Tel.085-067-5365
หากดําเนินไม่ถูกต้องตามเงื่อนไขหรือขั้นตอนตามที่ พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ฯ กําหนดไว้ แต่ต่อมาทั้งฝ่ายยื่นข้อเรียกร้องและฝ่ายรับข้อเรียกร้องสามารถตกลงกันได้ ปัญหาว่าข้อตกลงดังกล่าวจะมีผลมีผลบังคับได้หรือไม่
มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยว่า หากข้อตกลงนั้นไม่ขัดต่อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนก็มีผลผูกพันบังคับได้
คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๔๕๑ - ๓๔๕๒/๒๕๔๙ ลูกจ้างยื่นข้อเรียกร้องขอเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง มีการแต่งตั้งผู้แทนลูกจ้างเข้าร่วมในการเจรจา ๘ คน ในวันเดียวกัน ได้มีการเจรจาข้อเรียกร้อง โดยมีพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานเข้าร่วมเจรจาด้วย ผลการเจรจาสามารถตกลงกันได้ โดยโจทก์ตกลงจะจ่ายเงินโบนัสและไม่เอาความผิดแก่ลูกจ้างที่ไม่เข้าทํางาน ทั้งได้นําข้อตกลงฯไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนแรงงานสัมพันธ์แล้ว ต่อมาโจทก์จ่ายเงินโบนัสตามข้อตกลงให้แก่ลูกจ้าง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อบรรดาลูกจ้างของโจทก์ได้ยื่นข้อเรียกร้องขอเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง แล้วเจรจาตกลงกันและจัดทําข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง โดยที่ข้อตกลงฯ ไม่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้ง โดยกฎหมาย พ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ข้อตกลงดังกล่าวย่อมมีผลใช้บังคับได้ ไม่ตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๕๐ การที่ลูกจ้างได้รวมตัวกันหยุดงานเมื่อยังไม่มีการแจ้งข้อเรียกร้องก็ดี จํานวนผู้แทนของลูกจ้างผู้เข้าร่วมในการเจรจามีจํานวนเกินกว่าเจ็ดคนก็ดี พนักงานประนอมข้อพิพาท แรงงานเข้าดําเนินการไกล่เกลี่ยในวันเดียวกับที่บรรดาลูกจ้างยื่นข้อเรียกร้องก็ดีนั้น แม้จะเป็นการผิดแผกแตกต่างจากขั้นตอนที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ฯ ก็ตาม แต่ก็ไม่มีผลเป็นเหตุให้ข้อตกลงนั้นตกเป็นโมฆะ
อ้างอิง : กฎหมายแรงงาน (อ.พงษ์รัตน์ เครือกลิ่น ผู้พิพากษา) คำบรรยายเนติฯ สมัยที่ ๗๖
บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keywords สำหรับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ รวบรวมจากหลักคำพิพากษาฎีกา หลักกฎหมาย (Login). .........................
หน้าปัจจุบัน : จำนวนหน้าทั้งหมด 1 หน้า