กลับไปยังหน้า เจาะหลักคดีแรงงาน กฎหมายแรงงาน การบริหารทรัพยากรมนุษย์ >> หลักกฎหมาย กฎหมายกองทุนเงินทดแทน



ชื่อข้อมูล : หลักทฤษฎี เกี่ยวกับ เงินทดแทน มีหลักอย่างไร?
หมวด : หลักกฎหมาย กฎหมายกองทุนเงินทดแทน
สิทธิใช้งาน : (ใช้งานได้ทุกคน) ลงทะเบียน/เข้าสู่ระบบ ก่อนใช้งาน.
ขนาดไฟล์ : ไม่ระบุ
 
 


รายละเอียด

   หลักการและทฤษฎี เกี่ยวกับ เงินทดแทน

 

      ต้องมีความสัมพันธ์ระหว่างการกระทํากับผล (causation) ตามทฤษฎีเงื่อนไข (Doctrine of equivalence of conditions) ซึ่งมีหลักการว่า หากไม่มีการกระทําดังที่กล่าวอ้างมาผลจะไม่เกิดขึ้นเช่นนั้น หากผลสามารถเกิดจากเหตุได้หลายเหตุหากเหตุหนึ่งเป็นการกระทําของผู้ถูกกล่าวหาแล้ว ผู้นั้นจะต้องรับผิดชอบโดยไม่ต้องคํานึงว่ายังมีเหตุที่ก่อให้เกิดความเสียหายอื่นด้วยเช่นกันเพราะถือว่าทุกเหตุมีน้ำหนักเท่ากัน ดังนั้น ลูกจ้างต้องประสบอันตรายตามคําสั่งหรือในเวลาทํางานโดยตรง เช่น

      ลูกจ้างไม่มีโรคประจําตัวมาก่อนได้ออกปฏิบัติงานตั้งแต่ ๖ นาฬิกา โดยทําการล้างหินอัดหินตามทางรถไฟ ซึ่งเป็นที่กลางแจ้งอากาศร้อนอบอ้าวต้องก้ม ๆ เงย ๆ พอถึงเวลา ๑๐.๓๐ นาฬิกา เกิดอาการหน้ามืดเป็นลมถึงแก่ความตาย (คําพิพากษาฎีกาที่ ๑๔๙๑/๒๕๒๖)

      หรือตายขณะติดตั้งท่อประปาที่บ้านของผู้จัดการบริษัทนายจ้าง ซึ่งซื้อท่อประปาจากนายจ้างได้ในราคาพิเศษ เช่นเดียวกับลูกค้าที่ขอให้ไปทําการติดตั้ง ซึ่งบริษัทนายจ้างก็จะจัดการติดตั้งให้ (คําพิพากษาฎีกาที่ ๕๒๕๗/๒๕๓๐)

      ถือเป็นการตายเนื่องจากการทํางานให้แก่นายจ้างโดยตรง แต่หากตายด้วยโรคหัวใจหลังจากเลิกสัมมนาอันเป็นการปฏิบัติงานให้นายจ้างมาแล้วถึง ๑๐ ชั่วโมง ไม่ถือว่าตายเนื่องจากการทํางาน (คําพิพากษาฎีกาที่ ๒๐๔๓/๒๕๓๒)

      หรือ ทฤษฎีมูลเหตุที่เหมาะสม (Doctrine of adequate causality) ซึ่งมีหลักการว่า หากมีเหตุแทรกแซงที่ตามปกติย่อมก่อให้เกิดผลหรือคาดหมายได้ ผู้ที่กระทําการนั้นต้องรับผิดในผลนั้น หากลูกจ้างประสบอันตรายแม้จะไม่ใช่ในเวลาทํางานโดยตรงแต่ต่อเนื่องจากเวลาทํางานที่ทํางานมาหนักมากจึงเกิดอันตรายได้ตามปกติ เช่น การที่ลูกจ้างทําความสะอาดรถจักรดีเซลตามหน้าที่แล้วไปนั่งพักและเดินไปตามม้ายาวเพื่อนําเสื้อที่สวมไปตากนั้นมิใช่ผลธรรมดาที่คนทํางานเป็นลูกจ้างจะต้องทําเช่นนั้น ดังนั้นเมื่อม้ายาวพลิกตะแคงล้มลงเป็นเหตุให้ลูกจ้างได้รับบาดเจ็บจึงไม่ได้เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่การงานของลูกจ้างอันจะถือได้ว่า เป็นการได้รับอันตรายเนื่องจากการทํางานให้นายจ้าง (คําพิพากษาฎีกาที่ ๒๒๗๓/๒๕๒๕)

