“ประสบอันตราย” ตามมาตรา ๕ หมายความว่า การที่ลูกจ้างได้รับอันตรายแก่กายหรือผลกระทบแก่จิตใจหรือถึงแก่ความตาย เนื่องจากการทํางานหรือป้องกันรักษาประโยชน์ให้แก่นายจ้างหรือตามคําสั่งของนายจ้าง การได้รับอันตรายแก่กาย ได้แก่ การที่ลูกจ้างได้รับบาดเจ็บตามร่างกายโดยทั่วไปทั้งอวัยวะภายในและภายนอก ได้รับผลกระทบต่อจิตใจ ได้แก่ เกิดความหวาดกลัว ประสาทหลอน ส่วนการได้รับอันตรายจนถึงแก่ความตาย เป็นผลสืบเนื่องจากการได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังนี้
ก. เนื่องจากการทํางานให้แก่นายจ้าง เป็นอันตรายที่เกิดขึ้นระหว่างการทํางาน หรือเนื่องจากลักษณะหรือสภาพของการทํางาน หรือต่อเนื่องใกล้ชิดจากการทํางาน นายจ้างจึงไม่ต้องรับผิดชอบต่อการประสบอันตรายของลูกจ้างที่อยู่นอกเวลานอกสถานที่ทํางาน ตามหลัก “going and coming rule” เช่น ผู้ตายยังยืนอยู่ภายนอกบริเวณหน้าโรงงาน ก่อนถึงเวลาเริ่มทํางานของโรงงาน ได้ถูกรถยนต์ที่แล่นมาในถนนพุ่งเข้าชนตรงบริเวณหน้าประตูทางเข้าโรงงานถึงแก่ความตายทันที เป็นการได้รับอันตรายจากเหตุการณ์ภายนอกโรงงานเสียก่อนโดยยังไม่ได้ทํางานให้แก่นายจ้าง ยังถือไม่ได้ว่าตายเนื่องจากการทํางานให้นายจ้าง (คําพิพากษาฎีกาที่ ๒๕๐๗/๒๕๒๑)
หลักการนี้มีข้อยกเว้นตามหลัก The Premises Exception สําหรับกรณีที่ลูกจ้างเข้ามาอยู่ในบริเวณที่เป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ทํางานของนายจ้าง เป็นข้อสันนิษฐานได้ว่าอยู่ระหว่างการทํางานแล้ว เช่น ผู้ตายมีหน้าที่ทําความสะอาดพื้นรถไฟโดยต้องเดินทางไปกับขบวนรถไฟ หลังจากการทํางานตั้งแต่เวลา ๒๓ นาฬิกา ถึง ๔.๓๐ นาฬิกา ผู้ตายพักผ่อนนอนหลับเพื่อจะได้เริ่มปฏิบัติงานต่อจนถึงเวลาที่รถไฟถึงสถานีปลายทาง การที่ผู้ตายปิดประตูรถแล้วพลัดตกจากขบวนรถไฟจนถึงแก่ความตายในช่วงเวลาที่ผู้ตายพักผ่อนหลังจากที่ได้ทํางานมาแล้ว จึงเป็นกรณีเนื่องจากการทํางานให้นายจ้าง (คําพิพากษาฎีกาที่ ๓๒๐๘/๒๕๓๓)
บางกรณีไม่ใช่งานโดยตรง เช่น ลูกจ้างประสบอันตรายขณะฝึกซ้อมกีฬาซึ่งนายจ้างสั่งให้ซ้อมและแข่งขัน (คําพิพากษาฎีกาที่ ๕๐๒๔/๒๕๓๓) หรือระหว่างแข่งกีฬาฟุตบอลที่นายจ้างจัดขึ้นในวันหยุดนอกเวลาทํางานปกติ (คําพิพากษาฎีกาที่ ๔๔๖๓/๒๕๓๐) ก็เป็นการประสบอันตรายเนื่องจากการทํางานให้แก่นายจ้างเช่นกัน
ข. ป้องกันรักษาประโยชน์ให้แก่นายจ้าง ถือเป็นหน้าที่โดยปริยายที่ลูกจ้างทุกคนต้องมีต่อนายจ้าง แม้ไม่ใช่หน้าที่โดยตรง แม้จะมีความเสี่ยงที่จะประสบอันตรายมากกว่าปกติ แต่หากทําเพื่อป้องกันรักษาประโยชน์ของนายจ้างจะได้รับการคุ้มครองตามหลัก The Special Dangers Exception นายจ้างจึงต้องจ่ายเงินทดแทนแก่ลูกจ้าง เช่น กรณีลูกจ้างให้เพื่อนร่วมงานขับรถไปจ้างรถคันอื่นมาลากรถบรรทุกที่ติดหล่มอยู่โดยลูกจ้างเดินทางไปด้วย ระหว่างทางรถเสียหลักพลิกคว่ำเป็นเหตุให้ลูกจ้างถึงแก่ความตาย (คําพิพากษาฎีกาที่ ๒๔๗๗/๒๕๓๗)
