กลับไปยังหน้า เจาะหลักคดีแรงงาน กฎหมายแรงงาน การบริหารทรัพยากรมนุษย์ >> หลักกฎหมาย กฎหมายแรงงานสัมพันธ์



ชื่อข้อมูล : หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง (ประเด็นที่ ๑)
หมวด : หลักกฎหมาย กฎหมายแรงงานสัมพันธ์
สิทธิใช้งาน : (ใช้งานได้ทุกคน) ลงทะเบียน/เข้าสู่ระบบ ก่อนใช้งาน.
ขนาดไฟล์ : ไม่ระบุ
 
 


รายละเอียด

ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
.
 หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง  

 

ประเด็นที่ ๑. มีการยื่นข้อเรียกร้องเป็นหนังสือ
.
      การจัดให้มีและการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ ๒๕๑๘ ได้บัญญัติหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไว้ สรุปได้ดังนี้
.
หลักกฎหมาย  
      ก. นายจ้างหรือสมาคมนายจ้างมีสิทธิแจ้งข้อเรียกร้อง การแจ้งข้อเรียกร้อง ต้องกระทําเป็นหนังสือ มีข้อความแสดงเจตนาที่ขอจัดให้มีหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างในเรื่องใดให้ชัดเจน
      ลําพังการที่นายจ้างพิมพ์คู่มือข้อบังคับเกี่ยวกับ การทํางานฉบับใหม่แจกจ่ายให้ลูกจ้างได้ศึกษาก่อนก็ดี (คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๔๙๘/๒๕๒๙) หรือ นายจ้างออกประกาศเปลี่ยนแปลงการจ่ายเงินโบนัส โดยจ่ายเพียงร้อยละ ๕๐ ของปี ที่ผ่านมาก็ดี (คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๕๓๒/๒๕๔๑) *** ไม่ถือเป็นการแจ้งข้อเรียกร้องเป็นหนังสือ
      สําหรับวิธีการแจ้งข้อเรียกร้องนายจ้างอาจใช้วิธีปิดประกาศข้อเรียกร้องโดย เปิดเผยภายในสถานประกอบกิจการ และสําเนาข้อเรียกร้องให้หัวหน้างานเวียนให้พนักงานในหน่วยงานลงชื่อรับทราบ ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยว่า ถือได้ว่าเป็นการแจ้งข้อเรียกร้องเป็นหนังสือให้ลูกจ้างทราบแล้ว (คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๗๓๑/๒๕๒๕)
     
      ข. ลูกจ้างแจ้งข้อเรียกร้อง ลูกจ้างจะยื่นข้อเรียกร้องได้จะต้องมีรายชื่อและ ลายมือชื่อของลูกจ้างที่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องไม่น้อยกว่า ๑๕% ของลูกจ้างทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง (มาตรา ๑๓ วรรคสาม)
      การนับจํานวนรายชื่อและลายมือชื่อ ๑๕% นับจากลูกจ้างทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง คือ ลูกจ้างที่มีส่วนได้เสียกับข้อเรียกร้อง ไม่ใช่นับจากลูกจ้างทั้งหมดเท่านั้น เช่น บริษัทนายจ้างมีลูกจ้าง ๑,๐๐๐ คน
 
      ถ้าลูกจ้างต้องการให้นายจ้างจัดกองทุนสํารองเลี้ยงชีพเพื่อเป็นสวัสดิการให้แก่พนักงานการยื่นข้อเรียกร้องต้องมีรายชื่อและลายมือชื่อลูกจ้างสนับสนุนไม่น้อยกว่า ๑๕๐ คน คือ ๑๕% ของลูกจ้างทั้งหมด ๑,๐๐๐ คน แต่ถ้าลูกจ้างซึ่งเป็นพนักงานขับรถในส่วนงานขนส่ง ที่มีทั้งหมด ๑๐๐ คน ต้องการให้นายจ้างจ่ายค่าเที่ยวเพิ่มขึ้นจากเงินเดือน
      การยื่นข้อเรียกร้องจะต้องมีรายชื่อและลายมือชื่อของลูกจ้างซึ่งเป็นพนักงานขับรถในงานขนส่ง สนับสนุนไม่น้อยกว่า ๑๕ คน คือ ๕% ของลูกจ้างทั้งหมดซึ่งเป็นพนักงานขับรถในงาน ขนส่ง ๑๐๐ คน จึงจะถือเป็นการยื่นข้อเรียกร้องโดยชอบ

