กลับไปยังหน้า เจาะหลักคดีแรงงาน กฎหมายแรงงาน การบริหารทรัพยากรมนุษย์ >> หลักกฎหมาย กฎหมายคุ้มครองแรงงาน



ชื่อข้อมูล : การเลิกจ้างแบบไหนที่ศาลถือว่า ไม่เป็นธรรม และมีเกณฑ์ตัดสินอย่างไร
หมวด : หลักกฎหมาย กฎหมายคุ้มครองแรงงาน
สิทธิใช้งาน : (ใช้งานได้ทุกคน) ลงทะเบียน/เข้าสู่ระบบ ก่อนใช้งาน.
ขนาดไฟล์ : ไม่ระบุ
 
 


รายละเอียด

     การพิจารณาว่าการเลิกจ้างแบบใดที่ศาลแรงงานถือว่า "ไม่เป็นธรรม" จะยึดตามหลักเกณฑ์ใน มาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 โดยศาลจะมีอำนาจวินิจฉัยว่านายจ้างมีเหตุผลอันสมควรและเพียงพอในการเลิกจ้างหรือไม่ 

เกณฑ์การตัดสินการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาใหม่ (เช่น ฎีกาที่ 1396-1481/2568) ศาลจะใช้เกณฑ์สำคัญ 3 ประการในการพิจารณาว่าการเลิกจ้างนั้นเป็นธรรมหรือไม่ ดังนี้:

  1. ต้องมีเหตุผลความจำเป็นที่แท้จริง: นายจ้างต้องพิสูจน์ได้ว่ามีเหตุผลในการเลิกจ้างจริง เช่น ประสบปัญหาขาดทุน หรือมีความจำเป็นต้องปรับปรุงโครงสร้างองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขัน 
  2. เหตุผลนั้นต้องเพียงพอและเหมาะสม: สาเหตุที่ยกมาอ้างต้องมีน้ำหนักมากพอที่จะถึงขั้นต้องให้ลูกจ้างออกจากงาน และต้องกระทำโดยสุจริต ไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้งหรือเลือกปฏิบัติ 
  3. มีมาตรการบรรเทาผลกระทบ: นายจ้างได้พยายามหาทางแก้ไขหรือช่วยเหลือลูกจ้างก่อนการเลิกจ้างหรือไม่ เช่น การแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 2 เดือน การจ่ายเงินชดเชยพิเศษ หรือการช่วยประสานงานหาแหล่งงานใหม่ให้แก่ลูกจ้าง 

รูปแบบการเลิกจ้างที่มักถูกมองว่า "ไม่เป็นธรรม"

  • การเลิกจ้างในความผิดที่นายจ้างเคย "ให้อภัย" แล้ว: หากลูกจ้างทำผิดแต่นายจ้างลงโทษด้วยวิธีอื่นไปแล้ว (เช่น หักค่าจ้าง) หรือสั่งให้ทำงานต่อไปโดยไม่ติดใจเอาความ นายจ้างจะนำเหตุเดิมนั้นมาเลิกจ้างในภายหลังไม่ได้ หากทำจะถือเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
  • การเลิกจ้างโดยไม่มีสาเหตุที่ชัดเจนหรือเพื่อกลั่นแกล้ง: หากนายจ้างใช้อำนาจบริหารโดยไม่สุจริต หรือเลิกจ้างลูกจ้างที่มีอายุงานมากจนยากจะหางานใหม่ได้โดยไม่มีความผิดร้ายแรง อาจถูกมองว่าไม่เป็นธรรมและต้องชดใช้ค่าเสียหาย 
  • การเลิกจ้างเนื่องจากความขัดแย้งส่วนตัว: หากสาเหตุที่แท้จริงมาจากความขัดแย้งกับผู้บังคับบัญชามากกว่าความผิดทางวินัย ศาลมักวินิจฉัยว่าไม่เป็นธรรม

