กลับไปยังหน้า เจาะหลักคดีแรงงาน กฎหมายแรงงาน การบริหารทรัพยากรมนุษย์ >> หลักกฎหมาย พระราชบัญญัติจัดตั้่งศาลฯ



ชื่อข้อมูล : การเลิกจ้างแบบไหนถึงจะเรียกว่าไม่เป็นธรรมตามกฎหมายใหม่
หมวด : หลักกฎหมาย พระราชบัญญัติจัดตั้่งศาลฯ
สิทธิใช้งาน : (ใช้งานได้ทุกคน) ลงทะเบียน/เข้าสู่ระบบ ก่อนใช้งาน.
ขนาดไฟล์ : ไม่ระบุ
 
 


รายละเอียด

      การพิจารณาว่าการเลิกจ้างแบบไหนที่เรียกว่า "ไม่เป็นธรรม" ตามแนวทางกฎหมายและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับใหม่ (เช่น ฎีกาที่ 1396-1481/2568 และ 3119-3135/2567) จะยึดหลักเกณฑ์ตาม มาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 ซึ่งให้อำนาจศาลแรงงานวินิจฉัยว่าเหตุแห่งการเลิกจ้างนั้นเพียงพอและเหมาะสมหรือไม่

โดยสรุปแล้ว การเลิกจ้างที่ถือว่า "ไม่เป็นธรรม" หรือแนวทางที่ศาลใช้พิจารณามีประเด็นสำคัญดังนี้:

1. การเลิกจ้างที่ไม่มีเหตุผลอันสมควรและเพียงพอ

การเลิกจ้างที่เป็นธรรมต้องมี "เหตุอันสมควร" และนายจ้างไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้งลูกจ้าง หากนายจ้างเลิกจ้างโดยไม่มีสาเหตุที่ชัดเจน หรือสาเหตุนั้นไม่ร้ายแรงพอที่จะต้องถึงขั้นให้พ้นสภาพการทำงาน จะถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

2. พฤติการณ์ที่ถือว่าเป็น "การเลิกจ้างที่เป็นธรรม" (เพื่อเปรียบเทียบ)

      ตามคำพิพากษาศาลฎีกาใหม่ปี 2568 การเลิกจ้างเนื่องจาก "ความจำเป็นด้านการบริหารจัดการ" เช่น การปรับปรุงโครงสร้างองค์กร หรือการปิดแผนกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขัน ไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม หากเข้าเงื่อนไข 3 ประการดังนี้:

  • มีเหตุผลความจำเป็นจริง: เช่น ธุรกิจขาดทุน หรือต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจเพื่อความอยู่รอด
  • กระทำโดยสุจริต: ไม่ได้จงใจเลือกปฏิบัติหรือกลั่นแกล้งลูกจ้างคนใดคนหนึ่งเป็นการเฉพาะ
  • มีมาตรการช่วยเหลือรองรับ: นายจ้างได้ใช้ความพยายามในการแก้ไขปัญหาหรือลดผลกระทบก่อนเลิกจ้าง เช่น แจ้งล่วงหน้า จ่ายค่าชดเชยพิเศษ หรือประสานหางานใหม่ให้

3. การเลิกจ้างในความผิดที่นายจ้างเคย "ให้อภัย" แล้ว

หากลูกจ้างกระทำความผิด แต่นายจ้างทราบเรื่องแล้วและ สั่งให้ลูกจ้างทำงานต่อไป หรือมีการตกลงลงโทษด้วยวิธีอื่นไปแล้ว (เช่น การหักค่าจ้าง) ถือว่านายจ้าง "ให้อภัย" ในความผิดนั้นแล้ว นายจ้างจะนำเหตุเดิมมาใช้เป็นเหตุเลิกจ้างในภายหลังไม่ได้ หากทำเช่นนั้นจะถือเป็นการ เลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งนายจ้างต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ลูกจ้าง

4. การเลิกจ้างโดยไม่ระบุเหตุผลในหนังสือเลิกจ้าง

มีข้อแตกต่างสำคัญระหว่าง "ค่าชดเชย" กับ "การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม" ดังนี้:

  • การปฏิเสธจ่ายค่าชดเชย: หากนายจ้างไม่ระบุข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุเลิกจ้างไว้ในหนังสือบอกเลิกสัญญา หรือไม่แจ้งเหตุให้ทราบขณะเลิกจ้าง นายจ้างจะ ยกเหตุนั้นขึ้นอ้างภายหลังเพื่อไม่จ่ายค่าชดเชยไม่ได้ ตามมาตรา 119 วรรคท้าย แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน
  • การต่อสู้คดีเลิกจ้างไม่เป็นธรรม: แม้ไม่ได้ระบุเหตุผลไว้ในหนังสือเลิกจ้าง นายจ้างยังสามารถยกเหตุผลขึ้นอ้างในภายหลังเพื่อต่อสู้คดี ว่าการเลิกจ้างนั้นเป็นธรรมได้

5. ผลของการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

หากศาลแรงงานเห็นว่าการเลิกจ้างนั้นไม่เป็นธรรม ศาลมีอำนาจสั่งการได้ 2 กรณี:

  1. สั่งให้รับลูกจ้างกลับเข้าทำงาน: ในตำแหน่งเดิมและอัตราค่าจ้างเดิม
  2. สั่งให้จ่ายค่าเสียหาย: หากเห็นว่าลูกจ้างกับนายจ้างไม่อาจทำงานร่วมกันต่อไปได้ โดยศาลจะคำนึงถึงอายุลูกจ้าง ระยะเวลาทำงาน ความเดือดร้อน มูลเหตุแห่งการเลิกจ้าง และเงินค่าชดเชยประกอบการพิจารณา

ข้อควรระวัง: แม้ลูกจ้างจะทำบันทึกสละสิทธิเรียกร้องใดๆ ไว้ขณะเลิกจ้าง แต่หากข้อตกลงนั้นทำขึ้น ก่อนหรือขณะ ที่ยังเป็นลูกจ้างและขัดต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ข้อตกลงนั้นอาจเป็นโมฆะ แต่ถ้าทำขึ้น ภายหลังพ้นสภาพการเป็นลูกจ้างแล้ว โดยลูกจ้างสมัครใจและมีอิสระ ข้อตกลงสละสิทธินั้นย่อมมีผลผูกพัน ทำให้ลูกจ้างไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้อีก