 
      ค. สหภาพแรงงานยื่นข้อเรียกร้อง สหภาพแรงงานที่มีสมาชิกไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของลูกจ้างทั้งหมด อาจยื่นข้อเรียกร้องต่อนายจ้าง โดยไม่ต้องมีรายชื่อและลายมือชื่อลูกจ้างที่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง (มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง)
จํานวนสมาชิก ดังกล่าวต้องมีอยู่ครบทั้งขณะยื่นข้อเรียกร้องและตลอดการเจรจาข้อเรียกร้องเช่นกัน หากขณะยื่นข้อเรียกร้องมีจํานวนสมาชิกไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของจํานวนลูกจ้างทั้งหมด
     แต่ระหว่างเจรจาข้อเรียกร้อง มีจํานวนสมาชิกสหภาพแรงงานลดลง เช่น นายจ้างยุบหน่วยงานและเลิกจ้างลูกจ้างที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน ทําให้จํานวนสมาชิกเหลือ ไม่ถึง ๑ ใน ๕ ของจํานวนลูกจ้างทั้งหมด ข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงานก็เป็นอันตกไป นับแต่วันที่จํานวนสมาชิกน้อยกว่าที่กฎหมายกําหนด (คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๔๙๒๖/๒๕๕๘)


 
คำบรรยายกฎหมายแรงงาน อ.พงษ์รัตน์ฯ เนติฯ สมัยที่ ๗๗

 

 

 

 



ข้อสังเกต
  - คดีแรงงาน คือ คดีพิพาทเกี่ยวกับ นายจ้าง กับ ลูกจ้าง (ไม่ใช่่ ข้อพิพาทระหว่างฝ่าย HR กับลูกจ้าง)
  - ขั้นตอนนี้ ล่วงพ้นการบริหารจัดการงานบุคคล (การบริหารทรัพยากรมนุษย์) ฝ่ายHRในองค์กร ไปแล้ว เหตุเพราะ เกิดจากการบริหารงานบุคคลที่ผิดพลาด จึงเกิดปัญหา เพราะไม่สามารถยุติปัญหา ระงับข้อพิพาท ข้อพิพาทในระบบแรงงานสัมพันธ์ในองค์กรได้
  - ตามแผนผัง การบริหารงานภายในองค์กร เมื่อเกิดปัญหาทางกฎหมาย เรื่องจะออกจากฝ่ายบุคคล และถูกส่งเรื่องไปยังฝ่ายกฎหมาย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป (หากไม่มีฝ่ายกฎหมาย ก็เป็นหน้าที่นายจ้าง ที่ต้องคิด หาทางแก้ไขปัญหา หาคนรู้จัก เพื่อนนักกฎหมาย ทนายความที่รู้จัก คุ้นเคย ไว้วางใจ เข้าช่วยแก้ไขปัญหา)
  - เมื่อมีข้อพิพาทเกี่ยวกับแรงงานนายจ้าง หรือ ผู้ประกอบกิจการ ต้องใส่ใจ ในเนื้อหา หรือ บริบท ของเรื่องว่า มูลเหตุ ที่มาเกิดจากอะไร ทบทวน หาสาเหตุ เหตุใด จึงเกิดข้อเรียน เกิดการฟ้องร้อง เป็นคดีความ
  - คดีแรงงาน คือ คดีพิพาทเกี่ยวกับ นายจ้าง กับ ลูกจ้าง ซึ่งโดยส่วนใหญ่ ทางบริษัทจะให้ฝ่ายบุคคล ไปพูดคุย กับ ลูกจ้าง ที่ คุ้มครองแรงงาน ให้ไปศาลแทนนายจ้าง (ซึ่งหากท่านพิจารณา อาจจะเกิดจากสาเหตุปัญหาจากการบริหารงานบุคคลที่นำเสนอ หรือ การให้แนวทางที่ผิดพลาด หรือเป็นกรณีที่นายจ้าง คิด ลงมือ ตัดสินใจด้วยตนเอง) หรือ ฝ่ายลูกจ้าง ไม่เข้าใจหลักกฎหมาย ฯลฯ หากท่านให้ฝ่ายบุคคลไปดำเนินการแทน ในเรื่องต่างๆ ปัญหาจะยุติลงไปในทางที่ถูก ที่ควร ได้อย่างไร และให้ฝ่ายบุคคลไปศาลแทนนายจ้าง ฝ่ายบุคคลจะว่าความได้อย่างไร และมีความรู้ความเข้าใจกระบวนพิจารณาความ อย่างไร ซึ่งนายจ้าง ควรไปจัดการด้วยตนเอง เรื่องอาจจะยุติลงได้โดยง่าย ลดการสูญเสียงบประมาณ ฯลฯ
  - กฎหมายแรงงาน มีหลายฉบับ เป็นกฎหมายมหาชน มีแนวปฏิบัติ มีกระบวนพิจารณา มีข้อเท็จจริง มีแนวคำพิพากษา ซึ่งการตัดสินคดี ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ตามระเบียบข้อบังคับ
  - เมื่อเกิดเป็นคดีแรงงาน ตามหลักกฎหมาย จะเน้นการไกล่เกลี่ย เป็นหลัก ทั้งนี้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
  - เมื่อเกิดข้อพิพาทแรงงาน หรือ คดีแรงงาน นายจ้าง หรือ ผู้ประกอบกิจการ ต้องหา ฝ่ายกฎหมาย ผู้มีความรู้ทางกฎหมาย ในการ คิด วิเคราะห์ หาวิธีแก้ไขปัญหา หรือต่อสู้คดี เพราะ บางบทมาตรา นายจ้างมีโทษทางอาญา
  - ดังนั้น คดีแรงงาน เป็นเรื่องที่HR ควรศึกษา เพื่อนำไปเป็นแนวปฏิบัติในการปรับปรุงการบริหารงานบุคคลภายในองค์กร ให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ก็ไม่ใช่หน้าที่หลักในการรับผิดชอบเรื่องคดีแรงงาน ในงานฝ่ายHR (นอกจากองค์กรมีทนายความ มีใบอนุญาตว่าความ ในฝ่ายHR ซึ่งเป็นไปได้น้อย หรือแทบไม่มี เพราะหากมี ปัญหาคดีแรงงาน ข้อพิพาทแรงงานจะไม่เกิดขึ้น)