ข้อกฎหมายที่ควรทราบเพิ่มเติม

  • การระบุเหตุผลในหนังสือเลิกจ้าง: แม้นายจ้างจะไม่ได้ระบุเหตุผลไว้ในหนังสือเลิกจ้างตามมาตรา 119 (ซึ่งจะมีผลทำให้ไม่สามารถอ้างเหตุนั้นเพื่อปฏิเสธการจ่ายค่าชดเชยได้) แต่สำหรับการสู้คดี "เลิกจ้างไม่เป็นธรรม" นายจ้าง ยังสามารถยกเหตุผลขึ้นอ้างในภายหลัง ต่อหน้าศาลเพื่อพิสูจน์ว่าการเลิกจ้างนั้นมีเหตุผลอันสมควรได้ 
  • บันทึกสละสิทธิเรียกร้อง: หากลูกจ้างสมัครใจทำบันทึกสละสิทธิไม่ฟ้องร้องคดีเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ภายหลังจากพ้นสภาพการเป็นลูกจ้างแล้ว (โดยมีอิสระและได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม) ข้อตกลงนี้จะมีผลผูกพัน ทำให้ลูกจ้างไม่สามารถฟ้องร้องค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้อีก 
  • ผลการตัดสิน: หากศาลเห็นว่าไม่เป็นธรรม ศาลอาจสั่งให้นายจ้าง รับลูกจ้างกลับเข้าทำงาน ในตำแหน่งและค่าจ้างเดิม หรือหากทำงานร่วมกันไม่ได้ ศาลจะสั่งให้นายจ้าง จ่ายค่าเสียหาย แทน โดยคำนึงถึงอายุงาน ความเดือดร้อน และมูลเหตุแห่งการเลิกจ้าง 


ข้อสังเกต
  - คดีแรงงาน คือ คดีพิพาทเกี่ยวกับ นายจ้าง กับ ลูกจ้าง (ไม่ใช่่ ข้อพิพาทระหว่างฝ่าย HR กับลูกจ้าง)
  - ขั้นตอนนี้ ล่วงพ้นการบริหารจัดการงานบุคคล (การบริหารทรัพยากรมนุษย์) ฝ่ายHRในองค์กร ไปแล้ว เหตุเพราะ เกิดจากการบริหารงานบุคคลที่ผิดพลาด จึงเกิดปัญหา เพราะไม่สามารถยุติปัญหา ระงับข้อพิพาท ข้อพิพาทในระบบแรงงานสัมพันธ์ในองค์กรได้
  - ตามแผนผัง การบริหารงานภายในองค์กร เมื่อเกิดปัญหาทางกฎหมาย เรื่องจะออกจากฝ่ายบุคคล และถูกส่งเรื่องไปยังฝ่ายกฎหมาย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป (หากไม่มีฝ่ายกฎหมาย ก็เป็นหน้าที่นายจ้าง ที่ต้องคิด หาทางแก้ไขปัญหา หาคนรู้จัก เพื่อนนักกฎหมาย ทนายความที่รู้จัก คุ้นเคย ไว้วางใจ เข้าช่วยแก้ไขปัญหา)
  - เมื่อมีข้อพิพาทเกี่ยวกับแรงงานนายจ้าง หรือ ผู้ประกอบกิจการ ต้องใส่ใจ ในเนื้อหา หรือ บริบท ของเรื่องว่า มูลเหตุ ที่มาเกิดจากอะไร ทบทวน หาสาเหตุ เหตุใด จึงเกิดข้อเรียน เกิดการฟ้องร้อง เป็นคดีความ
  - คดีแรงงาน คือ คดีพิพาทเกี่ยวกับ นายจ้าง กับ ลูกจ้าง ซึ่งโดยส่วนใหญ่ ทางบริษัทจะให้ฝ่ายบุคคล ไปพูดคุย กับ ลูกจ้าง ที่ คุ้มครองแรงงาน ให้ไปศาลแทนนายจ้าง (ซึ่งหากท่านพิจารณา อาจจะเกิดจากสาเหตุปัญหาจากการบริหารงานบุคคลที่นำเสนอ หรือ การให้แนวทางที่ผิดพลาด หรือเป็นกรณีที่นายจ้าง คิด ลงมือ ตัดสินใจด้วยตนเอง) หรือ ฝ่ายลูกจ้าง ไม่เข้าใจหลักกฎหมาย ฯลฯ หากท่านให้ฝ่ายบุคคลไปดำเนินการแทน ในเรื่องต่างๆ ปัญหาจะยุติลงไปในทางที่ถูก ที่ควร ได้อย่างไร และให้ฝ่ายบุคคลไปศาลแทนนายจ้าง ฝ่ายบุคคลจะว่าความได้อย่างไร และมีความรู้ความเข้าใจกระบวนพิจารณาความ อย่างไร ซึ่งนายจ้าง ควรไปจัดการด้วยตนเอง เรื่องอาจจะยุติลงได้โดยง่าย ลดการสูญเสียงบประมาณ ฯลฯ
  - กฎหมายแรงงาน มีหลายฉบับ เป็นกฎหมายมหาชน มีแนวปฏิบัติ มีกระบวนพิจารณา มีข้อเท็จจริง มีแนวคำพิพากษา ซึ่งการตัดสินคดี ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ตามระเบียบข้อบังคับ
  - เมื่อเกิดเป็นคดีแรงงาน ตามหลักกฎหมาย จะเน้นการไกล่เกลี่ย เป็นหลัก ทั้งนี้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
  - เมื่อเกิดข้อพิพาทแรงงาน หรือ คดีแรงงาน นายจ้าง หรือ ผู้ประกอบกิจการ ต้องหา ฝ่ายกฎหมาย ผู้มีความรู้ทางกฎหมาย ในการ คิด วิเคราะห์ หาวิธีแก้ไขปัญหา หรือต่อสู้คดี เพราะ บางบทมาตรา นายจ้างมีโทษทางอาญา
  - ดังนั้น คดีแรงงาน เป็นเรื่องที่HR ควรศึกษา เพื่อนำไปเป็นแนวปฏิบัติในการปรับปรุงการบริหารงานบุคคลภายในองค์กร ให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ก็ไม่ใช่หน้าที่หลักในการรับผิดชอบเรื่องคดีแรงงาน ในงานฝ่ายHR (นอกจากองค์กรมีทนายความ มีใบอนุญาตว่าความ ในฝ่ายHR ซึ่งเป็นไปได้น้อย หรือแทบไม่มี เพราะหากมี ปัญหาคดีแรงงาน ข้อพิพาทแรงงานจะไม่เกิดขึ้น)