ข้อสังเกต
  - คดีแรงงาน คือ คดีพิพาทเกี่ยวกับ นายจ้าง กับ ลูกจ้าง (ไม่ใช่่ ข้อพิพาทระหว่างฝ่าย HR กับลูกจ้าง)
  - ขั้นตอนนี้ ล่วงพ้นการบริหารจัดการงานบุคคล (การบริหารทรัพยากรมนุษย์) ฝ่ายHRในองค์กร ไปแล้ว เหตุเพราะ เกิดจากการบริหารงานบุคคลที่ผิดพลาด จึงเกิดปัญหา เพราะไม่สามารถยุติปัญหา ระงับข้อพิพาท ข้อพิพาทในระบบแรงงานสัมพันธ์ในองค์กรได้
  - ตามแผนผัง การบริหารงานภายในองค์กร เมื่อเกิดปัญหาทางกฎหมาย เรื่องจะออกจากฝ่ายบุคคล และถูกส่งเรื่องไปยังฝ่ายกฎหมาย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป (หากไม่มีฝ่ายกฎหมาย ก็เป็นหน้าที่นายจ้าง ที่ต้องคิด หาทางแก้ไขปัญหา หาคนรู้จัก เพื่อนนักกฎหมาย ทนายความที่รู้จัก คุ้นเคย ไว้วางใจ เข้าช่วยแก้ไขปัญหา)
  - เมื่อมีข้อพิพาทเกี่ยวกับแรงงานนายจ้าง หรือ ผู้ประกอบกิจการ ต้องใส่ใจ ในเนื้อหา หรือ บริบท ของเรื่องว่า มูลเหตุ ที่มาเกิดจากอะไร ทบทวน หาสาเหตุ เหตุใด จึงเกิดข้อเรียน เกิดการฟ้องร้อง เป็นคดีความ
  - คดีแรงงาน คือ คดีพิพาทเกี่ยวกับ นายจ้าง กับ ลูกจ้าง ซึ่งโดยส่วนใหญ่ ทางบริษัทจะให้ฝ่ายบุคคล ไปพูดคุย กับ ลูกจ้าง ที่ คุ้มครองแรงงาน ให้ไปศาลแทนนายจ้าง (ซึ่งหากท่านพิจารณา อาจจะเกิดจากสาเหตุปัญหาจากการบริหารงานบุคคลที่นำเสนอ หรือ การให้แนวทางที่ผิดพลาด หรือเป็นกรณีที่นายจ้าง คิด ลงมือ ตัดสินใจด้วยตนเอง) หรือ ฝ่ายลูกจ้าง ไม่เข้าใจหลักกฎหมาย ฯลฯ หากท่านให้ฝ่ายบุคคลไปดำเนินการแทน ในเรื่องต่างๆ ปัญหาจะยุติลงไปในทางที่ถูก ที่ควร ได้อย่างไร และให้ฝ่ายบุคคลไปศาลแทนนายจ้าง ฝ่ายบุคคลจะว่าความได้อย่างไร และมีความรู้ความเข้าใจกระบวนพิจารณาความ อย่างไร ซึ่งนายจ้าง ควรไปจัดการด้วยตนเอง เรื่องอาจจะยุติลงได้โดยง่าย ลดการสูญเสียงบประมาณ ฯลฯ
  - กฎหมายแรงงาน มีหลายฉบับ เป็นกฎหมายมหาชน มีแนวปฏิบัติ มีกระบวนพิจารณา มีข้อเท็จจริง มีแนวคำพิพากษา ซึ่งการตัดสินคดี ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ตามระเบียบข้อบังคับ
  - เมื่อเกิดเป็นคดีแรงงาน ตามหลักกฎหมาย จะเน้นการไกล่เกลี่ย เป็นหลัก ทั้งนี้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
  - เมื่อเกิดข้อพิพาทแรงงาน หรือ คดีแรงงาน นายจ้าง หรือ ผู้ประกอบกิจการ ต้องหา ฝ่ายกฎหมาย ผู้มีความรู้ทางกฎหมาย ในการ คิด วิเคราะห์ หาวิธีแก้ไขปัญหา หรือต่อสู้คดี เพราะ บางบทมาตรา นายจ้างมีโทษทางอาญา
  - ดังนั้น คดีแรงงาน เป็นเรื่องที่HR ควรศึกษา เพื่อนำไปเป็นแนวปฏิบัติในการปรับปรุงการบริหารงานบุคคลภายในองค์กร ให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ก็ไม่ใช่หน้าที่หลักในการรับผิดชอบเรื่องคดีแรงงาน ในงานฝ่ายHR (นอกจากองค์กรมีทนายความ มีใบอนุญาตว่าความ ในฝ่ายHR ซึ่งเป็นไปได้น้อย หรือแทบไม่มี เพราะหากมี ปัญหาคดีแรงงาน ข้อพิพาทแรงงานจะไม่เกิดขึ้น)


-------------------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
(คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ ก่อนใช้งาน*)
-------------------------------------


จำนวนผู้เยี่ยมชม : 155 ครั้ง
ผู้ใช้งานแบ่งปันข้อมูล จำนวน : 0 1 ข้อมูล

 

บันทึกหลักการบริหารทรัพยกรมนุษย์ หลักกฎหมาย ฎีกา อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 1 ประเด็น


บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keywords สำหรับการบริหารทรัพยากรมนุษย์
รวบรวมจากหลักคำพิพากษาฎีกา หลักกฎหมาย (Login).
.........................

 

  
  
หลักกฎหมาย ฎีกา แนวคิดเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์

   หน้าปัจจุบัน :     จำนวนหน้าทั้งหมด 1 หน้า



การเลิกจ้างแบบไหนถึงจะเรียกว่าไม่เป็นธรรมตามกฎหมายใหม่ | เจาะหลักการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ที่ SiamHRM.com

ผู้ใช้งานทั่วไป ไม่สามารถส่งคำถาม หรือแสดงความเห็นได้ เข้าระบบก่อนใช้งาน
คำแนะนำ
1.สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานเต็มรูปแบบ
2.ผู้ใช้งานสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ โดยเข้าระบบ สามารถสอบถาม-ร่วมตอบคำถามได้
3.หากต้องการทนายความในคดีแรงงานหรืออรรถคดีต่างๆ ติดต่อทีมงานทนายความ ประสบการณ์มากกว่า 10ปี ได้

(ข้อมูล อัพเดท ณ วันที่ 06 มิถุนายน 2569)




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์