      หรือการที่ผู้ตายต้องเดินทางไปฝรั่งเศสเพื่อดูแลลูกค้าของนายจ้างโดยต้องทํางานตลอดทั้งวันตลอดระยะเวลาเดินทาง โดยเฉพาะในวันเดินทางที่เครื่องบินออกเดินทางเวลา ๒๓ นาฬิกา ก่อนหน้านั้นต้องช่วยดูแลลูกค้าเกี่ยวกับหนังสือเดินทาง บัตรโดยสารและกระเป๋าเดินทางที่สนามบิน ซึ่งเวลาดังกล่าวหากผู้ตายไม่ต้องไปประเทศฝรั่งเศสย่อมเป็นเวลาพักผ่อนของผู้ตาย ผู้ตายมีสุขภาพสมบูรณ์ดีไม่มีโรคประจําตัว การที่ผู้ตายเข้าห้องน้ำเวลา ๖ นาฬิกาของวันเดินทางถัดมาแล้วเป็นลมหมดสติขณะที่เครื่องบินยังบินอยู่ ย่อมต้องใช้ เวลานานพอสมควรกว่าจะส่งผู้ตายไปโรงพยาบาลได้ ซึ่งหากได้ส่งตัวให้แพทย์ตรวจรักษาในทันทีหรือในระยะเวลาอันสั้นผู้ตายก็ไม่น่าถึงแก่ความตาย พฤติการณ์พิเศษที่เกิดขึ้นในคดีนี้เป็นกรณีพิเศษไม่ใช่การทํางานตามเวลาปกติของลูกจ้าง เพราะเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาจากสาเหตุที่ผู้ตายต้องเดินทางไปฝรั่งเศสตามคําสั่งของนายจ้าง ซึ่งถ้าผู้ตายทํางานตามปกติอยู่ในประเทศไทยเหตุการณ์ดังกล่าวคงไม่เกิดขึ้น จึงมีสาเหตุเนื่องมาจากการทํางานตามคําสั่งของนายจ้างจึงเป็นการประสบอันตราย (คําพิพากษาฎีกาที่ ๑๗๗๔/๒๕๔๐)

 

กรณีขาดความสัมพันธ์ระหว่างการกระทํากับผล จะไม่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๕ ได้แก่

๑. กรณีข้อต่อสู้ตามหลักสามประการ (unholy trinity of defenses) คือ

      ๑.) ลูกจ้างมีส่วนประมาทในการเกิดของภยันตราย (Contributory negligence) เช่น ผู้ตายปีนขึ้นไปบนโครงจอภาพยนตร์แล้วเอาธงเหล็กฟาดสายไฟฟ้าแรงสูงจนถูกไฟฟ้าดูด และตกลงมาเสียชีวิตเพราะผู้ตายต้องการแสดงโอ้อวดตนเองว่าเป็นผู้วิเศษ (คําพิพากษาฎีกาที่ ๔๔๙๕/๒๕๔๖)

      ๒.) การบาดเจ็บของลูกจ้างเกิดจากการกระทําของเพื่อนร่วมงาน (The fellow servant rule) เช่น ผู้ตายไปทําร้ายลูกจ้างอื่นก่อนโดยมีความจําเป็น หรือเหตุผลใดที่จะต้องทําร้าย เป็นการกระทํานอกเหนือการปฏิบัติงานให้นายจ้าง แต่เกิดจากสาเหตุความไม่พอใจกันเป็นส่วนตัว (คําพิพากษาฎีกาที่ ๑๗๙๙/๒๕๒๓ และที่ ๖๖๘/๒๕๒๔) และ

