ไขข้อข้องใจจากวงสัมมนา กม.ใหม่ข้าราชการดีจริงหรือ?

ไขข้อข้องใจจากวงสัมมนา กม.ใหม่ข้าราชการดีจริงหรือ? | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



ขณะที่ระเบียบราชการพลเรือน 2551 กำลังขับเคลื่อนสู่การจัดตำแหน่ง ตามโครงสร้างใหม่ ตามบัญชีจัดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนเข้าประเภทตำแหน่งและระดับตำแหน่งในแต่ละกระทรวง
       
        รวมถึงการปรับปรุงสายงานเดิมที่มีอยู่ 465 สายงาน เหลือเพียงครึ่งหนึ่ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้การบริหารงานบุคคลของภาคราชการในอนาคตมีประสิทธิภาพมากขึ้น
       
        คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า ได้ร่วมกับหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์ ได้จัดสัมมนา "โครงสร้างสายงานและตำแหน่งตาม พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน 2551 ทำให้ข้าราชการก้าวหน้าจริงหรือ"
       
        โดย ศ.ดร.ชาติ ณ เชียงใหม่ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และ เจษฎา ประกอบทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารการปรับเปลี่ยนระบบบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงาน ก.พ.
       
       ทั้งนี้ได้รวบรวมข้อซักถามจากผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนาไว้อย่างน่าสนใจดังนี้
       
       1.ในการจะข้ามแท่งหรือตำแหน่งเพื่อความหน้าในงานเงื่อนไขอะไรบ้าง
       
       เจษฎา ให้ข้อมูลว่า มี 3-4 เงื่อน อย่างระยะเวลาในการรับราชการ สมรรถนะในความหมายของคุณลักษณะของคน เช่น การแสดงออกที่มุ่งมั่นให้สำเร็จ ราชการต้องการ เซอร์วิสมายด์ความซื่อสัตย์ สุจริต ถูกประเมินด้วยผู้บังคับบัญชา จะเจริญก้าวหน้าอย่างไร
       
       ซึ่งจะแบ่งเป็นสมรรถนะที่ใช้ร่วมกันและสมรรถนะเฉพาะกลุ่ม และการนำสมรรถนะมาใช้นั้นแบ่งเป็น 2 ช่วงอีกเช่นกันคือการนำมาใช้เลยกับการฝึกคนก่อนแล้วค่อยนำมาใช้ สมรรถนะ ฉะนั้นคนทำงาน ต้องสร้างงานให้มีคุณค่าเพื่อแลกเปลี่ยนกัน
       
       2.ระเบียบราชการพลเรือนกับการพิจารณาในโลกความเป็นจริงต่างกันหรือไม่
       
       เจษฎา บอกว่า วางใจให้แต่ละหน่วยงานดำเนินการภายในเอง ทั้งการเลื่อนขั้นหรือระดับ การส่งอบรมหลักสูตรต่างๆ แต่ กพ.ไม่ใช่ว่างกติกาแล้วปล่อยให้ดำเนินการเอง กฏหมายใหม่มีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมหรือ ก.พ.ค. (ล่าสุดได้มีการแต่งตั้งแล้ว ได้แก่ 1.นางจรวยพร ธรณินทร์ 2.นางสุภาวดี เวชศิลป์ 3.นายภิรมย์ ศรีจันทร์ 4.นายบุญเลิศ ลิ้มทองกุล 5.นายภิรมย์ สิมะเสถียร 6.นายศราวุธ เมนะเศวต 7.นายไพศาล วิเชียรเกื้อ) ขึ้นมา ให้ข้าราชการที่เห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมเข้าร้องเรียน
       
       3.ตัวชี้วัด หรือ KPI ความยากงานแต่ละประเภทงานจะเท่าเทียมกันหรือไม่
       
       ดร.ชาติชาย การทำเคพีไอระดับบุคคล ต้องถอดมาจากชี้วัดของระดับใหญ่อย่างกรม กระทรวง เพราะงานของแต่กระทรวงความซับซ้อนไม่เท่ากัน
       
