หน้าปัจจุบัน : จำนวนหน้าทั้งหมด 1 หน้า
แบ่งปันความรู้ # 1 |
๑. ผู้ซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าทํางานโดยจ่ายค่าจ้างให้บุคคลอื่นแม้จะใกล้ชิดแต่เมื่อไม่ใช่ผู้ซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าทํางานโดยจ่ายค่าจ้างให้แม้เป็นภริยานายจ้าง ก็ไม่ใช่นายจ้าง (คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๗๐๖/๒๕๓๑) งานที่ลูกจ้างทํานั้นจะต้องเป็นงานของนายจ้างเองและค่าจ้างก็ต้องหมายความถึงเงินของนายจ้างด้วย (คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๕๔๘/๒๕๒๔)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๗๐๖/๒๕๓๑ จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างของโจทก์ได้สั่งให้โจทก์ทำความสะอาดทางระบายน้ำเสีย โจทก์ไม่ยอมทำอ้างว่าสกปรกเกินไป ป.ภรรยาพ. ผู้จัดการห้างจำเลยจึงบอกแก่โจทก์ว่า “ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องออกจากงาน” มิได้กล่าวให้เป็นกิจจะลักษณะว่าจำเลยจะเลิกจ้างโจทก์และ ป. มิได้เป็นผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลจำเลย ทั้งไม่ปรากฏว่าได้รับมอบหมายจาก พ. ป. จึงไม่อยู่ในฐานะเป็นนายจ้างของโจทก์ ไม่มีอำนาจเลิกจ้างโจทก์ได้ การที่โจทก์ออกจากงานไปยังถือไม่ได้ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๕๔๘/๒๕๒๔ “นายจ้าง” ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ หมายถึงผู้ซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้ ซึ่งมีความหมายว่า งานที่ลูกจ้างทำนั้นจะต้องเป็นงานของนายจ้างเองและค่าจ้างก็ต้องหมายความถึงเงิน หรือเงินและสิ่งของของนายจ้างด้วย เมื่อปรากฏว่างานที่โจทก์รับจ้างทำเป็นงานที่จำเลยที่ ๒ รับจ้างเหมามาทำและค่าจ้างก็เป็นเงินส่วนที่จำเลยที่ ๑ จะต้องจ่ายให้จำเลยที่ ๒ มิใช่งานและเงินของจำเลยที่ ๑ ดังนี้ นายจ้างที่แท้จริงของโจทก์คือจำเลยที่ ๒ หาใช่จำเลยที่ ๑ ไม่
|
| โดย (HR Lawyer) อัพเดทวันที่ : 31/07/2023 |
|
แบ่งปันความรู้ # 2 |
๒. ผู้ซึ่งมอบหมายและได้รับมอบหมายให้ทํางานแทนนายจ้างตามมาตรา ๕ (๑) อาจมีฐานะเป็นนิติบุคคลด้วยกันก็ได้ (คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๒๐๘ - ๕๒๑๑/๒๕๔๘)
คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๒๐๘ - ๕๒๑๑/๒๕๔๘ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๕ ให้คำนิยาม “นายจ้าง” หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้และหมายความรวมถึง (๑) ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนนายจ้าง บริษัท ท. ผู้เช่ากิจการของโจทก์ที่ ๑ และที่ ๒ มาดำเนินการ ได้เช่าแรงงานจากการทำงานของลูกจ้างโจทก์ที่ ๑ และที่ ๒ ด้วย การบังคับบัญชาลูกจ้างของโจทก์ที่ ๑ และที่ ๒ การจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้าง การจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน บริษัท ท. เป็นผู้ดำเนินการแทนและจ่ายเงินแทนโจทก์ที่ ๑ และที่ ๒ จึงถือว่าบริษัท ท. เป็นผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนนายจ้างตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๕ (๑) และโจทก์ที่ ๑ กับที่ ๒ มิได้เลิกจ้างลูกจ้างหรือโอนการจ้างลูกจ้างไปให้บริษัท ท. ย่อมถือได้ว่าโจทก์ที่ ๑ และที่ ๒ ยังคงเป็นนายจ้างของลูกจ้างอยู่ตามมาตรา ๕ แห่งบทกฎหมายดังกล่าว
