กลับไปยังหน้า เจาะหลักคดีแรงงาน กฎหมายแรงงาน การบริหารทรัพยากรมนุษย์ >> หลักกฎหมาย กฎหมายคุ้มครองแรงงาน



ชื่อข้อมูล : สัญญาจ้าง ความหมาย?
หมวด : หลักกฎหมาย กฎหมายคุ้มครองแรงงาน
สิทธิใช้งาน : (ใช้งานได้ทุกคน) ลงทะเบียน/เข้าสู่ระบบ ก่อนใช้งาน.
ขนาดไฟล์ : ไม่ระบุ
 
 


รายละเอียด

“สัญญาจ้าง”

 

      พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๕ “สัญญาจ้าง” หมายความว่า สัญญาไม่ว่าจะเป็นหนังสือหรือด้วยวาจาระบุชัดเจน หรือเป็นที่เข้าใจโดยปริยาย งบุคคลหนึ่งเรียกว่าลูกจ้างตกลงจะ ทํางานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้างและนายจ้างตกลงจะให้ค่าจ้างตลอดเวลาที่ทํางานให้

 

      ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๗๕ บัญญัติว่า อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่าลูกจ้างตกลงจะทํางานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทํางานให้

      หากพิจารณาแยกเป็นนายจ้างซึ่งเป็นบุคคลธรรมดากับนายจ้างซึ่งเป็นนิติบุคคล นายจ้างซึ่งเป็นบุคคลธรรมดามีนายจ้าง ๒ ระดับ คือ ผู้ซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าทํางานโดยจ่ายค่าจ้างให้ และผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทํางานแทนนายจ้างซึ่งจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้

      ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทํางานแทนนายจ้าง ผู้มีอํานาจกระทําการแทนนิติบุคคล และผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้มีอํานาจ กระทําการแทนนิติบุคคลให้ทําการแทน  

     