        ปัญหาเคพไอบุคคล มี 2 ประเด็น การพิจารณากำหนดเคพีไอ มีการตรวจวัดชัดเจนหรือไม่ บ้างครั้งไม่ได้นำผลของงาน พันธกิจออกมาเป็นตัวชี้วัด เอากระบวนการมาบ้าง เช่น ของขายดีกำไรไม่ชี้วัด ขายได้เยอะแต่กำไรน้อยมาชี้วัด ฉะนั้นไม่เป็นธรรม
       
        ต้องมีกลไกมีกรรมการ คนนอกหรือภายใน มาตรตรวจสอบ ชี้วัดของคนแต่ละกลุ่มอธิบายได้ไหม ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ ให้โจทย์ง่ายหน่อย เหล่านี้เป็นการช่วยเรื่องความเป็นธรรม สรุป 1.เคพีไอ ชัดเจนต้องยึดเหตุผลชำนาญ 2.มีกลไกล
       
        น้ำหนักตกที่ความสามารถของ HR แต่ละกรม เจ้าหน้าที่ต้องมีความสามารถ ไม่รู้ไปไหนก็มาเป็นผู้อำนวยการการเจ้าหน้าที่ กรมเจ้าหน้าที่ต้องเก่ง ถ้าไม่เก่งคนในกรมจะเสียประโยชน์ไปโดยไม่รู้ตัวและไม่เกิดความเป็นธรรม
       
       4.การขึ้นเงินเดือนเริ่มใช้วันที่ 1 เมษ. 2552 จะเกิดความเป็นธรรมในแต่ละกรมหรือไม่
       
        เจษฎา กล่าวว่า ในช่วงแรกที่ใช้กติกา ยังใช้ในภาพโดยรวมก่อน เครื่องมือที่จัดไว้ให้ มี 2-3 ลักษณะที่เหมาะกับงานแต่ละลักษณะ ส่วนการกระจายตัวของการประเมินเดิมมีขั้นครึ่ง สองขั้น จะมีการจัดการที่มากกว่านั้น แต่ยังไม่มีข้อสรุปออกมาชัดเจนว่าจะออกมาแบบไหน
       
       แต่ที่เตรียมไว้คือโปรแกรมที่ให้เจ้าหน้าที่ทำได้ กลไกทางคอมพิวเตอร์ใช้ เช่น กรมเล็ก มีคน 100 คนประเมินออกมาเป็นอย่างนี้จะกระจายตัวอย่างไรบนเงิน 3% จะเลือกฟรอสหรือกระจายตามความจริงจะกระจายตัวตามความเป็นจริงหรือไม่ เช่น มีคนเก่งมาก คนล่างก็จะติดเลย ช่วงแรกอาจต้องกระจายตัวลักษณะฟรอสไว้ก่อน
       
       5. ถ้าการประเมินไม่มีมาตรฐานเดียวกันในแต่ละกรม จะมีเครื่องมือปรับมาตรฐานหรือไม่
       
        ยากตรงการพิสูจน์ว่าแต่ละกรมกอง ประเมินง่ายหรืออยาก ซึ่งเป็นการจัดการงานภายใน
       
       6.ผู้บริหารระดับสูงจะต้องถูกคัดเลือก
       
       ศักยภาพของการเป็นผู้นำคนได้ต้องมองในระดับบน ถ้ามองจากภายนอกอาจไม่เห็นอะไร แต่ต้องมีแรงที่เป็นจุดเด่นของคน ทุกคนเป็นแคนิเดท แท่งวิชาการก็ใช่ และแท่งทั่วไปก็เปิดตรงที่เน้นทักษะ อย่างกรมศิลปากร ที่ไม่ต้องการดีกรี สามารถขยับไปแท่งอำนวยการได้ เป็นโอกาสของทุกแท่ง แต่แท่งวิชาการอาจมีโอกาสที่มากกว่า ด้วยสภาพของสังคมที่เป็นโนเลจเบส

ที่มา : โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์




จำนวนผู้ชม 3862 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์