กรณีที่นายจ้างถูกพิทักษ์ทรัพย์หรือล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้ทําแผนฟื้นฟูกิจการ หรือผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ มีอํานาจจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ จึงมีฐานะเป็นนายจ้างของลูกจ้างแทนผู้บริหารกิจการเดิม (คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๕๒/๒๕๔๗ และที่ ๘๙๒๓ - ๔๙๒๗/๒๕๕๑)
|
| โดย (HR Lawyer) อัพเดทวันที่ : 31/07/2023 |
|
แบ่งปันความรู้ # 3 |
๓. ผู้มีอํานาจกระทําการแทนนิติบุคคลตามมาตรา ๕ (๒) ประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๗ และมาตรา ๑๑๖๗ บัญญัติให้ความเกี่ยวพันกันในระหว่างกรรมการและบริษัทและบุคคลภายนอกนั้น ให้บังคับตามบทบัญญัติว่าด้วยตัวแทน ดังนั้น
หากกรรมการดําเนินงานไปตามวัตถุที่ประสงค์ของบริษัทแล้วทําให้เกิดความเสียหายจึงไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัวตามมาตรา ๘๒๐ (คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๔๙๓/๒๕๔๑)
แต่หากกระทําไปโดยความประมาทเลินเล่อหรือจงใจทําให้บริษัทเสียหายต้องรับผิดเป็นส่วนตัว ตามมาตรา ๘๒๓ และหากทําธุรกิจแข่งขันกับบริษัทต้องรับผิดตามมาตรา ๑๐๓๘ ส่วนห้างหุ้นส่วนจํากัดนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๗๗ กำหนด ให้มีหุ้นส่วนสองจําพวกในห้างหุ้นส่วนจํากัด คือ หุ้นส่วนคนเดียวหรือหลายคนซึ่งมีจํากัด ความรับผิดเพียงไม่เกินจํานวนเงินที่ตนรับจะลงหุ้น และหุ้นส่วนคนเดียวหรือหลายคน ซึ่งต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้ของห้างหุ้นส่วนไม่มีจํากัดจํานวน ซึ่งหุ้นส่วนจําพวกหลังนี้เท่านั้นที่จะเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการในห้างหุ้นส่วนจํากัดได้ตามมาตรา ๑๐๘๗ หุ้นส่วนผู้จัดการจึงต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว (คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๒๒/๒๕๒๔) ส่วนผู้ถือหุ้นไม่ใช่นายจ้าง (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๕๓๓/๒๕๒๗)
คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๘๘๕/๒๕๔๘ พ. เป็นกรรมการคนหนึ่งของบริษัทจําเลย การที่ พ. เลิกจ้างโจทก์จึงเป็นการแสดงเจตนาของจําเลยในฐานะกรรมการผู้มีอํานาจ แม้ว่าการแต่งตั้งจะมีข้อบกพร่องหรือในฐานะที่เป็นตัวแทนของจําเลย เมื่อจําเลยรับรองการแสดงเจตนาของ พ. ที่บอกเลิกจ้างโจทก์เป็นการแสดงเจตนาของจําเลย จึงมีผลเป็นการเลิกจ้างโจทก์ตามกฎหมายแล้ว
|
| โดย (HR Lawyer) อัพเดทวันที่ : 31/07/2023 |
|
แบ่งปันความรู้ # 4 |
๔. ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้มีอํานาจกระทําการแทนนิติบุคคลให้ทําการแทนตามมาตรา ๕ (๒) อาจได้รับมอบหมายให้มีอํานาจแต่งตั้งพนักงานหรือทําแทน ในกรณีต่าง ๆ โดยตรง (คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๓๒๓/๒๕๓๕) หรือโดยการเชิดหรือถูกเชิด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๒๑ ก็ได้ (คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๘๕๕/๒๕๕๑ และที่ ๙๖๘/๒๕๓๙) จึงมีอํานาจเลิกจ้างลูกจ้างได้ (คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๖๕๙/๒๕๓๖)
|
| โดย (HR Lawyer) อัพเดทวันที่ : 31/07/2023 |
|
สัญญาจ้าง ความหมาย? | เจาะหลักการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ที่ SiamHRM.com
คำแนะนำ
1.สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานเต็มรูปแบบ
2.ผู้ใช้งานสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ โดยเข้าระบบ สามารถสอบถาม-ร่วมตอบคำถามได้
3.หากต้องการทนายความในคดีแรงงานหรืออรรถคดีต่างๆ ติดต่อทีมงานทนายความ ประสบการณ์มากกว่า 10ปี ได้
(ข้อมูล อัพเดท ณ วันที่ 06 มิถุนายน 2569)
|