ข้อสังเกต
  - คดีแรงงาน คือ คดีพิพาทเกี่ยวกับ นายจ้าง กับ ลูกจ้าง (ไม่ใช่่ ข้อพิพาทระหว่างฝ่าย HR กับลูกจ้าง)
  - ขั้นตอนนี้ ล่วงพ้นการบริหารจัดการงานบุคคล (การบริหารทรัพยากรมนุษย์) ฝ่ายHRในองค์กร ไปแล้ว เหตุเพราะ เกิดจากการบริหารงานบุคคลที่ผิดพลาด จึงเกิดปัญหา เพราะไม่สามารถยุติปัญหา ระงับข้อพิพาท ข้อพิพาทในระบบแรงงานสัมพันธ์ในองค์กรได้
  - ตามแผนผัง การบริหารงานภายในองค์กร เมื่อเกิดปัญหาทางกฎหมาย เรื่องจะออกจากฝ่ายบุคคล และถูกส่งเรื่องไปยังฝ่ายกฎหมาย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป (หากไม่มีฝ่ายกฎหมาย ก็เป็นหน้าที่นายจ้าง ที่ต้องคิด หาทางแก้ไขปัญหา หาคนรู้จัก เพื่อนนักกฎหมาย ทนายความที่รู้จัก คุ้นเคย ไว้วางใจ เข้าช่วยแก้ไขปัญหา)
  - เมื่อมีข้อพิพาทเกี่ยวกับแรงงานนายจ้าง หรือ ผู้ประกอบกิจการ ต้องใส่ใจ ในเนื้อหา หรือ บริบท ของเรื่องว่า มูลเหตุ ที่มาเกิดจากอะไร ทบทวน หาสาเหตุ เหตุใด จึงเกิดข้อเรียน เกิดการฟ้องร้อง เป็นคดีความ
  - คดีแรงงาน คือ คดีพิพาทเกี่ยวกับ นายจ้าง กับ ลูกจ้าง ซึ่งโดยส่วนใหญ่ ทางบริษัทจะให้ฝ่ายบุคคล ไปพูดคุย กับ ลูกจ้าง ที่ คุ้มครองแรงงาน ให้ไปศาลแทนนายจ้าง (ซึ่งหากท่านพิจารณา อาจจะเกิดจากสาเหตุปัญหาจากการบริหารงานบุคคลที่นำเสนอ หรือ การให้แนวทางที่ผิดพลาด หรือเป็นกรณีที่นายจ้าง คิด ลงมือ ตัดสินใจด้วยตนเอง) หรือ ฝ่ายลูกจ้าง ไม่เข้าใจหลักกฎหมาย ฯลฯ หากท่านให้ฝ่ายบุคคลไปดำเนินการแทน ในเรื่องต่างๆ ปัญหาจะยุติลงไปในทางที่ถูก ที่ควร ได้อย่างไร และให้ฝ่ายบุคคลไปศาลแทนนายจ้าง ฝ่ายบุคคลจะว่าความได้อย่างไร และมีความรู้ความเข้าใจกระบวนพิจารณาความ อย่างไร ซึ่งนายจ้าง ควรไปจัดการด้วยตนเอง เรื่องอาจจะยุติลงได้โดยง่าย ลดการสูญเสียงบประมาณ ฯลฯ
  - กฎหมายแรงงาน มีหลายฉบับ เป็นกฎหมายมหาชน มีแนวปฏิบัติ มีกระบวนพิจารณา มีข้อเท็จจริง มีแนวคำพิพากษา ซึ่งการตัดสินคดี ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ตามระเบียบข้อบังคับ
  - เมื่อเกิดเป็นคดีแรงงาน ตามหลักกฎหมาย จะเน้นการไกล่เกลี่ย เป็นหลัก ทั้งนี้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
  - เมื่อเกิดข้อพิพาทแรงงาน หรือ คดีแรงงาน นายจ้าง หรือ ผู้ประกอบกิจการ ต้องหา ฝ่ายกฎหมาย ผู้มีความรู้ทางกฎหมาย ในการ คิด วิเคราะห์ หาวิธีแก้ไขปัญหา หรือต่อสู้คดี เพราะ บางบทมาตรา นายจ้างมีโทษทางอาญา
  - ดังนั้น คดีแรงงาน เป็นเรื่องที่HR ควรศึกษา เพื่อนำไปเป็นแนวปฏิบัติในการปรับปรุงการบริหารงานบุคคลภายในองค์กร ให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ก็ไม่ใช่หน้าที่หลักในการรับผิดชอบเรื่องคดีแรงงาน ในงานฝ่ายHR (นอกจากองค์กรมีทนายความ มีใบอนุญาตว่าความ ในฝ่ายHR ซึ่งเป็นไปได้น้อย หรือแทบไม่มี เพราะหากมี ปัญหาคดีแรงงาน ข้อพิพาทแรงงานจะไม่เกิดขึ้น)


-------------------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
(คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ ก่อนใช้งาน*)
-------------------------------------


จำนวนผู้เยี่ยมชม : 290 ครั้ง
ผู้ใช้งานแบ่งปันข้อมูล จำนวน : 4 1 ข้อมูล

 

บันทึกหลักการบริหารทรัพยกรมนุษย์ หลักกฎหมาย ฎีกา อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 1 ประเด็น


บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keywords สำหรับการบริหารทรัพยากรมนุษย์
รวบรวมจากหลักคำพิพากษาฎีกา หลักกฎหมาย (Login).
.........................

 

  
  
หลักกฎหมาย ฎีกา แนวคิดเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์

   หน้าปัจจุบัน :     จำนวนหน้าทั้งหมด 1 หน้า

แบ่งปันความรู้ # 1


        ๑. ผู้ซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าทํางานโดยจ่ายค่าจ้างให้บุคคลอื่นแม้จะใกล้ชิดแต่เมื่อไม่ใช่ผู้ซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าทํางานโดยจ่ายค่าจ้างให้แม้เป็นภริยานายจ้าง ก็ไม่ใช่นายจ้าง (คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๗๐๖/๒๕๓๑) งานที่ลูกจ้างทํานั้นจะต้องเป็นงานของนายจ้างเองและค่าจ้างก็ต้องหมายความถึงเงินของนายจ้างด้วย (คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๕๔๘/๒๕๒๔)

      คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๗๐๖/๒๕๓๑ จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างของโจทก์ได้สั่งให้โจทก์ทำความสะอาดทางระบายน้ำเสีย โจทก์ไม่ยอมทำอ้างว่าสกปรกเกินไป ป.ภรรยาพ. ผู้จัดการห้างจำเลยจึงบอกแก่โจทก์ว่า “ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องออกจากงาน” มิได้กล่าวให้เป็นกิจจะลักษณะว่าจำเลยจะเลิกจ้างโจทก์และ ป. มิได้เป็นผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลจำเลย ทั้งไม่ปรากฏว่าได้รับมอบหมายจาก พ. ป. จึงไม่อยู่ในฐานะเป็นนายจ้างของโจทก์ ไม่มีอำนาจเลิกจ้างโจทก์ได้ การที่โจทก์ออกจากงานไปยังถือไม่ได้ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์

      คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๕๔๘/๒๕๒๔ “นายจ้าง” ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ หมายถึงผู้ซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้ ซึ่งมีความหมายว่า งานที่ลูกจ้างทำนั้นจะต้องเป็นงานของนายจ้างเองและค่าจ้างก็ต้องหมายความถึงเงิน หรือเงินและสิ่งของของนายจ้างด้วย เมื่อปรากฏว่างานที่โจทก์รับจ้างทำเป็นงานที่จำเลยที่ ๒ รับจ้างเหมามาทำและค่าจ้างก็เป็นเงินส่วนที่จำเลยที่ ๑ จะต้องจ่ายให้จำเลยที่ ๒ มิใช่งานและเงินของจำเลยที่ ๑ ดังนี้ นายจ้างที่แท้จริงของโจทก์คือจำเลยที่ ๒ หาใช่จำเลยที่ ๑ ไม่



โดย (HR Lawyer) อัพเดทวันที่ : 31/07/2023




แบ่งปันความรู้ # 2


      ๒. ผู้ซึ่งมอบหมายและได้รับมอบหมายให้ทํางานแทนนายจ้างตามมาตรา ๕ (๑) อาจมีฐานะเป็นนิติบุคคลด้วยกันก็ได้ (คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๒๐๘ - ๕๒๑๑/๒๕๔๘)

      คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๒๐๘ - ๕๒๑๑/๒๕๔๘  พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๕ ให้คำนิยาม “นายจ้าง” หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้และหมายความรวมถึง (๑) ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนนายจ้าง บริษัท ท. ผู้เช่ากิจการของโจทก์ที่ ๑ และที่ ๒ มาดำเนินการ ได้เช่าแรงงานจากการทำงานของลูกจ้างโจทก์ที่ ๑ และที่ ๒ ด้วย การบังคับบัญชาลูกจ้างของโจทก์ที่ ๑ และที่ ๒ การจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้าง การจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน บริษัท ท. เป็นผู้ดำเนินการแทนและจ่ายเงินแทนโจทก์ที่ ๑ และที่ ๒ จึงถือว่าบริษัท ท. เป็นผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนนายจ้างตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๕ (๑) และโจทก์ที่ ๑ กับที่ ๒ มิได้เลิกจ้างลูกจ้างหรือโอนการจ้างลูกจ้างไปให้บริษัท ท. ย่อมถือได้ว่าโจทก์ที่ ๑ และที่ ๒ ยังคงเป็นนายจ้างของลูกจ้างอยู่ตามมาตรา ๕ แห่งบทกฎหมายดังกล่าว

      กรณีที่นายจ้างถูกพิทักษ์ทรัพย์หรือล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้ทําแผนฟื้นฟูกิจการ หรือผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ มีอํานาจจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ จึงมีฐานะเป็นนายจ้างของลูกจ้างแทนผู้บริหารกิจการเดิม (คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๕๒/๒๕๔๗ และที่ ๘๙๒๓ - ๔๙๒๗/๒๕๕๑)