-------------------------------------
ข้อมูลความรู้ สำหรับแบ่งปันเฉพาะบุคคล ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เท่านั้น.
รวบรวม สกัดหลักจากคำพิพากษาศาลฎีกา,คำบรรยายเนติฯ ,อื่นๆ และ/หรือ จากผู้ร่วมแบ่งปันข้อมูล.
(คำแนะนำเบื้องต้น :สำหรับผู้ใช้งานใหม่* ลงทะเบียน/เข้าระบบ ก่อนใช้งาน*)
-------------------------------------


จำนวนผู้เยี่ยมชม : 822 ครั้ง
ผู้ใช้งานแบ่งปันข้อมูล จำนวน : 0 1 ข้อมูล

 

บันทึกหลักการบริหารทรัพยกรมนุษย์ หลักกฎหมาย ฎีกา อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 1 ประเด็น


บันทึกหลักกฎหมาย ฎีกา Keywords สำหรับการบริหารทรัพยากรมนุษย์
รวบรวมจากหลักคำพิพากษาฎีกา หลักกฎหมาย (Login).
.........................

 

  
  
หลักกฎหมาย ฎีกา แนวคิดเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์

   หน้าปัจจุบัน :     จำนวนหน้าทั้งหมด 1 หน้า



หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง (ประเด็นที่ ๑) | เจาะหลักการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ที่ SiamHRM.com

ผู้ใช้งานทั่วไป ไม่สามารถส่งคำถาม หรือแสดงความเห็นได้ เข้าระบบก่อนใช้งาน
คำแนะนำ
1.สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ (Login) ก่อนใช้งานเต็มรูปแบบ
2.ผู้ใช้งานสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ โดยเข้าระบบ สามารถสอบถาม-ร่วมตอบคำถามได้
3.หากต้องการทนายความในคดีแรงงานหรืออรรถคดีต่างๆ ติดต่อทีมงานทนายความ ประสบการณ์มากกว่า 10ปี ได้

(ข้อมูล อัพเดท ณ วันที่ 06 มิถุนายน 2569)




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์