      ๓.) ลูกจ้างทราบถึงความเสี่ยงภัยในงานและยอมรับงานนั้น (The assumption of risk) เช่น หัวหน้างานสั่งให้ลูกจ้างมาทําหน้าที่ปรุงอาหารในห้องครัวของบริษัท อันเป็นสถานที่ที่ลูกจ้างกําลังจะไปและอยู่ในช่วงเวลา ๖ ถึง ๑๕ นาฬิกาเท่านั้น การที่ลูกจ้างต้องกลับไปบ้านเพื่อบอกครอบครัวให้ทราบว่าจะต้องมาทํางานในวันเกิดเหตุเป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับงานที่ต้องทํา และการที่ลูกจ้างตั้งใจจะแวะซื้อเครื่องปรุงอาหารบางอย่างที่เห็นว่าขาดหรือหมดไปจากตลาดที่อยู่ในระหว่างทางมาใช้ในการทํางานด้วย ก็ไม่ปรากฏว่านายจ้างได้มีคําสั่งให้กระทําเช่นนั้น จึงแสดงอยู่ในตัวว่ากระทําเองไม่ได้ทําตามคําสั่งของนายจ้าง (คําพิพากษาฎีกาที่ ๓/๒๕๔๓)

๒. อันตรายอันเป็นเรื่องส่วนตัว ได้แก่

      ก. ธุระส่วนตัว เช่น การที่นายจ้าง โอนเงินค่าจ้างเข้าบัญชีของลูกจ้างเดือนใด นายจ้างก็หมดหน้าที่การจ่ายค่าจ้างในเดือนนั้น ลูกจ้างจะใช้สิทธิเบิกถอนเงินจากธนาคารเมื่อใดเป็นเรื่องส่วนตัวและมิใช่เป็นการปฏิบัติงานให้นายจ้าง ลูกจ้างประสบอันตรายขณะเดินทางไปเบิกเงินค่าจ้างจากธนาคารเป็นการไปทําธุระส่วนตัว (คําพิพากษาฎีกาที่ ๓๙๖๖/๒๕๓๐)

      หรือลูกจ้างขับรถบรรทุกไปส่งวัสดุก่อสร้างที่บ้านของลูกค้านายจ้างแล้วขับรถออกนอกเส้นทางโดยนายจ้างไม่ทราบ เพื่อไปยืมเงินเพื่อนบิดาทําให้รถของนายจ้างติดหล่ม ลูกจ้างจึงขับรถจักรยานยนต์ไปตามเพื่อนมาช่วยยกรถที่ติดหล่มแล้วประสบอุบัติเหตุ (คําพิพากษาฎีกาที่ ๑๙๗๕/๒๕๕๗)

      ข. พักผ่อนเป็นการส่วนตัว เช่น ระหว่างเดินทางโดยรถยนต์บรรทุกไปทํางานต่างจังหวัด ลูกจ้างได้นอนหลับบนรถยนต์บรรทุก เมื่อเพื่อนของลูกจ้างเรียกให้ไปนอนพักในโรงแรมลูกจ้างไม่ยอมลุกขึ้น เมื่อลงจากรถยนต์บรรทุกแล้วตกลงมาที่พื้นดินเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแขนและขาใช้งานไม่ได้ เวลาที่ลูกจ้างประสบอันตรายไม่ใช่ระยะเวลาปฏิบัติงานในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากนายจ้างเพราะเป็นเวลาที่ลูกจ้างต้องพักผ่อนเพื่อเตรียมปฏิบัติงานตามกําหนดเวลาเท่านั้น (คําพิพากษาฎีกาที่ ๑๗๔/๒๕๓๓)