-------------------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
(คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ ก่อนใช้งาน*)
-------------------------------------


จำนวนผู้เยี่ยมชม : 179 ครั้ง
ผู้ใช้งานแบ่งปันข้อมูล จำนวน : 0 1 ข้อมูล

 

บันทึกหลักการบริหารทรัพยกรมนุษย์ หลักกฎหมาย ฎีกา อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 1 ประเด็น


บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keywords สำหรับการบริหารทรัพยากรมนุษย์
รวบรวมจากหลักคำพิพากษาฎีกา หลักกฎหมาย (Login).
.........................

 

  
  
หลักกฎหมาย ฎีกา แนวคิดเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์

   หน้าปัจจุบัน :     จำนวนหน้าทั้งหมด 1 หน้า



การเลิกจ้างแบบไหนที่ศาลถือว่า ไม่เป็นธรรม และมีเกณฑ์ตัดสินอย่างไร | เจาะหลักการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ที่ SiamHRM.com

ผู้ใช้งานทั่วไป ไม่สามารถส่งคำถาม หรือแสดงความเห็นได้ เข้าระบบก่อนใช้งาน
คำแนะนำ
1.สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานเต็มรูปแบบ
2.ผู้ใช้งานสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ โดยเข้าระบบ สามารถสอบถาม-ร่วมตอบคำถามได้
3.หากต้องการทนายความในคดีแรงงานหรืออรรถคดีต่างๆ ติดต่อทีมงานทนายความ ประสบการณ์มากกว่า 10ปี ได้

(ข้อมูล อัพเดท ณ วันที่ 06 มิถุนายน 2569)




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์