โดย (HR Lawyer) อัพเดทวันที่ : 31/07/2023




แบ่งปันความรู้ # 3


        ๓. ผู้มีอํานาจกระทําการแทนนิติบุคคลตามมาตรา ๕ (๒) ประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๗ และมาตรา ๑๑๖๗ บัญญัติให้ความเกี่ยวพันกันในระหว่างกรรมการและบริษัทและบุคคลภายนอกนั้น ให้บังคับตามบทบัญญัติว่าด้วยตัวแทน ดังนั้น

      หากกรรมการดําเนินงานไปตามวัตถุที่ประสงค์ของบริษัทแล้วทําให้เกิดความเสียหายจึงไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัวตามมาตรา ๘๒๐ (คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๔๙๓/๒๕๔๑)

      แต่หากกระทําไปโดยความประมาทเลินเล่อหรือจงใจทําให้บริษัทเสียหายต้องรับผิดเป็นส่วนตัว ตามมาตรา ๘๒๓ และหากทําธุรกิจแข่งขันกับบริษัทต้องรับผิดตามมาตรา ๑๐๓๘ ส่วนห้างหุ้นส่วนจํากัดนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๗๗ กำหนด ให้มีหุ้นส่วนสองจําพวกในห้างหุ้นส่วนจํากัด คือ หุ้นส่วนคนเดียวหรือหลายคนซึ่งมีจํากัด ความรับผิดเพียงไม่เกินจํานวนเงินที่ตนรับจะลงหุ้น และหุ้นส่วนคนเดียวหรือหลายคน ซึ่งต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้ของห้างหุ้นส่วนไม่มีจํากัดจํานวน ซึ่งหุ้นส่วนจําพวกหลังนี้เท่านั้นที่จะเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการในห้างหุ้นส่วนจํากัดได้ตามมาตรา ๑๐๘๗ หุ้นส่วนผู้จัดการจึงต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว (คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๒๒/๒๕๒๔) ส่วนผู้ถือหุ้นไม่ใช่นายจ้าง (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๕๓๓/๒๕๒๗)

 

      คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๘๘๕/๒๕๔๘ พ. เป็นกรรมการคนหนึ่งของบริษัทจําเลย การที่ พ. เลิกจ้างโจทก์จึงเป็นการแสดงเจตนาของจําเลยในฐานะกรรมการผู้มีอํานาจ แม้ว่าการแต่งตั้งจะมีข้อบกพร่องหรือในฐานะที่เป็นตัวแทนของจําเลย เมื่อจําเลยรับรองการแสดงเจตนาของ พ. ที่บอกเลิกจ้างโจทก์เป็นการแสดงเจตนาของจําเลย จึงมีผลเป็นการเลิกจ้างโจทก์ตามกฎหมายแล้ว



โดย (HR Lawyer) อัพเดทวันที่ : 31/07/2023




แบ่งปันความรู้ # 4


      ๔. ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้มีอํานาจกระทําการแทนนิติบุคคลให้ทําการแทนตามมาตรา ๕ (๒) อาจได้รับมอบหมายให้มีอํานาจแต่งตั้งพนักงานหรือทําแทน ในกรณีต่าง ๆ โดยตรง (คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๓๒๓/๒๕๓๕) หรือโดยการเชิดหรือถูกเชิด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๒๑ ก็ได้ (คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๘๕๕/๒๕๕๑ และที่ ๙๖๘/๒๕๓๙) จึงมีอํานาจเลิกจ้างลูกจ้างได้ (คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๖๕๙/๒๕๓๖)



โดย (HR Lawyer) อัพเดทวันที่ : 31/07/2023






สัญญาจ้าง ความหมาย? | เจาะหลักการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ที่ SiamHRM.com

ผู้ใช้งานทั่วไป ไม่สามารถส่งคำถาม หรือแสดงความเห็นได้ เข้าระบบก่อนใช้งาน
คำแนะนำ
1.สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานเต็มรูปแบบ
2.ผู้ใช้งานสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ โดยเข้าระบบ สามารถสอบถาม-ร่วมตอบคำถามได้
3.หากต้องการทนายความในคดีแรงงานหรืออรรถคดีต่างๆ ติดต่อทีมงานทนายความ ประสบการณ์มากกว่า 10ปี ได้

(ข้อมูล อัพเดท ณ วันที่ 06 มิถุนายน 2569)




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์