      ค. ทะเลาะวิวาทส่วนตัว เช่น ลูกจ้างถูกคนร้ายยิงตายในระหว่างเวลาทํางานและในสถานที่ทํางาน แต่คนร้ายรับสารภาพว่าสาเหตุที่ยิงเพราะต้องการล้างแค้นให้เพื่อนซึ่งเป็นเรื่องโกรธแค้นส่วนตัวไม่เกี่ยวกับหน้าที่การงานของลูกจ้าง (คําพิพากษาฎีกาที่ ๙๓๙/๒๕๒๕)

หรือผู้ตายไปเจรจาให้ ป. ย้ายจากห้องพักของบริษัท แต่ในการเจรจานั้นผู้ตายได้ทําร้ายร่างกาย ป.ก่อนโดยไม่จําเป็น เป็นเรื่องผู้ตายทําร้ายร่างกาย ป. ไปตามเจตนาของผู้ตายเองหาเกี่ยวเนื่องกับการเจรจาเรียกห้องพักคืนอันเป็นการทํางานให้นายจ้างไม่ (คําพิพากษาฎีกาที่ ๑๗๙๙/๒๕๒๓)

      ง. การศึกษาอบรมส่วนตัว เช่น ผู้ตายไปเรียนภาษาอังกฤษโดยบริษัทเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ซึ่งมิใช่การอันเป็นวัตถุประสงค์ของบริษัท แต่เป็นเพียงการส่งเสริมให้ผู้ตายมีความรู้ภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นเพื่อประโยชน์ของผู้ตายในการติดต่อกับลูกค้า ถือไม่ได้ว่าการเรียนภาษาอังกฤษเป็นการ ปฏิบัติหน้าที่หรือทํางานให้แก่บริษัท (คําพิพากษาฎีกาที่ ๓๑๔๖/๒๕๒๖)



ข้อสังเกต
  - คดีแรงงาน คือ คดีพิพาทเกี่ยวกับ นายจ้าง กับ ลูกจ้าง (ไม่ใช่่ ข้อพิพาทระหว่างฝ่าย HR กับลูกจ้าง)
  - ขั้นตอนนี้ ล่วงพ้นการบริหารจัดการงานบุคคล (การบริหารทรัพยากรมนุษย์) ฝ่ายHRในองค์กร ไปแล้ว เหตุเพราะ เกิดจากการบริหารงานบุคคลที่ผิดพลาด จึงเกิดปัญหา เพราะไม่สามารถยุติปัญหา ระงับข้อพิพาท ข้อพิพาทในระบบแรงงานสัมพันธ์ในองค์กรได้
  - ตามแผนผัง การบริหารงานภายในองค์กร เมื่อเกิดปัญหาทางกฎหมาย เรื่องจะออกจากฝ่ายบุคคล และถูกส่งเรื่องไปยังฝ่ายกฎหมาย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป (หากไม่มีฝ่ายกฎหมาย ก็เป็นหน้าที่นายจ้าง ที่ต้องคิด หาทางแก้ไขปัญหา หาคนรู้จัก เพื่อนนักกฎหมาย ทนายความที่รู้จัก คุ้นเคย ไว้วางใจ เข้าช่วยแก้ไขปัญหา)
  - เมื่อมีข้อพิพาทเกี่ยวกับแรงงานนายจ้าง หรือ ผู้ประกอบกิจการ ต้องใส่ใจ ในเนื้อหา หรือ บริบท ของเรื่องว่า มูลเหตุ ที่มาเกิดจากอะไร ทบทวน หาสาเหตุ เหตุใด จึงเกิดข้อเรียน เกิดการฟ้องร้อง เป็นคดีความ
  - คดีแรงงาน คือ คดีพิพาทเกี่ยวกับ นายจ้าง กับ ลูกจ้าง ซึ่งโดยส่วนใหญ่ ทางบริษัทจะให้ฝ่ายบุคคล ไปพูดคุย กับ ลูกจ้าง ที่ คุ้มครองแรงงาน ให้ไปศาลแทนนายจ้าง (ซึ่งหากท่านพิจารณา อาจจะเกิดจากสาเหตุปัญหาจากการบริหารงานบุคคลที่นำเสนอ หรือ การให้แนวทางที่ผิดพลาด หรือเป็นกรณีที่นายจ้าง คิด ลงมือ ตัดสินใจด้วยตนเอง) หรือ ฝ่ายลูกจ้าง ไม่เข้าใจหลักกฎหมาย ฯลฯ หากท่านให้ฝ่ายบุคคลไปดำเนินการแทน ในเรื่องต่างๆ ปัญหาจะยุติลงไปในทางที่ถูก ที่ควร ได้อย่างไร และให้ฝ่ายบุคคลไปศาลแทนนายจ้าง ฝ่ายบุคคลจะว่าความได้อย่างไร และมีความรู้ความเข้าใจกระบวนพิจารณาความ อย่างไร ซึ่งนายจ้าง ควรไปจัดการด้วยตนเอง เรื่องอาจจะยุติลงได้โดยง่าย ลดการสูญเสียงบประมาณ ฯลฯ
  - กฎหมายแรงงาน มีหลายฉบับ เป็นกฎหมายมหาชน มีแนวปฏิบัติ มีกระบวนพิจารณา มีข้อเท็จจริง มีแนวคำพิพากษา ซึ่งการตัดสินคดี ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ตามระเบียบข้อบังคับ
  - เมื่อเกิดเป็นคดีแรงงาน ตามหลักกฎหมาย จะเน้นการไกล่เกลี่ย เป็นหลัก ทั้งนี้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
  - เมื่อเกิดข้อพิพาทแรงงาน หรือ คดีแรงงาน นายจ้าง หรือ ผู้ประกอบกิจการ ต้องหา ฝ่ายกฎหมาย ผู้มีความรู้ทางกฎหมาย ในการ คิด วิเคราะห์ หาวิธีแก้ไขปัญหา หรือต่อสู้คดี เพราะ บางบทมาตรา นายจ้างมีโทษทางอาญา
  - ดังนั้น คดีแรงงาน เป็นเรื่องที่HR ควรศึกษา เพื่อนำไปเป็นแนวปฏิบัติในการปรับปรุงการบริหารงานบุคคลภายในองค์กร ให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ก็ไม่ใช่หน้าที่หลักในการรับผิดชอบเรื่องคดีแรงงาน ในงานฝ่ายHR (นอกจากองค์กรมีทนายความ มีใบอนุญาตว่าความ ในฝ่ายHR ซึ่งเป็นไปได้น้อย หรือแทบไม่มี เพราะหากมี ปัญหาคดีแรงงาน ข้อพิพาทแรงงานจะไม่เกิดขึ้น)


