที่ 2 มักจะมีปัญหาด้านแรงงานสัมพันธ์ในองค์กร ที่จะต้องมีเจ้าหน้าที่แรงงานสัมพันธ์ เข้ามาดำเนินกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างพนักงาน หัวหน้างาน และผู้บริหาร
เมื่อทุกอย่างเข้าที่ ในช่วงเวลาประมาณ 10 ปีกว่าที่ผ่านมา การแข่งขันทางการตลาดที่เข้มข้นขึ้น ทำให้หลายองค์กรเริ่มหันมาสนใจการบริหารทรัพยากรมนุษย์อย่างจริงจังมากขึ้น ที่เห็นเด่นชัด ได้แก่
1)การประเมินผลการปฏิบัติงาน หลายองค์กรสนใจเรื่อง KPI (Key Performance Indicators) เป็นการกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จของการทำงาน โดยการระบุให้พนักงานแต่ละคนได้ทราบอย่างชัดเจนว่า จะต้องสร้างผลงานอะไรบ้าง และด้วยเป้าหมายเท่าใด เพื่อให้พนักงานทุกตำแหน่งได้ทราบถึงผลคาดหวังล่วงหน้าที่จะต้องทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมาย
2)การบริหารค่าจ้างสวัสดิการ (Salary and Welfare) มีการปรับปรุงสวัสดิการที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของพนักงาน ตลอดจนการทบทวนระบบการบริหารเงินเดือนค่าจ้างเพื่อสร้างแรงจูงใจพนักงาน มีการแข่งขันกันให้ผลตอบแทนสูงขึ้น
องค์กรที่เปิดดำเนินกิจการก่อนปี พ.ศ. 2530 การบริหารทรัพยากรมนุษย์มักจะมีการแบ่งแยกหน้าที่ความรับผิดชอบชัดเจนมากขึ้น เช่น งานธุรการ การบริหารงานบุคคล การสรรหาว่าจ้าง การบริหารค่าจ้างเงินเดือนสวัสดิการ การบริหารแรงงานสัมพันธ์ การฝึกอบรม และงานความปลอดภัยในการทำงาน
องค์กรเกิดใหม่ หรือที่มีขนาดเล็กที่มีพนักงานประมาณ 200 คน มักจะยังรวมการบริหารงานหลายๆ ด้าน ไว้ที่ฝ่ายบุคคลและธุรการ ทั้งนี้ แล้วแต่ว่าท่านต้องการจะเป็นหางราชสีห์ หรือหัวสุนัข
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ยุคนี้ เริ่มให้ความสำคัญกับทีม การทำงานเป็นทีมมากขึ้น โดยมักเน้นการพัฒนาผู้นำ หัวหน้างาน ผู้จัดการ หลายองค์กรทุ่มเททรัพยากรเพื่อพัฒนาบุคลากร ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
Posted by PeerapatS.