หรือ นายจ้างสั่งให้ลูกจ้างทำความสะอาดที่พักแรมชั่วคราวที่ศาลาการเปรียญวัดที่ใช้ในระหว่างออกปฏิบัติงาน การที่จะนําเอาน้ำในสระขึ้นมาใช้ทําความสะอาดเป็นหน้าที่ของลูกจ้างซึ่งจะใช้วิธีการใดเป็นดุลพินิจของลูกจ้าง ซึ่งลูกจ้างเลือกวิธีไปยืมมอเตอร์สูบน้ำจากพระภิกษุมาใช้สูบน้ำเพื่อทําความสะอาดตามคําสั่ง แล้วถูกไฟฟ้าดูดถึงแก่ความตายขณะที่ใช้มอเตอร์ที่ยืมมา (คําพิพากษาฎีกาที่ ๕๑๑/๒๕๓๕)
หรือพนักงานในแผนกที่ ว. เป็นหัวหน้ามาถามลูกจ้างว่า ว. อยู่ที่ไหน มีงานให้เซ็นชื่อ ลูกจ้างจึงไปตาม ว. ซึ่งเป็นสามีที่นอนอยู่มุมหลังห้องให้ไปทํางาน ระหว่างที่เดินผ่านเครื่องดูดอากาศ เครื่องดูดอากาศได้ดูดแขนลูกจ้างเข้าไปเป็นเหตุให้มือซ้ายขาด การที่ลูกจ้างไปตามมิใช่เนื่องจากกลัวว่า ว. จะถูกนายจ้างลงโทษหรือเป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับการทํางาน แต่เป็นการป้องกันรักษาประโยชน์ให้แก่นายจ้าง (คําพิพากษาฎีกาที่ ๙๐๐๘/๒๕๔๙)
หรือการเดินทางไปเก็บเงินจากลูกค้าตามหน้าที่ซึ่งนายจ้างไม่เคร่งครัดต่อการลงเวลาทํางานในแต่ละวันและลูกจ้างได้แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว ทั้งเวลาเดินทางและนัดหมายก็ต่อเนื่องและคาบเกี่ยวกับเวลาเริ่มทํางานปกติ เหมาะสมตามสภาพของงานที่ลูกจ้างจะพึงกระทําเพื่อประโยชน์ของนายจ้าง เป็นการเริ่มทํางานให้นายจ้างแล้ว เมื่อลูกจ้างประสบเหตุทางรถยนต์ถึงแก่ความตายในระหว่างเดินทางไปเก็บเงินจึงเป็นการประสบอันตรายถึงแก่ความตายเนื่องจากการทํางานให้แก่นายจ้าง (คําพิพากษาฎีกาที่ ๒๖๘๗/๒๕๔๓)
ค. ทํางานตามคําสั่งของนายจ้าง เป็นคําสั่งให้ลูกจ้างทํางานตามหน้าที่อันเป็นงานของนายจ้างที่ลูกจ้างจะต้องปฏิบัติตามมิฉะนั้นจะเป็นการขัดคําสั่งของนายจ้าง ซึ่งเป็นความผิดทางวินัย อาจเป็นกรณีที่ลูกจ้างประสบอันตรายเมื่อต้องไปทํางานพิเศษนอกสถานที่ทํางานตามคําสั่งของนายจ้างตามหลัก The Special Errands Exception ซึ่งถือเป็นการทํางานตามคําสั่งตั้งแต่เริ่มออกจากที่พัก และตราบใดที่ยังกลับไปไม่ถึงที่พักก็ยังได้ชื่อว่าลูกจ้างยังปฏิบัติงานพิเศษให้แก่นายจ้างอยู่ (คําพิพากษาฎีกาที่ ๘๓๙/๒๕๓๑)
เช่น ลูกจ้างนํารถยนต์ของนายจ้างไปอัดจาระบีในหน้าที่ เมื่อไปที่ร้านผู้รับจ้างเพื่อนํารถยนต์กลับขณะเดินข้ามถนนถูกรถยนต์ชนตาย (คําพิพากษาฎีกาที่ ๒๗๐๐/๒๕๓๐)