-------------------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
(คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ ก่อนใช้งาน*)
-------------------------------------


จำนวนผู้เยี่ยมชม : 593 ครั้ง
ผู้ใช้งานแบ่งปันข้อมูล จำนวน : 0 1 ข้อมูล

 

บันทึกหลักการบริหารทรัพยกรมนุษย์ หลักกฎหมาย ฎีกา อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 1 ประเด็น


บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keywords สำหรับการบริหารทรัพยากรมนุษย์
รวบรวมจากหลักคำพิพากษาฎีกา หลักกฎหมาย (Login).
.........................

 

  
  
หลักกฎหมาย ฎีกา แนวคิดเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์

   หน้าปัจจุบัน :     จำนวนหน้าทั้งหมด 1 หน้า



หลักทฤษฎี เกี่ยวกับ เงินทดแทน มีหลักอย่างไร? | เจาะหลักการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ที่ SiamHRM.com

ผู้ใช้งานทั่วไป ไม่สามารถส่งคำถาม หรือแสดงความเห็นได้ เข้าระบบก่อนใช้งาน
คำแนะนำ
1.สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานเต็มรูปแบบ
2.ผู้ใช้งานสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ โดยเข้าระบบ สามารถสอบถาม-ร่วมตอบคำถามได้
3.หากต้องการทนายความในคดีแรงงานหรืออรรถคดีต่างๆ ติดต่อทีมงานทนายความ ประสบการณ์มากกว่า 10ปี ได้

(ข้อมูล อัพเดท ณ วันที่ 01 กรกฎาคม 2569)




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์