หรือลูกจ้างเดินทางไปเก็บเงินค่าสินค้าจากลูกค้าตามหน้าที่ ซึ่งนายจ้างไม่เคร่งครัดต่อการลงเวลาทํางาน ในแต่ละวันและลูกจ้างได้แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว (คําพิพากษาฎีกาที่ ๒๖๘๗/๒๕๔๓)
ลักษณะการทํางานในวันเกิดเหตุจึงไม่ต้องเข้าไปยังที่ทํางานและประสบอันตราย ขณะกําลังเดินทางเป็นการเริ่มลงมือทํางานแล้วแต่ยังไม่ถึงที่หมายเท่านั้น (คําพิพากษา ฎีกาที่ ๔๙๑๙/๒๕๓๘)
หรือคําสั่งให้ลูกจ้างไปแข่งขันกีฬาระหว่างพนักงานธนาคารด้วยกัน เป็นงานพิเศษตามครั้งคราวที่ผู้เป็นนายจ้างมีคําสั่งได้ (คําพิพากษาฎีกาที่ ๒๖๗๓/๒๕๒๖)
หรือผู้จัดการของบริษัทสั่งให้ ก. ผู้ช่วยผู้จัดการไปตรวจเยี่ยมและแสดงตัวต่อลูกค้าที่ต่างจังหวัด ก. ได้ขอรถไปงานหมั้นที่จังหวัดดังกล่าวและถือโอกาสไปเยี่ยมลูกค้าด้วย ผู้จัดการอนุญาตเพราะเป็นสวัสดิการและเป็นการปฏิบัติตามประเพณีของท้องถิ่น หลังเสร็จงานหมั้น ลูกจ้างนำนาย ก. ไปเยี่ยมลูกค้าแล้วเดินทางต่อไปจนเกิดอุบัติเหตุ เป็นเหตุให้ลูกจ้างและนาย ก. ถึงแก่ความตาย เมื่อขณะเกิดเหตุงานหมั้นได้ผ่านพ้นไปแล้วเป็นเวลาระหว่างการตรวจเยี่ยมและแสดงตัวต่อลูกค้าตามคําสั่งของนายจ้าง จึงถือว่าเป็นกิจการในวัตถุประสงค์ของบริษัท ต้องถือว่าลูกจ้างผู้ตายถึงแก่ความตายเนื่องจากการทํางานให้แก่นายจ้าง (คําพิพากษาฎีกาที่ ๓๕๐๒/๒๕๒๗)
หรือลูกจ้างประสบอันตรายขณะเดินทาง กลับจากบ้านลูกค้าของนายจ้างซึ่งนายจ้างสั่งให้ลูกจ้างไปรับผลการตรวจน้ำลายของลูกค้า แม้ลูกจ้างไม่ได้กลับบ้านในทันทีที่ปฏิบัติหน้าที่เสร็จเนื่องจากไปรับประทานอาหารที่บ้านลูกค้าอีกคนหนึ่งในละแวกเดียวกันหาทําให้การปฏิบัติงานในหน้าที่สิ้นสุดลงไม่ (คําพิพากษาฎีกาที่ ๑๘๐๕/๒๕๔๐ และที่ ๔๓๙/๒๕๓๑)
หรือเป็นแม่บ้านสํานักงานต้องเข้าทํางานก่อนพนักงานอื่นและต้องทํางานนอกสถานที่ทํางาน เพราะต้องซื้ออาหารและเครื่องดื่มจากตลาด ก่อนเวลาทํางานปกติ เมื่อซื้อเสร็จกําลังขับรถจักรยานยนต์ไปที่ทํางานได้เกิดเฉี่ยวชนกับ รถจักรยานยนต์อีกคันหนึ่ง (คําพิพากษาฎีกาที่ ๘๙๖/๒๕๔๗) เป็นต้น
ข้อสังเกต
- คดีแรงงาน คือ คดีพิพาทเกี่ยวกับ นายจ้าง กับ ลูกจ้าง (ไม่ใช่่ ข้อพิพาทระหว่างฝ่าย HR กับลูกจ้าง)
- ขั้นตอนนี้ ล่วงพ้นการบริหารจัดการงานบุคคล (การบริหารทรัพยากรมนุษย์) ฝ่ายHRในองค์กร ไปแล้ว เหตุเพราะ เกิดจากการบริหารงานบุคคลที่ผิดพลาด จึงเกิดปัญหา เพราะไม่สามารถยุติปัญหา ระงับข้อพิพาท ข้อพิพาทในระบบแรงงานสัมพันธ์ในองค์กรได้
- ตามแผนผัง การบริหารงานภายในองค์กร เมื่อเกิดปัญหาทางกฎหมาย เรื่องจะออกจากฝ่ายบุคคล และถูกส่งเรื่องไปยังฝ่ายกฎหมาย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป (หากไม่มีฝ่ายกฎหมาย ก็เป็นหน้าที่นายจ้าง ที่ต้องคิด หาทางแก้ไขปัญหา หาคนรู้จัก เพื่อนนักกฎหมาย ทนายความที่รู้จัก คุ้นเคย ไว้วางใจ เข้าช่วยแก้ไขปัญหา)
- เมื่อมีข้อพิพาทเกี่ยวกับแรงงานนายจ้าง หรือ ผู้ประกอบกิจการ ต้องใส่ใจ ในเนื้อหา หรือ บริบท ของเรื่องว่า มูลเหตุ ที่มาเกิดจากอะไร ทบทวน หาสาเหตุ เหตุใด จึงเกิดข้อเรียน เกิดการฟ้องร้อง เป็นคดีความ
- คดีแรงงาน คือ คดีพิพาทเกี่ยวกับ นายจ้าง กับ ลูกจ้าง ซึ่งโดยส่วนใหญ่ ทางบริษัทจะให้ฝ่ายบุคคล ไปพูดคุย กับ ลูกจ้าง ที่ คุ้มครองแรงงาน ให้ไปศาลแทนนายจ้าง (ซึ่งหากท่านพิจารณา อาจจะเกิดจากสาเหตุปัญหาจากการบริหารงานบุคคลที่นำเสนอ หรือ การให้แนวทางที่ผิดพลาด หรือเป็นกรณีที่นายจ้าง คิด ลงมือ ตัดสินใจด้วยตนเอง) หรือ ฝ่ายลูกจ้าง ไม่เข้าใจหลักกฎหมาย ฯลฯ หากท่านให้ฝ่ายบุคคลไปดำเนินการแทน ในเรื่องต่างๆ ปัญหาจะยุติลงไปในทางที่ถูก ที่ควร ได้อย่างไร และให้ฝ่ายบุคคลไปศาลแทนนายจ้าง ฝ่ายบุคคลจะว่าความได้อย่างไร และมีความรู้ความเข้าใจกระบวนพิจารณาความ อย่างไร ซึ่งนายจ้าง ควรไปจัดการด้วยตนเอง เรื่องอาจจะยุติลงได้โดยง่าย ลดการสูญเสียงบประมาณ ฯลฯ
- กฎหมายแรงงาน มีหลายฉบับ เป็นกฎหมายมหาชน มีแนวปฏิบัติ มีกระบวนพิจารณา มีข้อเท็จจริง มีแนวคำพิพากษา ซึ่งการตัดสินคดี ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ตามระเบียบข้อบังคับ
- เมื่อเกิดเป็นคดีแรงงาน ตามหลักกฎหมาย จะเน้นการไกล่เกลี่ย เป็นหลัก ทั้งนี้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
- เมื่อเกิดข้อพิพาทแรงงาน หรือ คดีแรงงาน นายจ้าง หรือ ผู้ประกอบกิจการ ต้องหา ฝ่ายกฎหมาย ผู้มีความรู้ทางกฎหมาย ในการ คิด วิเคราะห์ หาวิธีแก้ไขปัญหา หรือต่อสู้คดี เพราะ บางบทมาตรา นายจ้างมีโทษทางอาญา
- ดังนั้น คดีแรงงาน เป็นเรื่องที่HR ควรศึกษา เพื่อนำไปเป็นแนวปฏิบัติในการปรับปรุงการบริหารงานบุคคลภายในองค์กร ให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ก็ไม่ใช่หน้าที่หลักในการรับผิดชอบเรื่องคดีแรงงาน ในงานฝ่ายHR (นอกจากองค์กรมีทนายความ มีใบอนุญาตว่าความ ในฝ่ายHR ซึ่งเป็นไปได้น้อย หรือแทบไม่มี เพราะหากมี ปัญหาคดีแรงงาน ข้อพิพาทแรงงานจะไม่เกิดขึ้น)
------------------------------------- ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เท่านั้น. รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล. (คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ ก่อนใช้งาน*)
-------------------------------------
จำนวนผู้เยี่ยมชม : 468 ครั้ง ผู้ใช้งานแบ่งปันข้อมูล จำนวน : 0 1 ข้อมูล
|